เจ้แหม่ม ร้านพรหม

โพสต์โดย : ice เมื่อ 8 ต.ค. 2559 23:52:36 น. เข้าชม 554 ครั้ง แจ้งลบ

เรื่องโดย พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม

ล้มลุกคลุกคลาน-กตัญญูสู้ชีวิต

จากเซลล์ 'เร่ขายโทรศัพท์บ้าน'

สู่โรงงานผลิตพรหมติดรถยนต์


            เจริญพรญาติโยมทุกท่าน คอลัมน์คิดไม่ออกบอกหลวงพี่น้ำฝนฉบับนี้ อาตมาขอยกย่องหญิงเหล็ก ยอดนักบู๊ สู้ชีวิตกับงาน มาแล้วทุกรูปแบบ

            โยมเป็นลูกศิษย์อาตมา รู้จักมักคุ้น สนทนาธรรมสม่ำเสมอ มานานหลายปี

            เล่าขานการดำเนินชีวิตในอดีต เริ่มจากเป็นเซลล์ขายโทรศัพท์บ้าน เมื่อประมาณ 15 ปีที่แล้ว สมัยก่อนธุรกิจแนวนี้ ถือว่าบูมสุดขีด มีลูกค้ามากพอสมควร

            ด้านชีวิตครอบครัว โยมแต่งงาน มีลูกคนแรก ในห้วงอายุ 20 ปี ประกอบกับครานั้น โยมยึดอาชีพขายโทรศัพท์บ้าน อยู่นานหลายปี จวบจนโลกเปลี่ยน โทรศัพท์มือถือเข้ามาแทนที่ โยมก็เลยต้องหางานใหม่

            จากนั้นได้พัฒนาเปลี่ยนมาเป็น เซลล์ขายรถยนต์ ทำมาค้าขายอยู่ได้พักใหญ่ มองอนาคตแล้ว ไปไม่ถึงดวงดาวอย่างแน่นอน จำยอมต้องหยุด เพื่อจบวิชาชีพนี้

โยมตัดสินใจเปลี่ยนไปจับงานแนวก่อสร้างทำฟุตบาท รับปูพื้นตัวหนอน แต่ก็ไปไม่รอด เพราะโยมไม่มีความรู้ด้านงานก่อสร้าง ขืนทำต่อไปคงไม่ก้าวหน้า จึงหาโอกาสไปศึกษาด้านการทำอาหาร ประจวบกับช่วงนั้น ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ กำลังมาแรง

ชีวิตโยมจึงหักเหอีกครั้ง หันมาเปิดร้านขายข้าวแกงปักษ์ใต้ ตามแนวคิดที่ว่า คนเรายากดีมีจน ต้องกินเพื่อความอยู่รอด

            ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้ ดำเนินมาได้ระยะหนึ่ง ผลปรากฏไม่รอดอีกเช่นเคย เพราะทำไม่อร่อย ลูกค้าไม่ติด ขายไม่ดี ไปไม่ถึงฝั่งฝัน ขาดทุนตามระเบียบ

            โยมเปลี่ยนแนวไปสมัครเป็นเสมียน ทำด้านธุรการ รับเงินเดือน 5 พันบาท ทำอยู่หลายเดือน เจ้านายมีคำสั่งย้าย ให้ไปอยู่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน

โยมทราบอยู่แก่ใจ ว่าเป็นการบีบให้ลาออก เพราะบ้านอยู่กรุงเทพฯ บริษัทจะให้ไปอยู่ปาย จะไปได้อย่างไร สุดท้ายโยมต้องจำยอม ลาออกจากงานนี้โดยปริยาย

            ท้ายสุดสวรรค์มีตา ให้โอกาสมอบอาชีพใหม่ ลิขิตให้โยม เลือกที่จะมาขายพรหมติดรถยนต์

            นับเป็นการเล็งอาชีพ แบบมองการณ์ไกล เพราะในสังคมโลกในยุคปัจจุบัน รถยนต์มีความสำคัญ กลายเป็นปัจจัยที่ 5 ทุกบ้านต้องมีรถยนต์ และทุกคันต้องมีพรหมติดรถยนต์ เพื่อความสะอาดถูกสุขอนามัย

 โยมใช้เทคนิคการขาย แบบถึงลูกถึงคน นำไปส่ง และติดตั้งให้ลูกค้าที่สั่งมา ทั่วประเทศ

            แรกๆใช้รถจักรยานยนต์ ขับไปติดให้ลูกค้าทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล โยมมุมานะทำงานกับสามี ด้วยความขยันขันแข็ง หนักเอาเบาสู้ ไกลแค่ไหนก็ไป และในขณะที่ลูกค้าสั่ง เงินยังไม่ต้องจ่าย ทำเสร็จถึงค่อยจ่ายทีหลัง จึงเป็นที่ประทับใจลูกค้า มีการบอกต่อ รวมไปถึงถูกใจในบริการ

            ผลแห่งความขยัน และแล้วความสำเร็จก็มาเยือน โยมขยายกิจการเปิดโรงงานผลิตพรหมติดรถยนต์ ระดับมาตรฐานสากล ทำมาแล้ว 5 ปี ประสบความสำเร็จ ลูกค้าชื่นชอบ

            โยมมีสโลแกนที่ว่า ทำดี สวยงาม ทำตั้งใจ งานละเอียด จริงใจกับลูกค้า แถมราคาไม่แพง

            ยิ่งมาช่วงหลัง รับงานทางอินเตอร์เน็ต ลูกค้าสั่งเข้ามาเยอะมาก สั่งมาก็ไปทันที รวดเร็วทันใจ สั่งวันนี้ พรุ่งนี้ไปส่ง ทำงานเป็นคำพูดตลอด ส่วนถ้ามีการผิดพลาด ก็จะแก้ไขให้ ไม่คิดเงิน

            โยมยึดหลักความกตัญญูกตเวที ขยัน ซื่อสัตย์ อดทน รู้บุญคุณคน ชีวิตจึงสำเร็จและผลแห่งความดีที่ทำ ได้สะท้อนย้อนกลับมา เป็นผลบุญล้วนๆ

ที่สำคัญความสำเร็จของโยม เกิดจากความเพียร ไม่ท้อแท้ สู้งาน ล้มลุกคลุกคลาน สอบผ่านทุกข์ได้เพราะความเพียร 

        ความเพียรเป็นปัจจัยสำคัญทำให้บุคคลมีความเจริญ “คนขยัน ย่อมพึ่งตนเอง และครองตนได้” ลักษณะของคนที่มีความขยัน  เป็นคนกล้างาน  ไม่หลบงาน ไม่หนีงาน  ไม่กลัวความทุกข์ยาก  ไม่กลัวความลำบาก ไม่อ่อนแอ 

คนขยัน มีความยินดีพอใจในการทำงาน  เป็นคนรีบเร่งทำงานด้วยความรวดเร็วว่องไว  ทำงานตรงเวลา และเสร็จทันเวลา
      อาตมามีหลักคิด ในความขยันหมั่นเพียร ที่ต้องสำเหนียก เพียรระวังไม่ให้บาปเกิดขึ้นในสันดาน ต้องสำเหนียก เพียรละบาปที่เกิดขึ้นแล้ว ต้องเพียรให้กุศลเกิดขึ้นในสันดาน และต้องเพียรรักษากุศลที่เกิดขึ้นแล้ว  ไม่ให้เสื่อม       

พฤติกรรมของบุคคลที่มีความขยันหมั่นเพียร  มีความเอาใจใส่และตั้งใจทำงาน มีความอดทน หนักแน่น หนักเอาเบาสู้ ไม่ท้อแท้ ท้อถอย  ความขยันหมั่นเพียรจึงเป็นพื้นฐานของความรับผิดชอบ และเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จ 

ดังพุทธภาษิตที่กล่าวว่า บุคคลจะล่วงทุกข์ได้เพราะความเพียร คนที่ไม่มีความเพียรพยายามอย่าว่าเข็นครกขึ้นภูเขาเลย แม้แต่เข็นครกลงภูเขาเขาก็ไม่มีทางทำได้

ที่สำคัญสิ่งที่อาตมา มองเห็นในตัวโยม คือความซื่อสัตย์สุจริต มีคุณธรรมอันสูงค่ายิ่งของความเป็นมนุษย์ และสะท้อนให้เห็นถึง จิตใจที่บริสุทธิ์ซื่อตรงและจริงใจ เปรียบเสมือนเพชรน้ำเอก ที่ประเมินค่ามิได้

อีกหัวใจถ้าใครก็ตาม ประกอบสัมมาอาชีพ แล้วไม่ซื่อสัตย์ หรือเป็นผู้สูญเสียความซื่อสัตย์ ย่อมเหมือนสูญเสียแล้วทุกสิ่งทุกอย่าง

ในบรรดาความดีงามทั้งหลาย ที่อยู่ในขอบเขตคุณธรรมนั้น ความซื่อสัตย์สุจริต เป็นสิ่งสูงค่าสุด แม้จะมีคุณสมบัติอื่นๆ ที่เป็นคุณสมบัติของคนดี แต่เมื่อไม่มีความซื่อสัตย์แล้วไซร์ ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นคนดี

ผู้ดํารงรักษาไว้ซึ่งความซื่อสัตย์ปฏิบัติชอบธรรม ไม่ว่าผู้นั้นจะอยู่ในสภาพใด  ยากดีมีจนอย่างไร ถือเป็นผู้มีเกียรติ สง่างาม ได้รับความเชื่อถือศรัทธาจากผู้คน

 ความซื่อสัตย์คือเกราะป้องกันสิ่งชั่วร้าย เป็นธรรมอันประเสริฐ ไม่เสื่อมคลาย เป็นหลักชัยนําไปสู่ความสุขในชีวิต

ฉะนั้นผู้ปรารถนาความสําเร็จ หวังเจริญก้าวหน้า ทั้งแก่ตนเองและส่วนรวม ควรยึดมั่นในความสุจริต ประกอบสัมมาอาชีพถูกต้องเป็นธรรม สม่ำเสมอ ย่อมประสบความเจริญรุ่งเรืองแน่นอน

ขอเจริญพร

…………………………..