หน้าแรก » ตำรวจ-อาชญากรรม » ปราจีนบุรี-พี่เขยคว้าปืนแก๊ปยิงน้องเขยตายคาที่

ปราจีนบุรี-พี่เขยคว้าปืนแก๊ปยิงน้องเขยตายคาที่

โพสต์โดย : tin เมื่อ 15 พ.ค. 2561 10:09:16 น. เข้าชม 71 ครั้ง แจ้งลบ

ภาพ/ข่าว มานิตย์ สนับบุญ
พี่เขย-น้องเขยวิวาทเรื่องหลักเขตแดนหลังเมาเหล้าขาวได้ที่ พี่เขยคว้าปืนแก๊ปยิงน้องเขยตายคาที่
         เมื่อเวลา 22.30 น.วันนี้ 14 พ.ค.61 ร.ต.อ.ยุทธภูมิ   ดำรงธรรม รองสารวัตรเวร (สอบสวน) สภ.นาดี จ.ปราจีนบุรี  ได้รับแจ้งจากหน่วยกู้ภัยสัจจะพุทธธรรมแห่งประเทศไทย(อ.กบินทร์บุรี)  มีผู้ถูกยิงเสียชีวิตหน้าบ้านพัก ที่หมู่บ้านแก่งใหญ่ หมู่ 3 ต.แก่งดินสอ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี จึงรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นพร้อมด้วยแพทย์เวรฯนิติเวช รพ.นาดี และ ทหารหน่วยรักษาความเรียบร้อย จ.ปราจีนบุรีรุดไปตรวจสอบ
         แยกจากถนนสาย 304 (นาดี-นครราชสีมา)ไปทางโครงการอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดากว่า 10 กม. เป็นบ้านชั้นเดียวปลูกติดพื้น หน้าบ้านพบศพผู้เสียชีวิตทราบชื่อคือนายสุรศักดิ์  วังสะนา อายุ 40 ปี เลขที่  52 หมู่ 12 ต.แก่งดินสอ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ถูกยิงด้วยกระสุนปืนแก๊ป รวม 3 รู กระสุนที่หน้าอกซ้าย  ตัดขั้วหัวใจ เสียชีวิตคาที่ ใกล้ ๆ กันบนโต๊ะพบขวดเหล้าขาวพร้อมกับแกล้มที่กินเหลือไว้
          ร.ต.อ.ยุทธภูมิ   กล่าวว่า สอบสวนเบื้องต้นด.ช.(บี) และ ด.ช.(เอ)อายุ 13 ปี บุตรชายผู้เสียชีวิตทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตนั่งดื่มกินเหล้าขาวกับเพื่อนบ้านที่โต๊ะหน้าบ้านส่วนมือปืนผู้ก่อเหตุคือนายพิชิต   บุญธรรม อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นน้องเขย ได้นั่งกินหล้าที่บ้านใกล้เคียงกัน   ห่างประมาณ 50 เมตร   หลังเมาได้ที่  เพื่อนของผู้เสียชีวิตได้ขอตัวกลับ  นายพิชิต ผู้ก่อเหตุได้ถือปืนแก๊ปเดินมาหาผู้เสียชีวิต  ผู้เสียชีวิตได้สอบถามว่า “มาทำไม?” นายพิชิตได้ตอบว่า “มายิงคน”พร้อมกับยกปืนแก๊ปประทับบ่าหันปากกระบอกปืนยิงใส่ 1นัด   กระสุนตัดขั้วหัวใจผู้เสียชีวิตล้มลง เสียชีวิตทันที  จากนั้นนายพิชิตได้กลับเข้าบ้านพักและหลบหนีไปทางป่ามันสำปะหลังพร้อมปืนแก๊ปที่ใช้ก่อเหตุ
          และกล่าวต่อไปว่า สำหรับสาเหตุก่อนหน้าทั้งคู่เคยวิวาทมีปากเสียงกันเรื่อหลักเขตแดนที่ดินที่บ้านติดกัน  และเคยมีการว่ากล่าวกัน   เรื่องการนำผู้หญิงอื่น   ที่ไม่ใช่ภรรยามาดื่มกิน มั่วสุมที่บ้านพัก คาดว่าเมื่อต่างฝ่ายเมาสุราแล้วเกิดบันดาลโทสะ  จึงคว้าปืนมายิงใส่อีกฝ่ายจนเสียชีวิต  ซึงเจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฏหมายอย่างเร่งด่วนต่อไป