หน้าแรก » ท่องแดนธรรม » ราชบุรี-หล่อรูปเหมือนสมเด็จพุฒาจารย์โต

ราชบุรี-หล่อรูปเหมือนสมเด็จพุฒาจารย์โต

โพสต์โดย : tin เมื่อ 23 ก.ค. 2561 09:32:17 น. เข้าชม 173 ครั้ง แจ้งลบ

ภาพ/ข่าว สุจินต์ นฤภัย (เต้) 
 วัดกลาง หมู่ 4  ต.คลองข่อย อ.โพธาราม จ.ราชบุรี จัดพิธีหล่อรูปเหมือนสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี องค์ใหญ่  เพื่อนำไปประดิษฐาน ณ ใต้ต้นโพธิ์ภายในวัด ตามประวัติสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายในปี พ.ศ.  2375 ตรงกับปลายรัชสมัยรัชกาลที่ 4  สมเด็จโตได้พาสเรือมาวิปัสนากรรมฐานอยู่ที่วัดแห่งนี้เป็นเวลาหลายปี  ทางวัดจึงมีการหล่อรูปเหมือนไว้เป็นพุทธบูชา
        วันที่ 22 ก.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า.. เมื่อวันที่ 21 ก.ค. พระครูสังฆรัตน์ สุเทพ เสเทโว เจ้าอาวาสวัดกลาง หมู่ 4  ต.คลองข่อย อ.โพธาราม จ.ราชบุรี  และประชาชนร่วมพิธีหล่อพระรูปเหมือนสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี องค์ใหญ่สูง 5.30 เมตร หน้าตักกว้าง 4 เมตร   เพื่อนำไปประดิษฐาน ณ ใต้ต้นโพธิ์ภายในวัดกลางคลองข่อย  ซึ่งในอดีตตามประวัติสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี   ได้พายเรือมาตามลำน้ำ
แม่กลอง  และมาปักกลดจำพรรษาอยู่ที่วัดกลางแห่งนี้ ซึ่งอยู่ติดริมแม่น้ำแม่กลอง  สร้างมาในสมัยกรุงศรีอยุธยาปัจจุบันได้นำชื่อวัดกลาง และเอาคำว่า “คลองข่อย” ซึ่งเป็นตำบลมาต่อท้าย เพื่อให้มีความชัดเจนถึงตำแหน่งที่ตั้งวัด
       ซึ่งได้มีประชาชนมาร่วมสร้างบุญหล่อพระจำนวนมาก  วัดกลางตามประวัติได้สร้างขึ้นสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายในปี พ.ศ. 2375 ตรงกับปลายรัชสมัยรัชกาลที่ 4  สมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี  ได้ปักกรดนั่งวิปัสนากรรมฐานอยู่ที่วัดแห่งนี้เป็นเวลาหลายปี  ทางวัดจึงมีการหล่อรูปเหมือนไว้เป็นพุทธบูชา 
       ทั้งนี้ภายในงานมีการติดป้าย และแจกหนังสือ กล่าวถึงประวัติการสร้างวัด และพระเครื่องสมเด็จกรุวัดคลองข่อยไว้ ว่ากันว่าสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี เป็นผู้สร้างบรรจุกรุไว้ที่ฐานพระภายในพระอุโบสถ หลังอุโบสถที่อยู่ในสภาพเก่าเกิดชำรุด ใต้ฐานพระประธานพบพระเครื่องพิมพ์สมเด็จจำนวนมาก ( กรุแตก ) เมื่อปี พ.ศ. 2516  จนเป็นที่สนใจของคนทั่วไป เมื่อมีการหล่อองค์สมเด็จโตก็จะมีผู้มีจิตศรัทธามาร่วมงานจำนวนมาก 
       พระเครื่องสมเด็จที่ว่านี้ จะแท้ จะดีอย่างไร สมเด็จโตสร้างไว้หรือไม่อย่างไร ผู้เขียนไม่อาจทราบได้ เพราะเกิดไม่ทันในยุคนั้น  แต่มีผู้หลักผู้ใหญ่ผู้รู้หลายท่านที่ติดตามประวัติสมเด็จโตมาให้ความรู้ ความกระจ่าง ของการสร้างพระสมเด็จกรุวัดกลางคลองข่อยไว้  ด้วยภาพและคลิปสัมภาษณ์ต่อไปนี้ 
       ท่านแรก นายสุรศักดิ์  อาภรณ์เทวัญ  อายุ 66 ปี อดีตผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคราชบุรี ให้ข้อมูลว่า ราวสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายในปี พ.ศ.  2375 ตรงกับปลายรัชสมัยรัชกาลที่ 4  ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ ได้ธุดงค์มาทางน้ำจนถึงบริเวณบางแขยง อันเป็นที่ตั้งของวัดกลาง ท่านจึงได้ปักกลดบริเวณโคนต้นโพธิ์ใหญ่ และได้นั่งวิปัสนาอยู่ที่วัดแห่งนี้เป็นเวลาหลายปี โดยต้นโพธิ์ดังกล่าวท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯได้ใช้เป็นสถานที่อธิษฐานและนั่งทำสมาธิ ปัจจุบันต้นโพธิ์ยังปรากฏอยู่และมีเสียงเล่าลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก         
       นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปยืนปางอุ้มบาตร ที่เจ้าประคุณสมเด็จฯได้สร้างไว้ ในสมัยนั้นวัดมีสภาพเป็นป่ารกชัฏ ไม่มีคนช่วงถาง ท่านจึงเอาเงินพดดวงโปรยหว่านไปทั่วบริเวณป่า พอชาวบ้านไปพบเงินดังกล่าว  ก็พากันมาหาถางป่าเพื่อหาเงิน จึงทำให้บริเวณนั้นกลายเป็นที่โล่งเตียนจนสร้างพระพุทธรูปยืนขึ้นสำเร็จ การคมนาคมสมัยก่อนส่วนใหญ่จะเป็นทางเรือบรรทุกสินค้าต่าง ๆ คนที่มาทางเรือผ่านหน้าวัดจะใช้มือตักน้ำลูบหน้าซึ่งถือว่าเป็นน้ำแทนน้ำมนต์ บางคนตักน้ำที่หน้าวัดใส่ขวดเก็บไว้เพื่อความเป็นสิริมงคลกลับไปบูชา เป็นความศักดิ์สิทธิ์ที่เล่าสืบต่อกันมา 
       นอกจากนี้เจ้าประคุณสมเด็จฯได้สร้างพระสมเด็จเนื้อผงกรุวัดกลางคลองข่อยไว้มีหลายพิมพ์ ทั้งหลังเรียบ และหลังแบบ เช่น พิมพ์นิยม พิมพ์เส้นด้าย   พิมพ์ไกเซอร์ นอกจากนี้ยังมีปางอุ้มบาตร ในวงการพระได้มีการส่งเข้าประกวดนานาชาติแล้ว องค์ที่พบนี้ได้รับรางวัลที่ 1  และพระผงของวัดกลางคลองข่อย ยังได้ผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์แล้วว่ามีอายุเกิน 146 ปี  โดยเอกลักษณ์พระกรุวัดกลางคลองข่อยจะพบเห็นมีคราบเหลืองขมิ้น บางองค์มีร่องรอยการทับซ้อนติดกันเป็นก้อนๆละ 9 องค์ ยังไม่สามารถสรุปทางวิชาการทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าด้วยสาเหตุใดถึงมีการทับซ้อนกัน 9 องค์   
         นายสุเทพ คงปรีชา หรือ อาจารย์ น้อย วัดอรุณ  63 ปี ผู้กว้างขวางวงการพระเครื่อง กล่าวเสริมว่า พระผงสมเด็จวัดกลางคลองข่อยที่พบนั้น  มีลักษณะเป็นแผงก้อนเป็นความตั้งใจซึ่งจะเห็นวรรณะต่างกัน และไปคล้องจองกับกรุวัดกัลยา  แต่เดินทางออกมาทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตก จึงสันนิษฐานว่าสร้างที่เดียวกัน วัดกลางคลองข่อย มีลักษณะการลงรักปิดทองเหมือนกันกับวัดกัลยา  แต่วัดกลางคลองข่อยที่วงการพระเครื่องจะจับจุด ของความแตกต่างเอาในสภาพกรุ ของวัดกลางคลองข่อยการบรรจุกรุจะอยู่กลางแดดเนื้อจะแน่นและแข็งมากกว่าวัดกัลยา ที่อยู่ริมน้ำและถูกน้ำท่วมไปมากมาย ของวัดกัลยาเนื้อพระจะคล้ายพองเหมือนดินสอพอง  เป็นพระที่สร้างโดยสมเด็จพุฒาจารย์โตทั้งสิ้น ซึ่งต้องระบุที่มาเพื่อความภูมิใจของคนท้องถิ่นนั้น ๆ