หน้าแรก » ตีกลองร้องทุกข์ » เพชรบุรี-โวย ซื้อบ้านหลังผ่อนไปแล้ว 6 ล้าน

เพชรบุรี-โวย ซื้อบ้านหลังผ่อนไปแล้ว 6 ล้าน

โพสต์โดย : tin เมื่อ 27 ก.พ. 2561 18:54:16 น. เข้าชม 699 ครั้ง แจ้งลบ

ภาพ/ข่าว สุรพล นาคนคร
สาวใหญ่โวย ซื้อบ้านหลังผ่อนไปแล้ว 6 ล้าน จะนำเข้าแบ๊งค์ถูกปฏิเสธ หลังพบว่า โฉนดฉบับดังกล่าว อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ขณะที่ “สว.สุมล” เรียกร้องให้ ชุด”พยัครไพร” ลงตรวจสอบ เพราะผู้มีอิทธิพลสมคบเจ้าหน้าที่รัฐออกโฉนดทับที่ป่าจำนวนมาก ป่าไม้ในพื้นที่รับมือไม่ไหวแน่
              วันนี้ 27 ก.พ.2561 ที่บ้านพักเลขที่ 1445/259 ถนนเพชรเกษม (ทรายใต้) ต.ชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ซึ่งอยู่ภายในโครงการปาล์มฮิลส์ กอล์ฟ คลับ แอนด์ เรสซิเด้นท์ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ใกล้กับ มหาวิทยาลัยนานาชาติ Stamford University นางปณิสรา  ฮอปกิ้นส์ อายุ 52 ปี เจ้าของบ้าน ได้ร้องเรียนผ่านนางสาวสุมล  สุตะวิริยะวัฒน์ ประธานชมรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพชรบุรี และอดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเพชรบุรี ว่า ตนเอง ได้มาซื้อบ้านพร้อมที่ดินภายในโครงการPalm Springs Inspired เป็นที่ดินแปลงขายเลขที่ 156 ที่ดินโฉนดเลขที่ 15947 เลขที่ดิน 123 ต.ชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เนื้อที่ 1 ไร่ 1 งาน (พื้นที่ใช้สอย 380 ตารางเมตร) พร้อมตัวบ้าน ซึ่งเดิมเป็นบ้านตัวอย่างภายในโครงการ 1 หลัง ราคา 12 ล้านบาทเศษ โดยตนได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายกับโครงการไว้ โดยได้ชำระเงินในวันจอง เมื่อวั้นที่ 28 ก.ย.2558 150,000 บาท และวันทำสัญญา 2,000,000 บาท ที่เหลือแบ่งชำระเป็นงวดๆละ 275,334 บาท รวม 36 งวด ซึ่งขณะนี้ตนเองได้ชำระเงินค่างวดไปแล้วรวม 25 งวด เป็นเงิน 6,000,000 กว่าบาท ต่อมาสามีตนเองซึ่งเป็นชาวต่างประเทศต้องเปลี่ยนงาน จึงทำให้รับภาระที่จะผ่อนค่างวดไม่ไหว จึงได้ปรึกษากับทางโครงการว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร ก็ได้รับคำแนะนำว่า ให้ขายแล้วนำเงินที่เหลือมาชำระให้ทางโครงการ หรือจะนำเข้าธนาคารเพื่อผ่อนชำระกับทางธนาคารต่อก็ได้
              ต่อมาตนเองได้ติดต่อกับสถาบันการเงินเพื่อนำบ้านและที่ดินเข้าขอกู้กับธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายประเมินจึงได้ประสานงานเพื่อทำการตรวจสอบหลักทรัพย์ที่จะนำเข้าขอกู้เงินกับทางธนาคารฯ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ของธนาคารฯตรวจสอบกับทางแอปพลิเคชั่นของดีเอสไอแล้วพบว่า ที่ดินแปลงที่ตนติดต่อขอกู้เงินกับทางธนาคาร เป็นพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าหมายเลขแปดสิบเจ็ด จึงถูกปฏิเสธจากทางธนาคาร ทำให้ตนเองตกใจเพราะก่อนซื้อตนก็ได้ไปขอตรวจสอบโฉนดที่ดินแปลงดังกล่าวแล้วว่า ออกโดยสำนักงานที่ดินฯโดยถูกต้อง และเมื่อดูด้านหลังก็พบว่าเคยมีการทำธุรกรรมกับหลายๆธนาคารมาก่อนหน้าแล้ว จึงได้ตัดสินใจซื้อ จากนั้นตนเองได้ไปขอตรวจสอบกับทางสำนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบุรี ก็ได้รับคำตอบจากสำนักงานที่ดินว่า ที่ดินดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าหมายเลขแปดสิบเจ็ดจริง และทางธนาคารฯได้ทำหนังสือขอตรวจสอบตำแหน่งที่ดินตามหลักฐานโฉนดดังกล่าวไปยัง สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 สาขาเพชรบุรี ก็ได้รับหนังสือตอบกลับว่า อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าหมายเลขแปดสิบเจ็ดเช่นกัน
               และเมื่อตนเองติดต่อไปยังทางโครงการที่ขายบ้านพร้อมที่ดินดังกล่าวให้ว่า เหตุใด จึงกลายเป็นเช่นนี้ และตนเองไม่มั่นใจว่า หากตนเองจะชำระเงินค่างวดให้กับทางโครงการฯต่อไปแล้ว ตนเองจะได้กรรมสิทธิ์ในบ้านและที่ดินหลังดังกล่าวหรือไม่ แต่ก็ได้รับการเพิกเฉย ซึ่งหากตนเองไม่ชำระค่างวด ทางโครงการฯจะกลายเป็นตนเองเป็นผู้ผิดสัญญาการชำระค่างวดหรือไม่ ซึ่งตนเองก็ได้ลองตรวจสอบจากแอปพลิชั่นดีเอสไอกับบ้านและที่ดินหลังอื่นๆในบริเวณใกล้เคียงก็พบว่าอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติดังกล่าวเช่นกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ตนได้เคยเดินทางไปปรึกษากับทางสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคมาแล้วก็ได้รับคำแนะนำว่า ให้ทำเรื่องร้องเรียนพร้อมแนบหลักฐานที่มีอยู่เข้ามา และเจ้าหน้าที่ของธนาคารฯเองก็บอกว่า เมื่อก่อนจะไม่มีการตรวจสอบและภายหลังนี้ทุกๆธนาคารต้องตรวจสอบทุกรายว่า อยู่ในพื้นที่ป่าหรือไม่ และตนเองทราบเรื่องจากการตรวจสอบในเว็ปไซด์ว่า ก่อนหน้านี้ทางคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ก็เคยลงมาตรวจสอบในพื้นที่ใกล้เคียงก็พบปัญหาเรื่องการออกโฉนดที่ดินทับเขตป่าสงวนแห่งชาติ หมายเลขแปดสิบเจ็ดในบริเวณใกล้เคียง คือที่ ต.สามพระยา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี มาแล้วเช่นกัน จึงได้ร้องเรียนมายังน.ส.สุมลเพราะเป็นกรณีใกล้เคียงกัน
                นางสาวสุมล  สุตะวิริยะวัฒน์ ประธานชมรมอนุรักษ์ทรัพยากรรมธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพชรบุรี กล่าวว่า เดิมสมัยตนเองเป็นสมาชิกวุฒิสภา จ.เพชรบุรี และเป็นประธานอนุกรรมการทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า ในคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็เคยได้รับการร้องเรียนว่า มีการออกโฉนดทับที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าหมายเลขแปดสิบเจ็ด ที่ต.สามพระยา อ.ชะอำ ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับที่ดินแปลงนี้ ซึ่งพบว่า เอกสารสิทธิดังกล่าวเป็นโฉนดที่ดิน น.ส.4 จ ออกโดยการเดินสำรวจ โดยสำนักงานที่ดิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ แต่มาออกให้ในพื้นที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี จำนวนหลายแปลง จึงได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกรมป่าไม้ และ กรมที่ดิน รวมทั้งผู้แทนกระทรวงมหาดไทยมาประชุมหารือและตรวจสอบ ซึ่งสรุปได้ว่า เป็นการออกเดินสำรวจโดยไม่ชอบ เพราะไม่มีเจ้าหน้าที่จากกรมป่าไม้ร่วมเดินสำรวจและรับรองแนวเขตป่าด้วย จึงได้มีมติให้ทางจังหวัดเพชรบุรี เจ้าของพื้นที่เป็นต้นเรื่องในการตั้งกรรมการร่วมกับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และกรมที่ดิน ทำการเพิกถอนโฉนดดังกล่าว แต่ต่อมาตนครบวาระจึงไม่ทราบว่า ขณะนี้เรื่องดังกล่าวดำเนินการไปถึงไหน ซึ่งที่ทราบ บริเวณแถบนี้มีปัญหามาก มีการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบจำนวนมาก คราวที่แล้วออกโดยสำนักงานที่ดินอำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ คราวนี้ออกโดยสำนักงานที่ดินอำเภอชะอำ จ.เพชรบุรี ซึ่งออกทับพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและป่าถาวรทั้งนั้น อย่างนี้ซิ ป่าถึงได้หมดไป 
               น.ส.สุมล กล่าวต่ออีกว่า ตนพร้อมด้วยผู้เสียหาย คงต้องเรียกร้องและประสานงานไปยัง นายชีวภาพ ชีวธรรม หัวหน้าชุด “พยัครไพร” ของกรมป่าไม้ ให้ลงมาตรวจสอบพื้นที่บริเวณนี้ทั้งหมด เพราะจากการตรวจสอบแล้ว รายที่มีการออกโฉนดทับที่ป่าสงวนแห่งชาติและป่าถาวรบริเวณนี้ ส่วนใหญ่มีทั้งนักการเมืองระดับท้องถิ่นและระดับชาติ ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลทั้งนั้น และที่สำคัญหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องต่างก็เพิกเฉยและเดินเรื่องแบบอืดอาด หรือปล่อยทิ้งเรื่องดองไว้ ทำให้การบุกรุกป่ามีการรุกคืบไปเรื่อยๆ จนทำให้สภาพป่าหมดไป สำหรับรายนี้ตรวจสอบแล้ว มีนามสกุลคนดังระดับอดีตรัฐมนตรีว่าการฯหลายกระทรวงเป็นเจ้าของอยู่ด้วย.