หน้าแรก » ตีกลองร้องทุกข์ » ราชบุรี-ชาวบ้านร้องนายทุนตักทรายในแม่น้ำ

ราชบุรี-ชาวบ้านร้องนายทุนตักทรายในแม่น้ำ

โพสต์โดย : tin เมื่อ 31 ต.ค. 2561 20:26:44 น. เข้าชม 147 ครั้ง แจ้งลบ

ภาพ/ข่าว สุจินต์ นฤภัย (เต้)
 ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 3  กรมเจ้าท่า ลงตรวจสอบพื้นที่ที่ชาวบ้านร้องว่ามีนายทุนมาตักทรายในแม่น้ำลำภาชี  ต.ด่านทับตะโก อ.จอมบึง จ.ราชบุรี จนทำให้ตลิ่งพัง หลังตรวจสอบได้สั่งการให้หยุดดำเนินการ ในด้านที่เป็นแม่น้ำเดิม เพื่อรอตรวจสอบว่ามีการรุกล้ำลำน้ำหรือไม่
       วันที่ (31 ต.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า..   นายภูริพัฒน์  ธีระกุลพิสุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 3  กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย พ.ต.อ.บัณฑิต สุขม่วงขำ ผกก.สภ.ด่านทับตะโก นายกนิษฐ์ ศิลา ปลัดศูนย์ดำรงธรรมอำเภอจอมบึง  เจ้าหน้าที่ทหารจากกองพันพัฒนาที่ 1   และกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ต.ด่านทับตะโก อ.จอมบึง  จ.ราชบุรี  ได้ลงตรวจสอบพื้นที่บริเวณริมแม่น้ำลำภาชี  หมู่  14  ต.ด่านทับตะโก อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ที่ชาวบ้านได้ร้องเรียนว่ามีนายทุนตักทรายในแม่น้ำ จนทำให้ตลิ่งพัง  และนายทุนก็ยังอ้างว่ามีเอกสารสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย  ซึ่งมีการเปลี่ยนทิศทางการไหลของน้ำ โดยการทำถนนขวางลำน้ำ  จนทำให้น้ำนั้นมากัดเซาะตลิ่งใกล้กับถนนที่ชาวบ้านใช้สัญจรพังลงไปเรื่อยๆ  ชาวบ้านเกรงว่าถ้าปล่อยต่อไป  อาจจะทำให้พื้นที่ที่มีการดูดทรายนั้นขยายเพิ่มขึ้น  จนเกิดผลกระทบต่อเส้นทางสัญจรของชาวบ้าน   
       โดยชาวบ้านได้ร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่ก็แค่ลงมาทำการตรวจสอบ และยังไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ เนื่องจากนายทุนนั้นอ้างว่าทำธุรกิจในพื้นที่ของตนเองซึ่งมีเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง  จนต้องปล่อยให้มีการดำเนินการมาแล้วกว่า 10 ปี  


       ซึ่งการตรวจสอบในเบื้องต้นวันนี้ นายภูริพัฒน์  ธีระกุลพิสุทธิ์  ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่  3  ได้สั่งการให้นายธนพล  ถาวรชัยโชค  ซึ่งเป็นผู้ที่มีการเข้ามาตักทรายในแม่น้ำ ให้หยุดดำเนินการในด้านที่เป็นแม่น้ำเดิม  เพื่อรอตรวจสอบว่ามีการรุกล้ำลำน้ำหรือไม่  แต่ในส่วนอีกฝั่งที่นายธนพล  อ้างว่าได้ซื้อเอกสารสิทธิ์ที่ดินมาจากชาวบ้านก็ยังสามารถดำเนินการได้  แต่ก็ต้องมีการตรวจสอบพื้นที่ โดยได้ทำหนังสือให้ทางจังหวัดราชบุรี ได้ทำการแต่งตั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำหลักฐานเข้ามาตรวจสอบพร้อมกัน  และดูว่ามีการดูดทรายเกินพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์หรือไม่  ถ้าพบว่าเกินก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป