หน้าแรก » ตีกลองร้องทุกข์ » เพชรบุรี-เซียนพระ ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม

เพชรบุรี-เซียนพระ ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม

โพสต์โดย : tin เมื่อ 27 ก.พ. 2561 19:06:13 น. เข้าชม 1374 ครั้ง แจ้งลบ

ภาพ/ข่าว สุรพล นาคนคร
หนู สไนเปอร์ เซียนพระเมืองเพชร ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อ ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี หลังร้องเรียนตำรวจนายหนึ่ง ปฎิบัติหน้าที่เกินกว่าเหตุเมื่อกลางเดือนมกราคม แต่คดีไม่คืบหน้า
     เมืิ่อวันที่ 27กุมภาพันธ์ 2561 เวลา10.00น นายอานนท์ อรชร อายุ27ปี อยุ่บ้านเลขที่ 63 ม2ต.ยางหย่อง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี หรือ หนู สไนท์เปอร์ เซียนพระเมืองเพชร พร้อมด้วยนายเอกชัย อังกินันทน์ ประธานชมรมพระเครื่องเพชรบุรี และทนายทนายสุชาธิษณ์ แสงมณี กรรมการทนายความภาค๗ รวมถึงเพื่อนสมาชิกชมรมพระเครื่อง เข้ายื่นหนังสือ ต่อ พล.ต.ต.วิศาล พันธ์มณี ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี เพื่อขอความเป็นธรรม หลังถูก ร.ต.อ.ณรงค์ชัย ใช่ทอง รอง สวป.สภ.ไร่สะท้อน ปฎิบัติหน้าที่กระทำเกินสมควรแก่เหตุ มีพฤติกรรมข่มขู่ให้ตกใจกลัว กักขังหน่วงเหนี่ยว โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่25มกราคม2561 ที่บริเวณสะพานข้ามคลองชลประทานบ้านหนองแก ต.ไร่สะท้อน อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี 
       นายอานนท์ เล่าเหตุการณ์ย้อนหลังที่เกิดขึ้นกับตนเองว่า เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น.วันที่ 25 มกราคม61 ที่ผ่านมา ขณะที่ตนขี่รถจักรยานยนต์ Honda Scoopy I สีดำ หมายเลขทะเบียน 1 กก 769 เพชรบุรี เดินทางไปที่ ต.ไร่สะท้อน อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี เพื่อนำพระเครื่องที่ลูกค้าสั่งไปจำหน่าย ขณะที่จอดรถจักรยานยนต์อยู่บนสะพานหน้าทางเข้าวัดหนองแก ต.ไร่สะท้อน และกำลังกดไลน์โทรศัพท์สอบถามเส้นทางลูกค้า ปรากฏมีรถกระบะอีซูซุดีแม็ก สีขาวตอนครึ่ง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน มาจอดต่อท้ายจากนั้นได้มีชายทราบชื่อต่อมาคือ ร.ต.อ.ณรงค์ชัย ใช่ทอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตำแหน่ง รอง สวป. สภ.ไร่สะท้อน แต่งกายลักษณะนอกเครื่องแบบใส่กางเกงยีนส์เสื้อยืด เดินเข้ามาหาพร้อมชักอาวุธปืนแมกกาซีน สีดำ จ่อที่บริเวณลำตัวของตน จากนั้นบอกให้ตนหยุดเมื่อตนสอบถามว่าทำผิดข้อหาใด ร.ต.อ.ณรงค์ชัยกลับไม่ตอบแต่กระชากกระเป๋าสะพาย ซึ่งตนสะพายอยู่ไปรื้อค้นภายในพบเพียงพระเครื่องที่ตนจะนำมาส่งลูกค้า ร.ต.อ.ณรงค์ชัย จึงได้แสดงบัตรว่าตนเองเป็นตำรวจแล้วกล่าวว่าขอตรวจค้นรถจักรยานยนต์ของตน ตนยินยอมให้ตรวจค้นผลปรากฏการตรวจค้นรถจักรยานยนต์ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ร.ต.อ.ณรงค์ชัย จึงขอตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติดตนก็ยินยอมและทำการให้ตรวจในที่เกิดเหตุซึ่งปรากฏว่าไม่พบสารยาเสพติดใดๆ ขณะนั้นเริ่มมีชาวบ้านเข้ามามุงดูและมีลูกค้าที่สั่งพระได้เข้ามาอยู่ในเหตุการณ์ด้วย เมื่อไม่พบความผิดใดๆ ร.ต.อ.ณรงค์ชัย กล่าวว่า ต้องเอาผิดให้ได้ แล้วได้เดินกลับไปที่รถจักรยานยนต์ของตนอีกครั้งและขอดูสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ ซึ่งปรากฏว่าตนไม่ได้นำติดมาด้วย ร.ต.อ.ณรงค์ชัยจึงแจ้งข้อหาไม่มีใบสมุดคู่มือจดทะเบียนรถและจะยึดรถ ตนได้โทรศัพท์โทรหามารดาเพื่อให้นำสมุดคู่มือทะเบียนรถมาให้ ขอให้รออย่ายึดรถแต่ ร.ต.อ.ณรงค์ชัยไม่ยินยอม พร้อมได้โทรศัพท์ไปเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไร่สะท้อน จำนวน 2 นายให้มาที่เกิดเหตุเมื่อเจ้าที่ตำรวจทั้ง 2 นายมา ร.ต.อ.ณรงค์ชัยได้แจ้งให้จับกุมใส่กุญแจมือตนข้อหาไม่มีสมุดทะเบียนรถ แม้เจ้าที่ตำรวจทั้ง 2 นายทัดทานว่า เป็นคดีเล็กน้อยไม่จำเป็นจะต้องใส่กุญแจมือ แต่ ร.ต.อ.ณรงค์ชัยกลับกล่าวว่าตนเป็นหัวหน้าสั่งลูกน้องต้องทำตามตำรวจทั้ง 2 จึงเข้ามาจับกุม โดยที่ ร.ต.อ.ณรงค์ชัยเป็นคนนำกุญแจมือมาใส่ที่ข้อมือของตนก่อนพาตัวขึ้นแคปรถกระบะ นำตัวไปโรงพักโดยมีตำรวจขับขี่รถจักรยานยนต์ตนตามไปด้วย 
      เมื่อถึงโรงพัก ร.ต.อ.ณรงค์ชัยได้พาตนไปที่บริเวณหน้าห้องสืบสวนจากนั้นเดินหายไปประมาณ 1 ชั่วโมง และไม่ได้รับการอนุญาตให้ติดต่อกับผู้ใด ต่อมามีเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ทราบชื่อจำนวน 2 นายเข้ามาพยายามไกล่เกลี่ยขอให้ยอมความไม่เอาผิดในกรณีที่ ร.ต.อ.ณรงค์ชัย ใช้อาวุธปืน จ่อจี้ตน แต่ตนไม่ยินยอม ตำรวจทั้ง 2 นาย ไกล่เกลี่ยอยู่หลายครั้ง เมื่อตนยืนกรานไม่ยินยอม จึงมีการตั้งข้อกล่าวหาว่าตนดูหมิ่นและขัดขืนเจ้าพนักงานในขณะปฏิบัติหน้าที่ พร้อมจับนำตัวเข้าห้องขัง และนำข้อกล่าวหามาให้เซ็นยินยอมสารภาพ ตนกลัวถูกจองจำจึงยินยอมเซ็นสารภาพ ต่อมามารดาตนและเพื่อนบ้านได้เดินทางมา และประกันตัวตนออกในวงเงิน 30,000 บาท ในเวลา 21.00 น.เศษ หลังจากที่ได้รับการประกันตัว ตนได้เดินทางมาที่ ร.พ.ท่ายาง ให้แพทย์ทำการตรวจพิสูจน์บาดแผลและออกใบรับรองแพทย์ในกรณีที่ถูกกุญแจข้อมือบาดเป็นแผลที่ ข้อมือขวา
     “ การกระทำดังกล่าวของ ร.ต.อ.ณรงค์ชัย เป็นการกระทำที่ลุแก่อำนาจ ใช้อำนาจโดยมิชอบทำเกินกว่าเหตุและพยายามยัดเยียดข้อกล่าวหาต่างๆให้กับตนทำให้ตนรู้สึกหวาดกลัว จึงได้เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงและผู้บังคับบัญชาดำเนินคดีกับ ร.ต.อ. ณรงค์ชัย เมื่อวันที่26 มกราคม 61 ที่ผ่านมา แต่จนถึงปัจจุบันเรื่องกลับยิ่งเงียบไม่คืบหน้า จนตนและทนายตัดสินใจเข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมและเร่งรัดคดีโดยเร็วที่สุด
       เนื่องจากภายหลังที่ตนแจ้งความเอาผิดต่อ ร.ต.อ.ณรงค์ชัยที่ สภ.ไร่สะท้อน ในข้อหาพยายามฆ่ากักขังหน่วงเหนี่ยว ไปแล้วและจะแจ้งข้อหาเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และข้อหาอื่นๆ แต่ไม่คืบหน้า จนตนเริ่มไม่มั่นใจว่าจะได้รับความเป็นธรรม
      เบื้องต้น พล.ต.ต.วิศาล พันธ์มณี ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี เปิดเผยว่า จะได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนความผิด หากพบผิดจริงจะเป็นความผิดวินัยร้ายแรงโทษสูงสุดให้ออกจากราชการ อย่างไรก็ตามขอเวลาให้คณะกรรมการตรวจสอบได้ปฎิบัติหน้าที่ตามไปตามขั้นตอนซักระยะ ขอยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมแก่ทั้ง 2 ฝ่าย อย่างแน่นอน