หน้าแรก » ตีกลองร้องทุกข์ » ประจวบคีรีขันธ์-ร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด

ประจวบคีรีขันธ์-ร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด

โพสต์โดย : tin เมื่อ 25 ก.ย. 2561 15:55:26 น. เข้าชม 139 ครั้ง แจ้งลบ

ภาพ/ข่าว:เอกภพ วงษ์ประเสริฐ(นักข่าวบ้านนอก) 
 ตัวแทนชาวบ้านบางสะพานร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ตรวจสอบการปฏิบัติงานของผู้ใหญ่บ้านใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ
        วันที่ 25 ก.ย.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ศาลากลางจังหวัดประจวบ อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสนั่น แต้ชูตระกูล อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 86 หมู่ 9 ตำบลชัยเกษม อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย ตัวแทนชาวบ้าน หมู่ 9 ตำบลชัยเกษม อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รวม 5 คน  และคณะกรรมการวัดหนองโปร่ง ได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดประจวบฯเพื่อติดตามทวงถามความคืบหน้า เรื่องร้องเรียน กรณีผู้ใหญ่บ้านปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบใช้อำนาจข่มเหงชาวบ้านจนชาวบ้านในหมู่บ้านสุดทน ได้ล่างหนังสือ ฝากมาร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดหลายฉบับ เพื่อให้เจ้าหน้าที่รัฐ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยดำเนินการตรวจสอบ การปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าว ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เคยมายื่นหนังสือร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดไปแล้ว ได้ประมาณ 7 วัน แต่เรื่องยังไม่คืบหน้า
        นายสนั่น แต้ชูตระกูล อายุ 65 ปี เปิดเผยว่า ตนเองและครอบครัวได้ประกอบอาชีพอยู่บนที่ดินเขตป่าสงวนแห่งชาติ และได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ให้ชาวบ้านถือครองประกอบอาชีพทำมาหากินโดยได้ออกเอกสารแสดงสิทธิ์ในที่ดินทำกิน (ส.ท.ก.) และเสียภาษีบำรุงท้องที่ (ภบท. 5) พร้อมกับปลูกพืชผลอาสินประกอบอาชีพบนที่ดินแปลงดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องนานกว่า 30 ปี จนกระทั่ง( ภบท.5) ได้ถูกประกาศยกเลิก แต่กรมป่าไม้ก็ยังให้สิทธิ์ทำกินมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในระหว่างนั้น มีหน่วยทหาร สังกัดกองทัพบก ได้มาขอใช้พื้นที่ส่วนหนึ่ง เพื่อทำเป็นฐานที่พักปฏิบัติการชั่วคราว ตนจึงได้อนุญาตและแบ่งให้ใช้พื้นที่ดังกล่าวส่วนหนึ่งเป็นสถานที่พัก โดยทหารได้มีการปลูกสร้างอาคารเรือนไม้เป็นที่พัก ต่อมาทหารได้คืนพื้นที่บริเวณดังกล่าวให้กับตนซึ่งเป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่ดิน พร้อมยกอาคารเรือนไม้ให้กับตน โดยมีหนังสือเป็นเอกสารจากทางทหารรับรองยืนยันการมอบให้อย่างถูกต้อง ตนจึงได้มอบไม้อาคารทั้งหมดให้กับวัดหนองโปร่ง ซึ่งเป็นวัดในหมู่บ้าน โดยให้พระและคณะกรรมการวัด มาทำการรื้อถอนนำไม้ไปต่อเติมสร้างอาคารศาลาวัดให้กว้างขึ้น แต่กลับถูกผู้ใหญ่บ้านคัดค้าน แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เข้ามาดำเนินการจะจับกุมดำเนินคดีในข้อหาบุกรุก ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ มีการจับกุมแต่อย่างใด แต่ได้สั่งระงับห้ามไม่ให้รื้อถอนและเคลื่อนย้ายไม้ออกจากพื้นที่ ตนจึงเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากตนเองและคณะกรรมการวัด ได้ทำถูกต้องทุกอย่าง แต่กลับถูกผู้ใหญ่บ้านคัดค้าน ไม่รู้ว่ามีผลประโยชน์อะไรแอบแฝงหรือไม่ จึงได้มาร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ให้ช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดได้แจ้งว่า อยู่ในระหว่างส่งเรื่องให้กับเจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินการอยู่
        ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังจาก นายสนั่น แต้ชูตระกูล วัย 65 ปี ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดแล้ว ได้พากันเดินทางไปขอเข้าพบ นายนิทัศน์ จันทร์ทอง เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส ผู้อำนวยการส่วนทรัพยากรธรรมชาติ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (ทสจ.) เพื่อร้องเรียน และขอคำแนะนำปรึกษา
         โดย นายนิทัศน์ จันทร์ทอง ผู้อำนวยการส่วนทรัพยากรธรรมชาติฯ แจ้งว่า นายสนั่น สามารถ รื้อถอนไม้ที่ใช้ปลูกสร้างอาคารของทหารไปมอบให้กับทางวัดได้ตามปกติ และสามารถประกอบอาชีพทำมาหากินในสิทธิ์ที่ดินทำกินเดิม ที่ได้รับอนุญาตไว้ก่อนหน้านี้แล้วได้ตามปกติ เนื่องจากอาคารไม้หลังดังกล่าวทางทหารได้มีเอกสารยืนยันการมอบอาคารไม้ให้กับผู้ครอบครองที่ดินแล้ว และไม้ที่ใช้สร้างอาคารดังกล่าวได้มีอายุเกิน 10 ปีไปแล้ว จึงกลายสภาพเป็นสิ่งปลูกสร้างไม่สามารถดำเนินคดีได้ ส่วนที่ดินแปลงที่ทหารขอใช้ประโยชน์ ก็สามารถใช้ทำกินได้ตามปกติ เนื่องจากได้มีการขออนุญาตและเสียภาษีลักษณะรวมแปลงไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งเมื่อทหารเลิกใช้ประโยชน์ จึงคืนให้กับผู้มีสิทธิ์แต่เดิม จึงเป็นสิทธิโดยชอบ และไม่มีความผิดข้อหาใดๆ นายนิทัศน์ กล่าว..