หน้าแรก » รายงานพิเศษ » เพชรบุรี-เรื่องเล่าจาก ตชด. "ตู้ยามของพ่อ"

เพชรบุรี-เรื่องเล่าจาก ตชด. "ตู้ยามของพ่อ"

โพสต์โดย : tin เมื่อ 14 พ.ค. 2561 23:16:47 น. เข้าชม 506 ครั้ง แจ้งลบ

โดย.. สุรพล นาคนคร
กว่า 51 ปี กับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริสหกรณ์ห้วยสัตว์ใหญ่ ที่ตำรวจพลร่มได้เข้าไปดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่หมู่บ้านป่าละอู ซึ่งเป็นพื้นที่แนวชายแดนด้านทิศตะวันตกติดกับประเทศสหภาพพม่า  จุดตรวจบ้านพุไทร นับเป็นจุดตรวจแห่งแรกที่ทรงรับสั่งให้เป็นจุดตรวจที่ดูแลความปลอดภัยให้กับราษฏรในพื้นที่ รวมทั้งภารกิจอื่นๆที่สนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯอีกมากมาย
         บ่ายวันที่ 8 พ.ค.2561 เราได้มีโอกาสพบกับพ.ต.ต.สุวิทย์  มณีวงษ์ ผบ.ร้อย(ฉก)รบพิเศษ กก.1 บก.สอ.บช.ตชด. ค่ายนเรศวร ที่จุดตรวจบ้านพุไทร ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อติดตามความคืบหน้าในการก่อสร้างอาคารจุดตรวจและห้องน้ำบริการประชาชนที่ พ.ต.อ.ดร.ไพรัตน์  ไพพรรณรัตน์ ประธานชมรมเพื่อนช่วยเพื่อนตำรวจแห่งชาติ ได้สนับสนุนให้ทำการก่อสร้างขึ้นมาทดแทนอาคารจุดตรวจเดิมที่มีสภาพชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา โดย พ.ต.ต.สุวิทย์ได้เล่าความเป็นมาของจุดตรวจพุไทรให้ทีมงานอินทรีสยามฟังว่า
          จุดตรวจพุไทร ที่นี่นับเป็นจุดตรวจแห่งแรกที่ก่อสร้างขึ้นเมื่อครั้งประมาณปี พ.ศ.2510 ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นห่วงราษฏรที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน ที่ยังมีการสู้รบของกลุ่มผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ พระองค์ท่านทรงมีรับสั่งให้ พ.ต.ท.ประเนตร  ฤทธิฤาชัย ผบ.ค่ายนเรศวร (ยศและตำแหน่งในขณะนั้น) เข้าเฝ้าฯและรับสั่งให้จัดกำลังตำรวจพลร่ม เข้าไปดูแลความสงบสุขและเรียบร้อยในพื้นที่หมู่บ้านป่าละอู ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน ซึ่งเป็นพื้นที่แนวชายแดนด้านทิศตะวันตกติดกับประเทศสหภาพพม่า หมู่บ่านป่าละอูเป็นหมู่บ้านที่มีชาวกะหร่างอาศัยอยู่จำนวนหนึ่ง แต่ยั้งขาดการดูแลจากเจ้าหน้าที่บ้านเมืองในด้านต่างๆ เพราะเป็นหมู่บ้านที่อยุ่ในถิ่นนทุรกันดารและห่างไกลการคมนาคม พระองค์รับสั่งให้เข้าไปดูแลราษฏรและทำให้พื้นที่ของ ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ เป็นพื้นที่ปลอดภัยจากการสู้รบ แล้วพระองค์ท่านจะเสด็จเข้าไปพัฒนา ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ ให้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อให้เป็นโครงการต้นแบบ




         หลังจากที่ตำรวจพลร่มได้เข้าไปดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ หมู่บ้านป่าละอู พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงเสด็จเข้าไปยังหมู่บ้านป่าละอู ในปีพ.ศ.2510 เพื่อทรงเยี่ยมราษฏร พระองค์ท่านทรงเห็นว่าราษฏรยังอาศัยอยู่ไม่เป็นหลักแหล่งและไม่มีพื้นที่ทำกิน จึงรับสั่งให้หน่วยงาน รพช.และตำรวจพลร่ม ร่วมกันดำเนินการจัดสรรพื้นที่อาศัยและพื้นที่ทำกินให้กับราษฏรชาวเขาเผ่ากะหร่างและประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงให้มีที่ทำกิน โดยจัดสรรให้ครอบครัวละ 24 ไร่ ซึ่งต่อมา พระองค์ท่านได้พัฒนาให้เป็นหมู่บ้านโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริสหกรณ์ห้วยสัตว์ใหญ่ โดยให้ตำรวจพลร่มตั้งป้อมจุดตรวจ ณ จุดตรวจพุไทร เพื่อมิให้ราษฏรนำสินค้าทางการเกษตรไปขายที่อื่น โดยให้ขายให้กับสหกรณ์ห้วยสัตว์ใหญ่เท่านั้น เพื่อทางสหกรณ์จะได้รู้ความก้าวหน้าในการผลิตพืชผลทางการเกษตรในพื้นที่ว่ามีความก้าวหน้ามากน้อยเพียงใด และดูแลความปลอดภัยให้กับราษฏรในพื้นที่รวมทั้งเป็ฯที่ปรึกษาในด้านการเกษตร ด้านสุขภาพ ด้านการศึกษา และพระองค์ท่าน ยังทรงให้ตั้งโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนขึ้นเป็นแห่งแรกของประเทศไทย นามว่า โรงเรียนอานันท์และป้อมจุดตรวจพุไทร ก็ได้เริ่มตั้งขึ้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน โดยได้มีการปรับปรุงซ่อมแซมตามสภาพและขาดงบประมาณสนับสนุน กระทั่ง่ได้พบกับ พ.ต.อ.ดร.ไพรัตน์  ไพพรรณรัตน์ ประธานชมรมเพื่อนช่วยเพื่อนตำรวจแห่งชาติ จึงได้เล่าให้ฟังและได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างป้อมจุดตรวจพุไทรจนลุล่วง ซึ่งประกอบด้วยอาคารจุดตรวจ 1 หลัง อาคารห้องน้ำ-ส้วมแยกชายหญิง 1 หลัง ซึ่งเมื่อทำการก่อสร้างแล้วเสร็จมีประชาชนในพื้นที่รวมไปถึงนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่ได้เข้ามาใช้บริการของตำรวจพลร่ม ณ จุดตรวจ ต่างก็แสดงความชื่นชมและรู้สึกยินดี เนื่องจากเป็นจุดตรวจที่ให้บริการกับประชาชนตลอดจนนักท่องเที่ยวได้อย่างเป็นหน้าเป็นตาของพื้นที่เป็นอย่างยิ่ง นับได้ถึงความมีวิสัยทัศน์และมุมมองในการพิจารณาสนับสนุนงบประมาณเพื่อการพัฒนาให้กับจุดตรวจพุไทร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริสหกรณ์ห้วยสัตว์ใหญ่ ทั้งด้านความปลอดภัยให้กับราษฏรในพื้นที่และด้านการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดีอีกด้วย.