หน้าแรก » ตีกลองร้องทุกข์ » ปทุมธานี-ผู้รับเหมาโวยถูกผู้บริหารสถาบัน สพอ.โกงเงิน

ปทุมธานี-ผู้รับเหมาโวยถูกผู้บริหารสถาบัน สพอ.โกงเงิน

โพสต์โดย : tin เมื่อ 10 มิ.ย. 2561 21:03:02 น. เข้าชม 264 ครั้ง แจ้งลบ

ภาพ/่ข่าว อนันต์ วิจิตรประชา
 ผู้รับเหมาโวยถูกผู้บริหารสถาบัน สพอ.โกงเงินค่าก่อสร้างโรงเรือนเมล่อน
    เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 10 มิ.ย.61 นายนันทศักดิ์ คงคาพันธ์ อายุ 38 ปี บ้านเลขที่ 73 หมู่ 3 ต.หนองไม้แก่น อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา ผู้รับเหมาทำโรงเรือนเมล่อน ได้ร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนว่าถูก ดร.สมบูรณ์ เพชรดิน ผู้บริหารสถาบันส่งเสริมและพัฒนาเกษตรอินทรีย์เพื่อการส่งออก (สพอ.) หมู่ 3 ต.บ้านฉาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี เบี้ยวค่าจ้างทำโรงเรือนเมล่อน เสียหายกว่า 228,800 บาท นอกจากนี้ยังมีผู้เสียหายลักษณะเดียวกันอีก 5 ราย ในหลายจังหวัด โดยแจ้งความไว้ที่ สภ.คลองสิบสอง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี และที่ สภ.วิหารแดง อ.วิหารแดง จ.สระบุรี 
    ด้าน นายนันทศักดิ์ คงคาพันธ์ กล่าวว่า ดร.สมบูรณ์ เพชรดิน เป็นอดีตนักวิชาการเกษตรของกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เปิดให้ประชาชนเกษตรกรที่สนใจซื้อแฟรนไซส์ โดยสถาบันจะดำเนินการทุกอย่างทั้งหมดให้กับผู้ที่ซื้อแฟรนไซส์ทั้งในส่วนของการตลาดก็ดูแลให้ รับซื้อผลผลิตในราคาประกันมีบริการจัดการภายในฟาร์มแบบครบวงจร รองรับการเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีการสร้างอาคารร้านค้า ฝึกอบรม โรงแปรรูปพืชผลการเกษตร ซึ่งเป็นช่องทางสร้างรายได้ให้กับผู้เข้าซื้อแฟรนด์ไซด์จากการจำหน่ายสินค้า 
   โดย ดร.สมบูรณ์ เพชรดิน ใช้อุบายต่าง ๆ เช่นทำสัญญาจ้าง หรือขายแฟรนไซส์ หรือสัญญาจัดซื้อ โดยอาศัยการสร้างความน่าเชื่อถือของตนเองให้ประชาชนเชื่อถือไว้ใจและเข้าทำสัญญาด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จว่าจะดำเนินการให้เสร็จ หรือจ่ายเงินให้ครบ แต่เจตนาจริง ๆ คือจะไม่ทำให้เสร็จ แล้วเอาเงินในส่วนที่ไม่ได้ทำไปหรือถ่วงเวลาหลอกให้ผู้รับเหมาทำงานให้เสร็จโดยไม่จ่ายเงินค่าก่อสร้างงวดสุดท้ายในขณะที่ ดร.สมบูรณ์ ได้รับเงินจากผู้ซื้อแฟรนด์ไซส์ไปแล้ว
    ตนเองเป็นผู้รับเหมาสร้างโรงเรือน จำนวน 3 แห่ง ประกอบด้วย บริเวณคลอง13 อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี สร้างโรงเรือน จำนวน 10 โรง ไม่ชำระค่าก่อสร้างงวดสุดท้ายจำนวน 69,800 บาท แห่งที่ 2 อ.วังจันทร์ จ.ระยอง สร้างจำนวน 4 โรง ไม่ชำระเงินจำนวน 91,000 บาท และแห่งที่ 3 อ.วิหารแดง จ.สระบุรี สร้างจำนวน 2 โรง ไม่ชำระเงินจำนวน 68,000 บาท รวมค่าเสียหาย 228,800 บาท เมื่อเวลาทวงถามเงินที่ค้าง กลับได้รับคำตอบให้ไปฟ้องร้องเอา
      ซึ่งการกระทำดังกล่าวไม่ใช่ความผิดสัญญาทางแพ่ง แต่สัญญาที่ทำเหล่านี้คือ อุบายชนิดหนึ่งมีเจตนาหลอกลวงฉ้อโกงผู้ทำสัญญาให้ได้รับความเสียหายตั้งแต่ต้น และมีพฤติกรรมซ้ำ ๆ กัน ให้ได้เงินจากผู้เสียหายไปในขั้นตอนสุดท้าย นอกจากนี้ยังพบว่ามีการขยายสถาบันไปยังจังหวัดเพชรบูรณ์อีกด้วย.