หน้าแรก » ตีกลองร้องทุกข์ » เพชรบุรี-คืบหน้ากรณีแบ๊งค์ไม่ปล่อยกู้บ้านหรู

เพชรบุรี-คืบหน้ากรณีแบ๊งค์ไม่ปล่อยกู้บ้านหรู

โพสต์โดย : tin เมื่อ 28 ก.พ. 2561 18:19:03 น. เข้าชม 182 ครั้ง แจ้งลบ

ภาพ/ข่าว สุรพล นาคนคร
ความคืบหน้ากรณีแบ๊งค์ไม่ปล่อยกู้บ้านหรู เหตุเป็นที่ป่าสงวน ขณะที่หัวหน้าชุดพยัครไพรยันเตรียมลงพื้นที่เร็วๆนี้
       ล่าสุด ผู้ซื้อเดินหน้ายื่นเรื่อง สคบ.ให้ตรวจสอบแล้ว ขณะที่เจ้าตัวยืนยัน หลังทราบเป็นที่ป่าฯ ถือเป็นสมบัติของชาติ บอกสามีและครอบครัวว่า ยังไงก็ต้องคืนหลวง เรียกร้องหน่วยงานเกี่ยวข้องตรวจสอบเอาที่ป่าคืน
        หลังจากที่นางปาณิสรา  ฮอปกิ้นส์ อายุ 52 ปี ซึ่งเป็นผู้ทำสัญญาซื้อบ้านพร้อมที่ดินของโครงการ Palm Springs Inspired ซึ่งโฉนดที่ดินตั้งอยู่ภายใน โครงการปาล์มฮิลส์ กอล์ฟ คลับ แอนด์ เรสซิเด้นท์ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ใกล้กับ มหาวิทยาลัยนานาชาติ Stamford University ในราคา 12 ล้านบาทเศษ โดยผ่อนชำระกับทางโครงการมาแล้ว 25 งวด เป็นเงินกว่า 6 ล้านบาท แต่เมื่อจะนำเข้าธนาคารเพื่อขอกู้ผ่อนกับธนาคารไทยพาณิชย์ ปรากฏว่า ฝ่ายสินเชื่อได้มาประเมินหลักทรัพย์และตรวจสอบแล้วพบว่า โฉนดดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าหมายเลขแปดสิบเจ็ด และถูกธนาคารฯปฏิเสธการให้กู้ ทำให้นางปาณิสราได้ร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนและประธานชมรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมและสิ่งแวดล้อมเพชรบุรี 
         ล่าสุดวันนี้ 28 ก.พ.2561 นางปาณิสรา เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ ตนเองได้นำหลักฐานในการจะซื้อจะขายที่ดินดังกล่าวไปร้องเรียนยังสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคแล้ว โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการรับเรื่องดังกล่าวเข้าสู่สารบบ และจะทำการเรียกทางโครงการ Palm Springs Inspired และตนเอง มาพูดคุยเพื่อทำการไกล่เกลี่ย โดยตนเองยืนยันว่า จะขอเงินทั้งหมดที่ได้ชำระไปกับทางโครงการคืนรวมทั้งค่าตกแต่งเพิ่มเติมที่ได้ลงทุนแต่งบ้านไป เพราะตนเองไม่ต้องการบ้านหลังนี้แล้ว แม้เดิมก่อนหน้าที่มีความรู้สึกผูกพันเพราะอยู่มาหลายปี แต่เมื่อทราบว่าเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ จึงได้บอกกับสามีและครอบครัวว่า มันไม่ใช่ของเราแล้ว มันเป็นสมบัติของคนทั้งชาติ ยังงัยก็ไม่ขอครอบครองเพื่อเป็นเจ้าของอีกต่อไป เพราะเราทั้งตรวจสอบเองและให้ทางหน่วยงานทั้งป่าไม้และที่ดินจังหวัดตรวจสอบก็ระบุว่าเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าหมายเลขแปดสิบเจ็ด ซึ่งตนเองได้อ่านพระราชกฤษฏีกาประกาศเหตุผลให้พื้นที่บริเวณนี้เป็นป่าแล้วรู้สึกสะเทือนใจ เพราะเหตุผลเนื่องจากมีต้นไม้ใหญ่ เป็นไม้สำคัญจำนวนมากรวมทั้งมีทรัพยากรแร่ชนิดต่างๆ จึงควรสงวนไว้เป็นพื้นที่ป่า ตนจึงตั้งใจแน่วแน่แล้วว่า มันไม่ควรเป็นของเราและของใคร แต่มันควรเป็นสมบัติของคนทั้งชาติต่อไป แม้ว่าทางโครงการจะคืนเงินทั้งหมดที่ตนส่งไปแล้วก็ตามที แต่ยังคงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบและนำพื้นที่ป่าคืนมา หากทางโครงการไม่ยอมคืนก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางแพ่ง โดยทางสคบ.จะจัดทนายให้ตนเองเพื่อสู้คดีในชั้นศาลต่อไป
           วันเดียวกัน นางสาวสุมล  สุตะวิริยะวัฒน์ ประธานชมรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและอดีตสว.เพชรบุรี ได้โทรศัพท์ประสานงานกับนายชีวภาพ  ชีวะธรรม หัวหน้าชุดพยัครไพรแล้วว่า ต้องลงมาทวงคืนผืนป่าแห่งนี้ เนื่องจากมีข้อมูลและหลักฐานจำนวนมากว่า มีการออกเอกสารสิทธิ์ทับพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าหมายเลขแปดสิบเจ็ด โดยนายชีวภาพแจ้งว่า หลังทราบข่าวจากทางสื่อมวลชน นายอรรถพล  เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ ได้สั่งการแล้วว่า ให้ขยายผลในเรื่องนี้ ซึ่งตนเองได้สั่งการให้ทางหน่วยรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นในส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และจะลงพื้นที่ไปในเร็วๆนี้อย่างแน่นอน.