หน้าแรก » ตีกลองร้องทุกข์ » กาญจนบุรี-ชาวบ้านร้องหลังถูกหลอกทำบัตรประจำตัว

กาญจนบุรี-ชาวบ้านร้องหลังถูกหลอกทำบัตรประจำตัว

โพสต์โดย : tin เมื่อ 10 ส.ค. 2561 17:36:28 น. เข้าชม 164 ครั้ง แจ้งลบ

ภาพ/ข่าว มานพ บุตรเนียม 
 ผู้เสียหายเข้าร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมหลังจากมีผู้อ้างว่ารับทำบัตรประจำตัวผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียนซึ่งจ่ายค่าดำเนินการไป 2,000 บาท เบื้องต้นได้ให้แจ้งความไว้ และประสานเจ้าหน้าที่ในการติดตามเพื่อดำเนินคดีต่อไป 
      วันนี้ (10 ส.ค.61) เวลา 09.00 น. ที่ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาญจนบุรี ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี ผู้เสียหาย คือนางสาวประภาพร คำเขียว  และนางสาวกฤษณา ช่างเจริญ  ได้ร้องเรียนขอความช่วยเหลือ ต่อเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมเนื่องจากถูก นายปุ๊ หรือ นายเวียร์ ไม่ทราบนามสกุล หลอกเงินไปคนละจำนวน 2,000 บาท  อ้างว่าสามารถดำเนินการเรื่องบัตรประจำตัวผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียนให้ได้ 
       เนื่องจากนางสาวประภาพร คำเขียว ก็ต้องการทำบัตรให้สามารถจะได้ให้สามารถออกมาช่วยค้าขายได้ ตนเองก็มีสุขภาพไม่แข็งแรง  ส่วนนางสาวกฤษณา ช่างเจริญ  ก็ต้องการทำบัตรให้หลาน และได้มีผู้แนะนำให้ติดต่อไปที่นายปุ๊ หรือ นายเวียร์ โดยอ้างว่าตนเองทำหน้าที่เป็นคนเดินเอกสาร รู้จักกับ นาย และปลัดอำเภอ  ซึ่งไม่ได้ระบุชื่อและสถานที่ทำงาน สามารถทำบัตรประจำตัวผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน (บัตร 10 ปี)ให้ได้  เสียค่าใช้จ่ายครั้งแรกเป็นค่าดำเนินการจำนวนเงิน 2,000 บาท และเมื่อได้บัตรแล้วจะเสียค่าใช้จ่ายอีก  จำนวนเงิน 5,000 บาท โดยนัดพบกันที่บริเวณส่วนหย่อมข้างที่ว่าการอำเภอเมืองกาญจนบุรี  เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2561  เวลาประมาณ 09.30 น. โดยได้มอบเอกสาร สำเนาบัตรประชาชนของตนเอง   ซึ่งเพียงเซ็นชื่อลงไปเท่านั้น และเงินจำนวน 2,000 บาท ปุ๊ หรือ เวียร์ ไป และทำทีเป็นถือเอกสารไป อ้างว่านำไปให้นาย และเดินกลับมาแจ้งว่าจะให้เด็กมาเรียก การดำเนินการจะเสร็จภายในเวลา 13.00 น. ผู้เสียหายทั้งสองก็ได้นั่งรอจนเย็น นายปุ๊ หรือนายเวียร์ก็ไม่ได้เดินทางกลับมาอีกเลย และไม่สามารถติดต่อทางโทรศัพท์ได้                      
        ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาญจนบุรีจึงได้ประสานกับป้องกันจังหวัดกาญจนบุรีและปลัดอำเภอเมือง  ให้ดูตรวจสอบโดยนำภาพ นายปุ๊ หรือ นายเวียร์ ที่ผู้เสียหายได้ถ่ายไว้ แต่ไม่มีใครเคยรู้จักหรือพบเห็นแต่อย่างได้ และจะร่วมกันเฝ้าระวังในพื้นที่หากนายปุ๊หรือเวียร์ มาดำเนินการในลักษณะเดิมอีก สำหรับการช่วยเหลือผู้เสียหาย ได้แนะนำให้ไปแจ้งความไว้ก่อน เนื่องจากได้ให้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและเซ็นชื่อเท่านั้นเกรงว่าจะนำไปใช้ในทางผิดกฎหมาย และเจ้าหน้าที่ได้ลองติดต่อไปยังหมายเลขของนายปุ๊ ที่ผู้เสียหายใช้ติดต่อ พบว่าได้ปิดเครื่องแล้วไม่สามารถติดต่อไป จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ เฝ้าระวังในพื้นที่และดำเนินการจับกุมต่อไป  รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนหากพบการกระทำในลักษณะดังกล่าวอย่าหลงเชื่อโดยเด็ดขาด ให้ติดต่อยื่นเรื่องขอดำเนินการทำบัตรที่หน่วยงานราชการและการทำบัตรประจำตัวผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียนต้องทำที่ที่ว่าการอำเภอที่ตนเองอาศัยอยู่เท่านั้น.