หน้าแรก » ตำรวจ-อาชญากรรม » ลพบุรี-ถูกคนขับรถตู้โดยสารตบหน้าแบบงงๆ

ลพบุรี-ถูกคนขับรถตู้โดยสารตบหน้าแบบงงๆ

โพสต์โดย : tin เมื่อ 12 ต.ค. 2561 19:39:39 น. เข้าชม 36 ครั้ง แจ้งลบ

ภาพ/ข่าว กฤษณ์ สนใจ
            วันที่ 12 ต.ค. 61 จากกรณีผู้ที่ใช้เพซบุ๊กชื่อ Mai Nur ได้โพสต์ คลิปวีดีโอ หลังจากที่เธอถูกคนขับรถตู้โดยสารสายลพบุรี-กรุงเทพฯ หมายเลขข้างรถ 12/103 จำทะเบียนไม่ได้ ตบที่ใบหน้าอย่างรุนแรงโดยที่ตนเองไม่ทราบสาเหตุว่ามาจากสาเหตุใด เหตุเกิดเมื่อเวลา 16.40 น.วันที่ 11 ต.ค. 61  ที่ฝั่งตรงข้ามห้างสรรพสินค้า ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต โดยผู้โพสต์ระบุว่าตนเองทำงานอยู่ จ.สมุทรสาคร และได้โดยสารรถไปกลับระหว่าที่ทำงานและบ้านเป็นประจำ โดยในวันเกิดเหตุญาติได้มาส่งขึ้นรถที่ อ.วังน้อย ต่อรถตู้สมุทรสาครเพื่อเดินทางกลับบ้าน เมื่อขึ้นรถแล้วได้สอบถามว่าคนขับว่าจะไปต่อรถไป จ.สมุทรสาครได้ที่ใด คนขับบอกว่าที่รังสิต 
             ระหว่างทางได้พูดคุยโทรศัพท์กับเพื่อนร่วมงาน เมื่อถึงจุดหมายได้ลงจากรถก็ได้ยินเสียงตะโกนว่า มึงพูดว่าอะไรกู ตนเองก็ยังงว่าเขาว่าใคร โดยที่ไม่ทันระวังคนขับรถตู้เดินมาหาพร้อมกับตบที่ใบหน้าอย่างแรง ท่ามกลางความงุนงง ว่าตนเองผิดอะไร ทำไมถึงมาทำร้ายตนเอง 
             ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่เมื่อสอบถามรถหมายเลข 12/103 กรุงเทพฯ - ลพบุรี ซึ่งจอดอยู่หลังอู่แห่งหนึ่งกลางเมืองลพบุรี หมายเลขข้างรถ ม2/จ/12/103 รถร่วม บขส(จ) หมายเลขทะเบียน 10-2748 กรุงเทพฯ พบน่ายท่าเป็นซึ่งเป็นผู้หญิงกล่าวว่า รถหมายเลขดังกล่าวนั้นผู้จัดการเพิ่งจะไปเจอรถจอดทิ้งคากุญแจไว้ ที่ห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์ปาร์คสระบุรี โดยนายมานะ หรือจ๊อด นามเงิน อายุ 35 ปี เป็นคนขับได้ทิ้งรถไว้แล้วหลบหนีไป ยังติดตามตัวไม่พบ ผู้สื่อข่าวถามว่าปกติ มานะ หรือจ๊อดเป็นคนใจร้อน และเคยมีเหตุการณ์เช่นนี้ไหม "พี่จิ๋ม" นายท่ากล่าวว่าปกติ จ๊อดเป็นคนร่าเริง นิสัยดี ใจเย็น ขับรถตู้โดยสารมาหลายปี ไม่เคยมีปัญหากับใคร และไม่เคยเกิดอุบัติเหตุสักครั้งเดียว  เป็นที่รักใคร่ของเพื่อนๆ ร่วมงาน จะมาขับรถวันเว้นวันเพื่อให้ได้พักผ่อนเพียงพอ 
             พี่จิ๋มนายท่า กล่าวต่อว่าเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา มานะ หรือจ๊อดได้บ่นให้ฟังว่าทะเลาะกับภรรยา และภรรยาขอแยกทาง ซึ่งดูเครียดๆ ไป  ซึ่งอาจเป็นสาเหตุทำให้เครียด จนถึงขั้นไปทำร้ายร่างกายผู้โดยสาร  ผู้จัดท่ารถได้พยายามติดต่อเพื่อให้จ๊อดได้มาพูดคุยเพื่อตกลงกับผู้โดยสารที่ถูกทำร้ายร่างกาย ดีกว่าที่จะหลบหนี ซึ่งความผิดไม่ได้มากมายใหญ่โต ขอให้ติดต่อมาจะพาไปพูดคุยตกลงกับผู้เสียหายเอง และยินดีที่จะรับกลับเข้าทำงานดังเดิม แต่ถ้าหากยังคิดที่จะหลบหนี ตนเองก็จะต้องขอปลดออกจากการเป็นพนักงาน