หน้าแรก » ตำรวจ-อาชญากรรม » ลพบุรี-ชวนเพื่อนไปล่อไก่ป่ากลับยิงกันตาย

ลพบุรี-ชวนเพื่อนไปล่อไก่ป่ากลับยิงกันตาย

โพสต์โดย : tin เมื่อ 13 พ.ค. 2561 22:45:14 น. เข้าชม 66 ครั้ง แจ้งลบ

ภาพ/ข่าว กฤษณ์ สนใจ
 ชวนเพื่อนไปล่อไก่ป่ากลับยิงกันตายกลางหุบเขาคาดตาฝาดเห็นเป็นสัตว์
        วันที่ 13 พ.ค. 61 ร.ต.อ.วีระพันธ์ ชื่นชม รอง สว.(สอบสวน) สภ.โคกสลุง อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.โคกสลุงว่า มีผู้ถูกยิงตายท่ี่เขาพวง หลังบริษัทสหฟาร์ม ซอย 24 ต.โคกสลุง จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมทั้งได้ประสานแพทย์เวร รพ.พัฒนานิคม ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.ลพบุรี นคร 88 และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจุดพัฒนานิคมร่วมเดินทางไปยังจุดที่เกิดเหตุ
       ที่กลางเขาพวง ในที่เกิดเหตุพบว่าทีชาวบ้านและญาติผู้เสียชีวิตยืนรอเจ้าหน้าที่อยู่ด้วยความเศร้าโศกเสียใจ ที่โคนต้นไม้ใหญ่พบศพนายสมาน สาคร อายุ 35 อยู่บ้านเลขที่ 26/1 หมู่ที่ 7 ต.โคกสลุง อ.พัฒนานิคม ลพบุรี มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซอง โดนตามลำตัวจำนวนหลายนัด ซึ่งจากการชันสูตรพลิกศพคาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3-4 ชั่วโมง ในที่เกิดเหตุพบอาวุธปืนลูกซองยาวจำนวน 1 กระบอก และปลอกกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 20 จำนวน 1 ปลอกตกอยู่ในที่เกิดเหตุ และไก่ป่าสำหรับล่อ 1 ตัว
        จากการสอบสวนภรรยา และพ่อตาของผู้เสียชีวิตได้ให้การว่า เมื่อช่วงสายนายสมาน และเพื่อนๆ อีก 2-3 คน ได้ชักชวนกันไปเพื่อล่อไก่ป่า บนเขาพระยาเดินธง ซึ่งมีไก่ป่าชุกฃุม จนเมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. เพื่อนนายสมานโทรมาบอกว่านายสมาน ถูกยิงได้รับบาดเจ็บให้ส่งคน ส่งรถมารับตัวส่ง รพ.ด้วย พ่อตา ภรรยา และญาติได้รุดไปยังที่เกิดเหตุ แต่เนื่องจากรถไม่สามารถเข้าไปถึงที่เกิดเหตุได้ต้องเดินเท้าปีนเขาเข้าไปประมาณ 1-2 กิโลเมตร เมื่อถึงที่เกิดเหตุนายสมานได้เสียชีิวิตแล้ว
         สอบสวนเพื่อนๆ นายสมานให้การในชั้นต้นว่านายสมานทำปืนลั่นใส่ตัวเอง ซึ่งจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่น่าจะเป็นไปได้ สันนิฐานว่าน่าจะเป็นการยิงจากบุคคลอื่น หรืออาจเป็นการเข้าใจผิดคิดว่านายสมานที่ซุ่มอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่เป็นสัตว์ป่า ซึ่งยังให้การปฎิเสธ ร้อยเวรเจ้าของคดีได้ควบคุมตัวเพื่อนๆ ของนายสมานส่งพนักงานสอบสวน สภ.โคกสลุง เพื่อทำารสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป ส่วนศพนายสมานได้ส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ (นิติเวช)โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติเพื่อพิสูจน์สาเหตุของการเสียชีวิตที่แน่ชัดอีกครั้ง