หน้าแรก » ตีกลองร้องทุกข์ » ร้อยเอ็ด-ขอความช่วยเหลือจากศูนย์ดำรงธรรม

ร้อยเอ็ด-ขอความช่วยเหลือจากศูนย์ดำรงธรรม

โพสต์โดย : tin เมื่อ 29 ส.ค. 2561 08:23:42 น. เข้าชม 142 ครั้ง แจ้งลบ

ภาพ/ข่าว  คมกฤช พวงศรีเคน-อำนวย ระดาบุตร บก.ข่าว-ส.ปชส.ร้อยเอ็ด
ครู สพป.ร้อยเอ็ด เขต 3  เข้าขอความช่วยเหลือจากศูนย์ดำรงธรรม หลังโดนเพื่อนครูเบี้ยวหนี้ไม่จ่ายเงินกู้ออมสิน ทำให้โดนบังคับคดีทรัพย์ในฐานะผู้ค้ำประกัน
                       ที่ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด  กลุ่มครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3 รวม 5 คน เดินทางเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เนื่องจากได้ร่วมกันค้ำประกันเงินกู้ธนาคารออมสิน รวมเงินกว่า 5 ล้านบาท แต่กลับไม่ยอมชำระหนี้   ทำให้ธนาคารออมสินยื่นฟ้องเรียกเงินคืนพร้อมดอกเบี้ย และถูกยึดอายัดเงินปันผลสหกรณ์ออมทรัพย์ครูร้อยเอ็ด ฟ้องบังคับคดีประกาศยึดอายัดเพื่อขายทอตลาด เพื่อชำระหนี้ให้ผู้กู้ ส่วนเพื่อนครูผู้กู้ยังเฉยไม่ยอมรับผิดชอบใดๆ จึงร่วมกันเดินทางเข้าขอความเป็นธรรม จาก นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ด้าน ผู้ว่าฯ มอบศูนย์ดำรงธรรมเข้ารับหนังสือ พร้อมขอเวลาแก้ปัญหา และรับฟังผลภายใน 1 เดือน
                   เมื่อช่วงเช้า วันที่ 27 สิงหาคม 2561 ที่ ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด นายประจวบ นาก้อนทอง นายกสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพครูโพนทอง อ.โพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด นำคณะครูจากสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3 รวม 5 คน ประกอบด้วย นายเสถียร ขันเงิน, นางจุฬาลักษณ์ อัศวภูมิ, นางอรุณี ศักดิ์วงศ์, นางสาวภัทราวรรณ  วรรณศิริ , และนางสุนา ดวงวงษา มาเข้าพบนายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม จาก นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ให้ช่วยหาทางแก้ไขและไกล่เกลี่ย จากการที่เพื่อนครูไม่ยอมชำระหนี้กับธนาคารออมสิน มูลค่ากว่า 5 ล้าน บาท 
                 นายประจวบ นาก้อนทอง นายกสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพครูโพนทอง อ.โพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า เนื่องจากคณะครูผู้ค้ำประกัน ทั้ง 5 คน ได้ทำนิติกรรมสัญญาค้ำประกันเงินกู้ให้กับ เพื่อนครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3 ไว้กับธนาคารออมสิน สาขาโพนทอง จำนวน 3 นิติกรรมสัญญา รวมมูลค่า กว่า 5 ล้านบาท ต่อมา ผู้กู้ได้ผิดนัดชำระหนี้ ทำให้เจ้าหน้าที่ธนาคารออมสิน ยื่นฟ้องต่อศาล และศาลได้มีคำพิพากษาให้จำเลยที่หนึ่ง และผู้ค้ำประกันร่วมกันชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ทั้งจำนวนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย ตามนิติกรรมสัญญา แม้ศาลมีคำพิพากษาแล้ว เจ้าหนี้(ธนาคารออมสิน) ยังให้โอกาสผู้กู้และผู้ค้ำประกันเข้าเจรจาปรับโครงสร้างประนอมหนี้ แต่ผู้กู้กับเพิกเฉย แม้เจ้าหน้าที่ธนาคารอออมสินกับผู้ค้ำประกันจะประสานงานขอความร่วมมือแล้วก็ตาม จนทำให้ผู้ประกันทั้ง 5 คน ถูกยึดอายัดทรัพย์ เช่น ยึดอายัดเงินปันผลสหกรณ์ออมทรัพย์ครูร้อยเอ็ด จำกัด หนักสุดนางสาวภัทราวรรณ วรรณศิริ ถูกอายัดที่ดินเพื่อขายทอดตลาด แต่ผู้กู้ไม่ถูกยึดอายัดทรัพย์แต่อย่างใด เนื่องจากผู้กู้ไม่มีทรัพย์สินที่จะยึดอายัดทรัพย์ได้ จึงทำให้ ผู้ค้ำประกันทั้งคณะผู้เดือดร้อน  จึงได้ทำหนังสือขอความเป็นธรรมกับผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3 ให้หักเงินเดือนผู้กู้ เพื่อชำระหนี้ตามนิติกรรมสัญญา แต่ทางผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3 แจ้งว่าไม่สามารถดำเนินการตามที่ขอได้  คณะผู้ค้ำประกันจึงได้พยายามติดตามสืบหาข้อมูลเงินเดือน เงินประจำตำแหน่งคงเหลือของผู้กู้  พอจะทราบว่าเงินเดือน เงินประจำตำแหน่งของผู้กู้จะเหลือไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 เนื่องจากผู้กู้ไม่ได้เป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครู จังหวัดร้อยเอ็ด จำกัด และไม่มีเครดิตอื่นๆ  จึงควรมารับผิดชอบหนี้ของตนเอง ไม่ควรให้ผู้ค้ำประกันทั้ง 5 คนและครอบครัว ได้รับความเดือดร้อน จึงขอผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ได้โปรดดำเนินการตามที่ท่านเห็นเป็นการสมควร "หากจังหวัดร้อยเอ็ดดำเนินการไม่ได้ พร้อมจะนำคณะบุกทำเนียบรัฐบาลร้องขอความเป็นธรรมอย่างถึงที่สุด"
             แต่เนื่องจากนายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ติดราชการ จึงมอบหมายให้ นายมาวิน วัฒนะ ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นผู้มารับหนังสือแทนและเชิญไปให้รายละเอียดและสิ่งที่ต้องการ ภายในศูนย์ดำรงธรรมฯ  และรับดำเนินการให้ทราบผลภายใน 1 เดือน พร้อมประกาศหากยังแก้ไขไม่ได้ "ยินดีให้ไปร้องที่มหาดไทย หรือทำเนียบรัฐบาลได้เลย "ซึ่งคณะที่มาพอใจเดินทางกลับในที่สุด