หน้าแรก » คำสารภาพสุดท้ายนักโทษประหาร » ขั้นตอนและวิธีการประหารชีวิตด้วยการยิงเป้า

ขั้นตอนและวิธีการประหารชีวิตด้วยการยิงเป้า

โพสต์โดย : Admin เมื่อ 30 ส.ค. 2559 20:38:17 น. เข้าชม 1256 ครั้ง แจ้งลบ

ภาพ-เรื่อง โดย ยุทธ บางขวาง

            ในการดำเนินการประหารชีวิตด้วยการยิงเป้านั้นหลังจากที่เรือนจำกลางบางขวางได้รับคำสั่งจากสำนักนายกรัฐมนตรีหรือคำสั่งใดก็ตามที่มีอำนาจถูกต้องตามกฎหมาย ให้ดำเนินการประหารชีวิตนักโทษเด็ดขาดที่ถูกศาลตัดสินลงโทษประหารชีวิต เรือนจำจะมอบหมายหน้าที่ให้ฝ่ายทะเบียนประวัติผู้ต้องขังทำการตรวจสอบหลักฐานต่าง ๆที่เกี่ยวข้องกับนักโทษประหารว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันกับคำสั่งที่ให้ดำเนินการประหารชีวิตหรือไม่เพื่อป้องกันการประหารผิดคนและเรือนจำจะออกคำสั่งแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการประหารชีวิตได้แก่หัวหน้าชุดผู้ให้สัญญาณยิง 1 นาย พี่เลี้ยง 3 นายเจ้าหน้าที่ถ่ายภาพ 1 นาย เจ้าหน้าที่ทะเบียน 2 นาย หัวหน้าฝ่ายทัณฑปฎิบัติ 1 นายหัวหน้างานทัณฑปฎิบัติ 1 นาย พลเล็งปืน 1 นาย เพชฌฆาต 2นาย(เพชฌฆาตมือหนึ่งและเพชฌฆาตมือสอง) โดยแจ้งเจ้าหน้าที่เหล่านั้นทราบอย่างเป็นความลับที่สุดเพื่อป้องกันมิให้นักโทษที่จะถูกประหารหรือญาติของนักโทษรู้ตัวล่วงหน้าซึ่งอาจเกิดเหตุไม่พึงประสงค์ขึ้นได้เช่น การพยายามฆ่าตัวตายของนักโทษก่อนการประหารหรือการพยายามชิงตัวนักโทษจากญาติและพวกพ้อง สมัยที่ยังมีการประกาศใช้กฎอัยการศึกอยู่ได้เกิดคดีข่มขืนฆ่าขึ้นที่จังหวัดอุดรธานีและสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้เป็นพลเรือน 2 คน ทหาร 1 คน ซึ่งประจำการอยู่ที่โคราช ศาลทหารได้ตัดสินให้ลงโทษประหารชีวิตทั้งหมดไม่สามารถอุทธรณ์หรือฎีกาใด ๆ ทั้งสิ้น 
            นักโทษประหารที่เป็นทหารซึ่งถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำทหารโคราชได้ใช้ขวดตีเป็นปากฉลามแล้วแทงตัวเองหวังที่จะฆ่าตัวตายเพื่อหนีโทษประหารเรือนจำทหารจึงได้รีบนำตัวส่งเข้ารักษาเพื่อช่วยชีวิตเป็นการด่วน จากนั้นนำตัวขึ้นรถพยาบาลไปที่เรือนจำกลางอุดรธานีเพื่อทำการประหารชีวิตพร้อมคู่คดีอีก 2 คนที่เป็นพลเรือน (ทำผิดที่ไหนประหารที่นั้น) ซึ่งในความเป็นจริงแล้วถึงไม่นำตัวนักโทษที่พยายามฆ่าตัวตายผู้นั้นไปประหารนักโทษผู้นั้นก็ต้องตายอยู่ดี เนื่องจากบาดแผลฉกรรจ์และเสียเลือดมาก แต่กฎหมายได้ระบุไว้ว่าผู้ต้องโทษประหารชีวิตให้นำไปยิงเสียให้ตายซึ่งด้วยปืนจึงไม่อาจหลีกเลี่ยงการประหารไปได้และจะใช้อาวุธชนิดอื่นใดมาทำการประหารชีวิตก็ไม่ได้อีกเช่นกัน

            เจ้าหน้าที่ชุดประหารเมื่อรับทราบคำสั่งแล้วจะจัดเตรียมสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่ใช้ในการประหารชีวิต เช่นอาวุธปืน กระสุนกุญแจมือ ดอกไม้ธูปเทียน ด้ายดิบ มีดตัดเชือก ฯลฯให้อยู่ในสภาพที่พร้อมจะใช้งานได้ จากนั้นเรือนจำจะทำหนังสือแจ้งกรรมการเพื่อขอให้มาเป็นพยานรับทราบการประหารชีวิตในวันนั้น ประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี อัยการจังหวัด ตัวแทนกรมราชทัณฑ์ แพทย์ผู้กำกับการตำรวจสภ.อ.นนทบุรี โดยมีผู้บัญชาการเรือนจำกลางบางขวางร่วมเป็นพยานด้วยรวมทั้งแจ้งไปที่กองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(กรมตำรวจเก่า)เพื่อขอให้ส่งเจ้าหน้าที่พร้อมทะเบียนประวัติของนักโทษที่จะถูกประหารมาร่วมตรวจสอบตัวบุคคลเพื่อป้องกันการผิดพลาดและพิมพ์ลายนิ้วมือของนักโทษทั้งก่อนและหลังการประหารตามระเบียบที่วางไว้
            ขั้นตอนต่อไปจะนิมนต์พระสงฆ์จากวัดบางแพรกใต้ มาเทศนาธรรมแก่นักโทษถ้านักโทษประหารรายใดนับถือศาสนาอื่น ทางเรือนจำจะให้เวลาประกอบพิธีทางศาสนาของตนในช่วงเวลาก่อนการประหารเช่นเดียวกันกับศาสนาพุทธ หลังจากได้นิมนต์พระสงฆ์ไว้แล้ว เจ้าหน้าที่ชุดประหารจะรอเวลาจนกว่าเจ้าหน้าที่เรือนจำตามแดนต่างๆ จะนำนักโทษทั้งหมดเข้าคุมขังภายในเรือนนอนให้เป็นที่เรียบร้อย ระหว่างที่รอเจ้าหน้าที่ชุดประหารจะแยกกันไปสวดมนต์ใหว้พระหรือประกอบพิธีตามความเชื่อของแต่ละคน 


            เมื่อถึงเวลาประมาณ16.15 น.เจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่พี่เลี้ยงพร้อมด้วยผู้อำนวยการส่วนควบคุมผู้ต้องขังหรือผู้ทำหน้าที่แทนจะเข้าไปเบิกตัวนักโทษประหารตามรายชื่อที่มีในคำสั่งภายในหมวดควบคุมนักโทษประหารแดน 1 แล้วนำไปที่หมวดผู้ช่วยเหลือและประสานงานซึ่งใช้เป็นสถานที่ดำเนินขั้นตอนก่อนการประหาร เริ่มจากการพิมพ์ลายนิ้วมือตรวจสอบตำหนิแผลเป็น ประวัติบุคคลเช่น พ่อ แม่ ลูก เมีย ว่าถูกต้องตรงกันหรือไม่ทั้งจากเจ้าหน้าที่กองทะเบียนประวัติอาชญากร และเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนประวัติผู้ต้องขังของทางเรือนจำ จากนั้นเวรผู้ใหญ่จะทำการอ่านคำสั่งให้ยกฎีกาของนักโทษประหารที่ได้ยื่นขอพระราชทานอภัยโทษไปแต่ไม่ผ่าน แล้วให้นักโทษเซ็นทราบในคำสั่ง หลังจากนั้นจะเปิดโอกาสให้นักโทษเขียนพินัยกรรมมอบทรัพย์สินของตนให้แก่ทายาทได้ตามต้องการโดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนร่วมเป็นสักขีพยานรวมทั้งสามารถเขียนจดหมายสั่งเสียถึงลูก เมีย ญาติพี่น้องได้ตามสะดวกและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนจะขอที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์เพื่อใช้ในการติดต่อแจ้งให้ญาติของนักโทษประหารทราบหลังการประหารเสร็จสิ้นแล้ว
            ต่อจากนั้นจะเป็นรายการอาหารมื้อสุดท้ายซึ่งทางเรือนจำได้จัดเตรียมไว้ให้แต่ถ้าต้องการรับประทานสิ่งใดนอกเหนือจากที่ได้จัดให้และเป็นอาหารที่หาได้ไม่ยากในบริเวณใกล้เคียงเรือนจำทางเจ้าหน้าที่จะจัดหามาให้ยกเว้นสิ่งของต้องห้าม เช่น สุรา ยาเสพติด ซึ่งไม่สามารถจัดหาให้ได้อย่างเด็ดขาด หลังจากรับประทานอาหารเสร็จพี่เลี้ยงจะพานักโทษประหารไปฟังเทศนาธรรมจากพระสงฆ์ที่ได้นิมนต์มาภายในห้องเยี่ยมนักโทษสำหรับทนาย นักโทษประหารรายไหนนับถือศาสนาอื่นทางเรือนจำจะให้เวลาในช่วงนี้ ประกอบพิธีทางศาสนาของตนเช่นกัน เมื่อเสร็จพิธีทางศาสนาแล้วพี่เลี้ยงจะพาเดินไปยังห้องประหารหรือที่มีชื่อเรียกว่า สถานที่หมดทุกข์พี่เลี้ยงจะเข้าประคองแขนข้างละคนคอยปลอบขวัญให้กำลังใจ และป้องกันไม่ให้เกิดอาการคลุ้มคลั่งในระหว่างทาง ถ้านักโทษประหารเดินไม่ไหวพี่เลี้ยงจะจัดรถเข็นนั่งสำหรับคนป่วยให้ ส่วนใหญ่แล้วจะขอเดินไปเองเพื่อแสดงความเข้มแข็งแล้วไปเกิดอาการเข่าทรุดเมื่อใกล้ถึงห้องประหารแทบจะทุกราย 
            เส้นทางเดินไปสู่ห้องประหารนั้นมีระยะทางประมาณ400 เมตร ระหว่างทางจะผ่านศาลเจ้าพ่อเจตคุปต์ซึ่งเป็นสถานที่เคารพบูชาของทุกผู้คนในเรือนจำ พี่เลี้ยงจะให้นักโทษประหารได้มีโอกาสกราบไหว้บริเวณหน้าศาลแห่งนี้แล้วพาเดินต่อไปจนถึงศาลาแปดเหลี่ยม หรือมีชื่อเรียกว่า ศาลาเย็นใจ” 
ศาลาแห่งนี้ตั้งอยู่หน้าห้องประหารพอดีภายในศาลาเย็นใจมีโต๊ะและเก้าอี้ทาสีขาวตั้งอยู่อย่างละ 1 ตัวโดยหันหน้าเข้าหาอุโบสถวัดบางแพรกใต้ บนโต๊ะจะมีผ้าดิบและดอกไม้ธูปเทียนวางอยู่ตามจำนวนนักโทษที่จะนำเข้าประหาร เมื่อพี่เลี้ยงพานักโทษประหารเข้าในศาลาแล้วจะให้นักโทษนั่งที่เก้าอี้ตัวนี้พนมมือพร้อมดอกไม้ธูปเทียนไหว้ไปทางพระประธานที่อยู่ในอุโบสถวัดบางแพรกใต้ช่วงนี้พี่เลี้ยงจะคอยแนะนำให้นักโทษประหารนึกถึงแต่สิ่งดีงามที่เคยทำใว้พร้อมทั้งบอกให้ท่องพุทโธไว้ในใจอย่าคิดเรื่องอื่นให้ฟุ้งซ่าน จังหวะนี้พี่เลี้ยงคนหนึ่งจะนำผ้าดิบบนโต๊ะมาผูกตานักโทษประหารให้แน่นสนิทเพื่อป้องกันการมองเห็นภายในห้องประหารซึ่งอาจทำให้เกิดอาการหวาดกลัวและคลุ้มคลั่งขึ้นได้ แล้วพี่เลี้ยงจะช่วยกันประคองลุกขึ้นพาเดินเข้าไปที่ห้องประหาร



            ภายในห้องประหารมีแท่นปืนตั้งอยู่ 2 แท่น มีอาวุธปืนวางติดตั้งอยู่บนแท่น 2 กระบอกซึ่งอาวุธปืนที่ใช้ในการประหารคือ ปืนเอชเค.เอ็มพี.ไฟท์ ใช้กระสุนขนาด 9 มม.พาราเบลลั่มชนิดหัวแข็งติดท่อเก็บเสียงจำนวน 2 กระบอก (เวลายิงยังสามารถได้ยินเสียงปืน แต่ไม่มากนัก) ถัดจากแท่นปืนเข้าไปประมาณ6 เมตร จะมีหลักไม้เป็นรูปไม้กางเขน สูงประมาณ 1.80 เมตรตั้งเรียงตรงกันกับแท่นปืนจำนวน 2 หลัก ที่กลางหลักมีแท่นไม้ยื่นออกมา 1 ท่อนสามารถถอดใส่ตามความสูงต่ำได้ 3 ระดับ หลักไม้ทั้ง 2 หลักนี้มีชื่อเรียกว่าหลักประหาร” 
            ถัดจากหลักประหารเข้าไปประมาณ1 เมตรมีกระสอบทรายวางเรียงอยู่ติดกับผนังห้อง มีความสูงประมาณ 2เมตรด้านขวามือภายในห้องประหารจะมีห้องเล็กอยู่ 1 ห้องกว้างประมาณ 1.50 เมตร ยาวประมาณ 3.50 เมตร เป็นห้องโล่งว่างเปล่า(บางครั้งใช้เก็บโลงศพเปล่าด้วย) เมื่อพี่เลี้ยงประคองนักโทษเข้ามาถึงหลักประหารแล้วถ้าเป็นการประหารเพียงรายเดียวจะใช้หลักประหารด้านขวามือหรือ หลักที่ 1” แต่ถ้ามากกว่า1 รายขึ้นไป จะใช้หลักประหารด้านซ้ายมือหรือ หลักที่ 2”ร่วมทำการประหารด้วย พี่เลี้ยงจะจับให้นักโทษประหารนั่งบนแท่นไม้ที่ปรับระดับตามขนาดความสูงของตัวนักโทษผู้นั้นการนั่งจะต้องให้ขาทั้ง 2 ข้างลอยพ้นจากพื้นไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้และต้องหันหน้าเข้าหาหลักประหาร โดยมีแท่นปืนตั้งอยู่ที่ด้านหลังของนักโทษประหาร พี่เลี้ยงจะจับให้นักโทษเอามือโอบรอบหลักประหารโดยให้ศอกทั้ง 2 ข้างวางบนไม้กางเขนซึ่งสูงเสมอไหล่ของนักโทษ
            ต่อจากนั้นพี่เลี้ยงจะทำการมัดตัวของนักโทษให้ติดกับหลักประหารด้วยด้ายดิบทั้งหมด 5 จุดด้วยกันคือ ที่เอว ที่หน้าอกให้ติดกับเสาหลักประหารที่ข้อศอกทั้ง 2 ข้าง ให้ติดกับไม้กางเขนทั้ง 2 ด้านและที่ข้อมือในลักษณะที่พนมมือโอบรอบเสามีดอกไม้ธูปเทียนอยู่ภายในอุ้งมือด้วย การมัดตัวนักโทษให้ติดกับหลักประหารทั้ง5 จุดนี้ ต้องมัดให้แน่นจนนักโทษไม่สามารถขยับตัวได้เสร็จแล้วจะเชิญแพทย์มาชี้จุดที่ตั้งของหัวใจบริเวณแผ่นหลังของนักโทษประหารเมื่อได้จุดที่ตั้งของหัวใจแล้ว พี่เลี้ยงจะใช้ช็อล์กกากบาทจุดไว้ 
            ต่อจากนั้นจะยกแผงผ้าม่านซึ่งมีขนาดความกว้างประมาณ1.20 เมตร สูงประมาณ 2.00 เมตร มาตั้งที่ด้านหลังของนักโทษประหารโดยให้ห่างประมาณ 1 ฟุต ที่แผงผ้าม่านนี้จะมีเป้าตาวัวติดอยู่ตรงกลางผืนผ้าม่าน 1 เป้า หันหน้าเป้าเข้าหาแท่นปืนและสามารถขยับเป้าขึ้นลงได้โดยการเลื่อนผ้าม่านขึ้นลงที่กรอบของแผงผ้าม่านจะมีแผ่นไม้ขนาดความกว้างประมาณ 2 นิ้วหนาประมาณครึ่งนิ้ว ตีล้อมรอบแผงผ้าม่านตามแนวนอน สามารถขยับแผ่นไม้นี้ขึ้นลงได้ตรงกลางของแผ่นไม้จะมีเดือยยื่นออกมาทั้งสองด้านตรงกันด้านหนึ่งจะชี้เข้าหาแผ่นหลังของนักโทษประหาร ส่วนอีกด้านหนึ่งจะชี้เข้าหาแท่นปืนพี่เลี้ยงจะช่วยกันขยับแผ่นไม้นี้ให้เดือยด้านที่ชี้เข้าหานักโทษตรงกับจุดที่ตั้งของหัวใจที่ทำเครื่องหมายไว้แล้วจับยึดแผ่นไม้นี้ไว้ให้นิ่งสนิทอยู่กับที่ ต่อจากนั้นจะขยับผืนผ้าม่านเลื่อนขึ้นลงโดยให้จุดศูนย์กลางของเป้าตาวัวตรงกับจุดศูนย์กลางของเดือยด้านที่หันเข้าหาแท่นปืนเสร็จแล้วจะเลื่อนแผ่นไม้นี้ขึ้นล็อกเก็บที่ด้านบนของแผงผ้าม่านจุดศูนย์กลางของเป้าตาวัวจะตรงกับจุดที่ตั้งของหัวใจนักโทษประหารพอดี 
            
เมื่อตั้งเป้าเสร็จแล้วพี่เลี้ยงจะใช้ทรายแห้งโรยรอบหลักประหารเพื่อให้ซับเลือดของนักโทษประหารหลังจากถูกยิงซึ่งจะไหลนองลงมาจากหลักประหารจำนวนมากและกล่าวขอขมาลาโทษต่อนักโทษประหารอีกครั้งหนึ่ง ขั้นตอนต่อไปจะเป็นหน้าที่ของพลเล็งปืนซึ่งพลเล็งปืนจะทำการบรรจุกระสุนใส่แมกกาซีนจำนวน 15นัดแล้วนำไปเสียบใส่ตัวปืนในช่องเสียบแมกกาซีนทำการขึ้นลำเลื่อนป้อนกระสุนเข้ารังเพลิงโดยเข้าห้ามไกไว้ จากนั้นจะเล็งศูนย์ปืนไปที่จุดศูนย์กลางของเป้าตาวัวเมื่อตรงดีแล้วจะล็อกตัวปืนให้ยึดติดแน่นกับแท่นปืนแล้วแจ้งให้เพชฌฆาตทำการตรวจสอบศูนย์ปืนอีกครั้งหนึ่งว่าตรงเป้าดีแล้วหรือไม่

            ในการดำเนินการประหารชีวิตถ้าทำการประหารชีวิตเพียงรายเดียว จะให้เพชฌฆาตที่ 1 หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า เพชฌฆาตมือหนึ่ง ทำการประหารชีวิต แต่ถ้าทำการประหารชีวิตมากกว่า 1 รายภายในวันเดียวกัน เพชฌฆาตที่ 2 หรือที่เรียกกันว่า เพชฌฆาตมือสองจะร่วมทำการประหารชีวิตด้วย

เมื่อเพชฌฆาตได้ตรวจสอบศูนย์ปืนว่าตรงกับจุดศูนย์กลางของเป้าตาวัวดีแล้ว เพชฌฆาตจะแจ้งความพร้อมต่อหัวหน้าชุดประหารที่ยืนถือธงแดงอยู่ข้างแท่นปืนด้านขวามือ พร้อมกับทำการปลดห้ามไก 
หัวหน้าชุดประหารเมื่อรับทราบความพร้อมแล้วจะโบกธงแดงลง จังหวะนี้เพชฌฆาตจะทำการเหนี่ยวไกปืนลั่นกระสุนออกไปทันที
ในการยิงแต่ละครั้งจะใช้กระสุนประมาณ 8-10นัด โดยมีวิธียิงเพื่อให้นักโทษประหารสิ้นใจอย่างรวดเร็วที่สุด ไม่ต้องเจ็บปวดทรมาน 
ขั้นแรกเพชฌฆาตจะปลดห้ามไกปืนไปที่ตำแหน่งยิงทีละนัด เมื่อหัวหน้าชุดโบกธงลงแล้ว เพชฌฆาตจะเหนี่ยวไกยิงนัดแรกก่อน เมื่อนักโทษประหารได้ยินเสียงปืนพร้อมกับกระสุนนัดแรกผ่านทะลุร่างไป จะสะดุ้งขึ้นสุดตัวแล้วร่างจะทรุดลงทันที
ในจังหวะที่ร่างของนักโทษประหารทรุดลงนี้ จะเป็นจังหวะเดียวกันกับที่เพชฌฆาตรัวนิ้วยิงออกมาเป็นชุด กระสุนจะพุ่งเข้าสู่ร่างนักโทษประหารหลายจุด ถ้าหากกระสุนนัดแรกไม่ตรงหัวใจดีพอ นัดต่อไปก็จะทำให้สิ้นใจได้ในทันที 
แต่ถ้าทำการปลดห้ามไกไปที่ตำแหน่งยิงเป็นชุด(ปืนกล) กระสุนที่พุ่งออกไปตอนเหนี่ยวไก จะออกไปจำนวนหลายนัดเร็วมากแทบจะได้ยินเป็นเสียงเดียวกัน เมื่อกระสุนผ่านร่างของนักโทษประหาร บาดแผลจะอยู่ที่ตำแหน่งเดียว ถ้าหากไม่ตรงกับตำแหน่งหัวใจพอดีนักโทษประหารอาจไม่สิ้นใจทันที ทำให้ต้องทำการยิงซ้ำในภายหลังอีก

หลังจากเพชฌฆาตทำการยิงแล้วประมาณ 3-5 นาที แพทย์และพี่เลี้ยงจะเข้าไปตรวจดูร่างของนักโทษประหารว่าสิ้นใจแล้วหรือยัง พี่เลี้ยงจะเปิดผ้าผูกตาของนักโทษออก เพื่อให้แพทย์ตรวจดูม่านตาและตรวจเช็คชีพจรข้างลำคอ 

ถ้ามีอาการบ่งบอกว่านักโทษประหารรายใดยังไม่สิ้นใจ แพทย์และพี่เลี้ยงจะแจ้งให้หัวหน้าชุดประหารทราบ 

หัวหน้าชุดประหารจะสั่งการให้เพชฌฆาตผู้ทำหน้าที่ในหลักประหารนั้น ทำการยิงซ้ำอีกชุดหนึ่ง เสร็จแล้วแพทย์และพี่เลี้ยงจะเข้าไปตรวจดูอีกครั้ง ถ้านักโทษประหารสิ้นใจแล้วแพทย์และพี่เลี้ยงจะแจ้งให้หัวหน้าชุดประหารทราบอีกเช่นกัน

เมื่อหัวหน้าชุดประหารรับทราบ ก็จะสั่งการให้พี่เลี้ยงเป็นผู้นำร่างของนักโทษลงจากหลักประหาร

วิธีการนำร่างของนักโทษลงจากหลักประหาร พี่เลี้ยงจะขออโหสิกรรมกับร่างของนักโทษที่สิ้นใจอยู่ที่หลักประหารอีกครั้ง แล้วจะใช้มีดที่เตรียมมา ตัดด้ายดิบที่ใช้มัดร่างของนักโทษประหาร 

เริ่มจากตัดด้ายดิบที่ใช้มัดข้อมือก่อน พร้อมกับนำดอกไม้ธูปเทียนที่อยู่ในมือนักโทษประหารวางไว้บนกระสอบทราย แล้วจึงตัดด้ายดิบที่ข้อศอก 

ในช่วงนี้พี่เลี้ยงนายหนึ่งจะกดที่หลังของนักโทษประหารไว้ให้ร่างติดกับหลัก เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างของนักโทษหงายหลังลงมา จากนั้นจะตัดด้ายดิบที่เอว ขั้นสุดท้ายคือการตัดด้ายดิบที่หน้าอกซึ่งมีเลือดติดอยู่จำนวนมาก การตัดพี่เลี้ยงผู้ทำการตัดจะแจ้งให้พี่เลี้ยงอีกทั้ง 2 นายทราบก่อน เพื่อระวังไม่ให้ด้ายดิบที่ชุ่มเลือดสบัดไปถูกร่างกายหรือเครื่องแบบของตนได้ 

เมื่อด้ายดิบที่หน้าอกได้ขาดแล้ว ร่างของนักโทษประหารจะทรุดฮวบลงทันที พี่เลี้ยงจะช่วยกันประคองร่างของนักโทษลงจากหลักประหารแล้วจับพลิกร่างให้นอนคว่ำหน้าลง เพื่อความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่พิมพ์ลายนิ้วมือ 

การจับพลิกร่างต้องระวังไม่ให้ศรีษะของนักโทษประหารกระแทกพื้น 

ต่อจากนั้นจะเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร และเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนประวัติผู้ต้องขัง ทำการพิมพ์ลายนิ้วมือร่างของนักโทษประหารอีกครั้งหนึ่ง เพื่อยืนยันว่าเป็นบุคคลเดียวกันตามคำสั่งให้ประหารชีวิต

ในกรณีที่มีการประหารชีวิตมากกว่า 1 ราย เช่น เมื่อครั้งที่มีการประหารชิวิตนักโทษคดียาเสพติดจำนวน 4 ราย นักโทษคดีจ้างวานฆ่าผู้อื่น 1 ราย รวม 5 รายภายในวันเดียวกัน การนำนักโทษเข้าสู่หลักประหาร จะใช้วิธีแบ่งนักโทษออกเป็น 3 ชุด 

ชุดแรกเริ่มจากนำนักโทษเข้าสู่หลักประหารรายเดียวก่อน โดยใช้หลักประหารหลักที่ 1 เพชฌฆาตมือหนึ่งเป็นผู้ทำการยิง เมื่อนำร่างของนักโทษประหารที่สิ้นใจแล้วลงจากหลัก พี่เลี้ยงจะนำร่างของนักโทษไปเก็บไว้ภายในห้องเล็กที่อยู่ภายในห้องประหารก่อน 

การประหารชุดที่ 2 พี่เลี้ยงจะนำนักโทษเข้าสู่หลักประหารพร้อมกัน 2 ราย ใช้หลักประหารที่ 1 และ 2 พร้อมกัน โดยเพชฌฆาตมือหนึ่งและเพชฌฆาตมือสอง จะเป็นผู้ทำการยิงพร้อมกัน เสร็จแล้วพี่เลี้ยงจะนำร่างของนักโทษประหารที่สิ้นใจแล้ว ไปเก็บไว้ภายในห้องเล็กอีก 

การประหารชุดที่ 3 พี่เลี้ยงจะนำนักโทษเข้าสู่หลักประหารพร้อมกัน 2 รายเช่นเดียวกับชุดที่ 2 โดยมีเพชฌฆาตมือหนึ่งและเพชฌฆาตมือสอ เป็นผู้ทำการยิงพร้อมกันเช่นเดิม แต่เมื่อนำร่างของนักโทษลงจากหลักประหารแล้ว พี่เลี้ยงจะพลิกร่างของนักโทษประหารให้นอนคว่าหน้า บริเวณหน้าหลักประหาร แล้วไปนำร่างของนักโทษประหารทั้งหมดที่เก็บไว้ในห้องเล็ก ออกมานอนคว่ำหน้าเรียงไว้ที่หน้าหลักประหารเช่นเดียวกัน เสร็จแล้วจึงเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่พิมพ์ลายนิ้วมือเช่นเดิม จากนั้นจะปิดล็อกห้องประหารไว้ 1 คืน โดยมีร่างของนักโทษประหารอยู่ภายใน

วันรุ่งขึ้นนักโทษชั้นเยี่ยมที่สมัครใจ จะไปล้างคราบเลือดภายในห้องประหาร ตัดโซ่ตรวนที่ขาของร่างนักโทษประหาร แล้วนำร่างของนักโทษประหารออกมาอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดที่บริเวณหน้าห้องประหาร 

เสร็จแล้วจะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ใหม่ ทำการห่อผ้าขาวมัดตราสังข์ แล้วนำบรรจุลงโลงศพ ปิดฝาโลง เขียนชื่อและเลขหมายประจำตัวของนักโทษประหารที่หัวโลง 

จากนั้นจะนำโลงศพที่มีร่างของนักโทษประหาร ออกทางประตูผีซึ่งทาสีแดงและอยู่ติดกับห้องประหาร นำไปเก็บไว้ในช่องเก็บศพที่สร้างไว้สำหรับนักโทษประหารโดยเฉพาะ ภายในวัดบางแพรกใต้ เพื่อรอให้ญาติมารับไปดำเนินการ 

แต่ถ้าภายในระยะเวลา 2 ปีศพของนักโทษประหารรายใดไม่มีญาติมารับไปดำเนินการ ทางเรือนจำจะนำศพของนักโทษประหารเหล่านั้น มาประกอบพิธีทางศาสนาและทำการฌาปนกิจให้ พร้อมกับทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่นักโทษประหารเหล่านั้น

ในกรณีที่นักโทษประหารนับถือศาสนาอื่น ทางเรือนจำจะทำการติดต่อโบสถ์หรือสุเหร่าที่ใกล้ที่สุด เพื่อขอให้มารับศพไปดำเนินการตามหลักศาสนาต่อไป