หน้าแรก » ตีกลองร้องทุกข์ » ราชบุรี-ร้องศูนย์ดำรงธรรมถูกผู้ใหญ่บ้านอุ้มซ้อม

ราชบุรี-ร้องศูนย์ดำรงธรรมถูกผู้ใหญ่บ้านอุ้มซ้อม

โพสต์โดย : tin เมื่อ 14 ก.พ. 2561 18:21:23 น. เข้าชม 158 ครั้ง แจ้งลบ

ภาพ/ข่าว พลพัฒน์ ลิ้มคุณธรรมโม
หนุ่มโพธารามเดินทางมาร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดหลังถูกผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 พร้อมพวก อีก 4 คนอุ้มไปซ้อม ก่อนไปแจ้งความที่สภ.โพธารามเพื่อเอาผิด
         เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 14 ก.พ. 61   นายทวี  ไกรคุปต์  อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้พา นายประมวล  ทับตุ้ม อายุ 38 ปี พร้อมด้วยนางปิ๋ว ทับตุ้ม อายุ 59 ปี มารดา  อยู่ ต.ชำแระ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี  เข้าพบเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดราชบุรี ศาลากลางจังหวัด เพื่อขอให้ช่วยเหลือกรณีถูกผู้ใหญ่บ้านพร้อมพวกอุ้มไปทำร้ายร่างกายให้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดในพื้นที่ตำบลชำแระ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี หลังเมื่อช่วงสายของวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ถูกผู้ใหญ่บ้านพร้อมพวกรวม 4 คน ได้นำตัวนายประมวล ทับตุ้ม อุ้มขึ้นนำพาขึ้นรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนด์ดำตอนครึ่งหายตัวไป โดยก่อนที่จะนำตัวขึ้นรถชายทั้ง 4 คน ได้นำเสื้อมาคลุมใบหน้า และเอาผ้าขาวม้าผูกมือนายประมวลไขว้หลังอุ้มขึ้นรถหายไปต่อหน้านางปิ๋ว ซึ่งเป็นมารดาซึ่งอยู่ในอาการตกใจเป็นห่วงลูกชายที่ถูกอุ้มพาขึ้นรถโดยไม่รู้จุดหมายปลายทาง จึงได้บอกลูกสาวและญาติๆให้ออกตามหาแต่ก็ไม่พบ  ผ่านไปประมาณ 3 ชั่วโมงก็พบรถคันดังกล่าวได้ขับมาใกล้กับบ้าน และนำตัวลูกชายลงจากรถในสภาพเหมือนคนได้รับบาดเจ็บ จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลให้แพทย์ตรวจรักษา 
         โดยนายประมวล ทับตุ้ม  ได้เล่าให้ฟังว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 กุมภาพันธ์ ผู้ใหญ่บ้าน  พร้อมกับพวก ได้เข้าไปบ้านและลากตัวออกมาทุบตีนอกบ้าน โดยอ้างว่ามีหมายค้นจากโรงพัก  แต่ก็ไม่ได้นำออกมาให้ดู  แม้จะขอดูหมายค้นก็ไม่ยอมให้ดู เมื่อทำร้ายแล้วจึงพาขึ้นรถยนต์กระบะไปโดยใช้ผ้าคลุมหัว เอาผ้าขาวม้าผูกมือไขว้หลัง  ระหว่างอยู่บนรถได้ถามว่าเอาเครื่องสูบน้ำไปไว้ไหน   ตนก็บอกไม้รู้เรื่อง ก็พยายามทุบตีหลายครั้ง  จากนั้นก็พาลงรถแต่ไม่รู้ว่าเป็นที่ไหนเพราะถูกผ้าคลุมหัวไว้  จากนั้นได้ให้ปัสสาวะเพื่อนำตรวจหาสารเสพติด จึงบอกว่าถ้าหากปัสสาวะไม่ได้มีสีม่วงให้พากลับบ้าน  ขณะนั้นเกิดผ้าคลุมหัวหลุดจึงเห็นว่าเป็นที่ทำการตำรวจสายตรวจตำบลบ้านสิงห์ อ.โพธาราม  จากนั้นมีการทำสำนวนอะไรไม่รู้  และได้นำยาบ้าใส่หลอดมาวางและถามตนเองว่าจะเอายาใช่มั๊ย และพยายามจะให้ตนเองถ่ายรูปกับยาบ้าด้วยแต่ตนไม่ยินยอม ตนพยายามเงยหน้าเพื่อมองการพิมเอกสารแต่ก็ถูกจับกดให้หน้าก้มต่ำจนมองไม่เห็น  หลังจากนั้นได้ให้ตนเซ็นเอกสารอะไรก็ไม่รู้ โดยไม่ยอมให้อ่าน แต่ให้เซ็นต์ลายมือในเอกสารอย่างเดียว พอเสร็จจึงพาขึ้นรถไปส่งที่บ้าน  ตามร่างกายก็ฟกช้ำดำเขียวหลายแห่ง  นอกจากนี้ยังถูกข่มขู่ว่าถ้าไม่ให้ความร่วมมือจะโดนหนักยิ่งกว่านี้อีก  ตนก็ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องอะไร และยังขู่อีกว่าอีก 2  หรือ 3 วันจะมาเอาเอ็งอีก พอกลับมาถึงบ้านได้ไปที่โรงพยาบาลให้แพทย์ตรวจรักษา พร้อมกับไปแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจ สภ.โพธาราม เพื่อเอาผิดกับคนที่ทำร้ายทั้ง 4 คน  วันนี้จึงมาร้องขอความเป็นธรรมศูนย์ดำรงธรรมเพื่อขอความเป็นธรรมว่าครอบครัวเหลือเพียงแม่และน้องสาว บิดาเสียชีวิตไปแล้ว ที่บ้านเหลือแต่ผู้หญิงหมด ที่ต้องเลี้ยงดูแลไม่น่ามาทำร้ายกันแบบนี้ 
         ทั้งนี้นายภานุมาศ คงพันธ์  นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพร้อมหน่วยทหารได้มารับเรื่องสอบถามข้อมูลรายละเอียด  พร้อมจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรม
         จากนั้นนายทวี  ไกรคุปต์  อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมได้นำนายประมวล ทับตุ้ม เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.นภดล  รุ่งสาคร ผู้กำกับสภ.โพธาราม    เพื่อสอบถามข้อมูลในคดีดังกล่าว โดยทางผู้กำกับ สภ.โพธาราม เปิดเผยว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งความไว้แล้ว และรายงานให้นายอำเภอโพธารามทราบเบื้องต้นเกี่ยวกับคดีดังกล่าว ที่มีผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเข้าไปเกี่ยวข้องในคดีด้วย  นอกจากนี้พบว่าที่ป้อมที่ทำการตำรวจสายตรวจตำบลบ้านสิงห์มีภาพกล้องวงจรปิดบันทึกไว้ในวันเกิดเหตุ หากมีการตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆที่เกี่ยวข้องแล้วพบว่าเป็นจริงก็ว่ากันไปตามกฎหมาย  ส่วนที่อ้างว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจยศสารวัตรนายหนึ่งไปเกี่ยวข้องนั้น ตรวจสอบแล้วทราบว่าไม่ใช่อยู่ในท้องที่ สภ.โพธาราม แต่อยู่พื้นที่จังหวัดใกล้เคียง ซึ่งเมื่อหลักฐาน พยานต่างๆระบุชัดเจนก็จะส่งให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เพื่อดำเนินการต่อไป