หน้าแรก » ตำรวจ-อาชญากรรม » สระบุรี-เบรกไม่ทันชนวัวเสียงดังสนั่น หน้ารถพังยับ

สระบุรี-เบรกไม่ทันชนวัวเสียงดังสนั่น หน้ารถพังยับ

โพสต์โดย : tin เมื่อ 5 พ.ย. 2561 02:20:18 น. เข้าชม 95 ครั้ง แจ้งลบ

ภาพ/ข่าว สมยศ พิมมะศร 
ชายวัย 66 ปี ขับรถเก๋งมาปกติ จู่ ๆ มีวัว 3 ตัว วิ่งออกมาตัดหน้า อย่างกระชันชิด เบรกไม่ทันชนวัวเสียงดังสนั่น หน้ารถพังยับ
       วันนี้ 4 พ.ย.61 เวลา 21.40 น.  ศูนย์กู้ภัยสว่างสระบุรี  ได้รับแจ้งว่า มี วัวถูกรถชน อยู่ที่ ถ.เลียบทางรถไฟ เทศบาล 3 หมู่ 3 ต.โคกสว่าง อ.เมือง จ.สระบุรี  จึงได้ให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างออกไปช่วยเหลือให้บริการจราจรรถ และดูที่เกิดเหตุ ที่วัวถูกรถชน พบ วัวนอนแน่นิ่ง  ยังไม่เสียชีวิต เป็นวัว เพศเมีย สีขาว  สภาพ ขาหน้าด้านซ้ายหักที่ข้อเท้า ไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้  ทั้งๆที่พยายามจะยีน
        ถัดไปเห็น รถยนต์ ยี่ห้อ มิตซู แชมป์ สีเขียว ทะเบียน กก-9718 ลำปาง สภาพรถ กระโปรงหน้ารถเป็นลอยวัวทับ พังยับเยิน ทราบชื่อคนขับ นาย ปรีชา คงแสนชู อายุ 66ปี (ช่างซ่อมตู้เย็น) เลขที่ 169/1 ชุมชนเขาคูบา ถ.พิชัยรณรงค์สงคราม  อ.เมือง จ.สระบุรี  เล่าให้ฟังว่า ตนเองได้ขับรถมา เพื่อจะกลับบ้านในตัวเมืองสระบุรี  ขับมาจู่ๆได้มีวัวประมาณ 3 ตัว วิ่งออกมาจากข้างทางซึ่งเป็นป่า และไฟข้างทางก็ไม่ค่อยสว่าง ได้วิ่งตัดหน้าอย่างกระชันชิด ตนเองเบรกไม่อยู่จึงได้ชนวัวอย่างจัง และวัวได้กระเด็นมาทับกระโปรงหน้ารถพังเสียหาย และวัวได้กระเด็นไปตกอยู่ข้างทาง โชคยังดีที่รถไม่เสียหลักและตนเองไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆทั้งสิ้น แต่ดวงซวยที่มาชนวัวทำให้รถเสียหาย แต่ก็ยังสงสารวัวที่ตนเองได้ชน และนอนแน่นิ่งอยู่กับที่ ข้างทาง 
         ช่วงนั้นได้มี  นาย สุพจน์ ปัญญาทิพย์ อายุ 56 ปี  (เจ้าของวัว)เลขที่ 8  ซอย 27 ถ.พิชัยรณรงค์สงคราม ต.ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี ได้เดินออกมาหาวัวที่หลงอยู่ 3 ตัว ได้มีคนบอกว่า มีรถชนวัวอยู่ที่เกิดเหตุ จึงได้เดินทางมาดู  พบว่าวัวที่ถูกรถชนเป็นวัวของตนเอง แต่อีก 2 ตัวยังไม่เห็น มีคนที่เห็นเหตุกาณ์บอกว่า ได้เห็นวัว 2 ตัว วิ่งเข้าไปในป่าแล้ว  ตนเองก็มาดูวัวที่ถูกรถชน บอกว่า น่าสงสารวัว เพราะว่าเป็นแม่วัว ที่ทำลูกให้ 3 ตัวแล้ว ตัวที่ 3 พึ่งคลอดได้ 3 เดือน ก็ดันมาถูกรถชน ส่วนเจ้าของรถเก๋งและเจ้าของวัว ได้มีการตกลงค่าเสียหาย ต้องชดใช้ให้กับรถคันที่ชนวัว แต่เจ้าของรถเป็นคนมีน้ำใจดีมาก บอกไม่เอาค่าเสียหาย เพราะมันเป็นอุบัติเหตุ อีกอย่างหนึ่งก็สงสารวัวและเจ้าของวัว ที่วัวโดนรถชนขาหักและต้องมาเสียเงินให้ตนเองอีก ตนเองปฏิเสธไม่ยอมรับ  ส่วนเจ้าของวัว นาย สุพจน์ บอกว่า ไม่ได้ครับ มากน้อยผมต้องให้ เพื่อจะได้ไปซ่อมรถที่พัง  เจ้าของรถก็ยินดีที่จะรับเงินจาก นาย สุพจน์ เจ้าของวัว  จึงไม่มีการแจ้งความ ดำเนินคดีใดๆทั้งสิ้น   ระหว่างนั้น จู่ๆ วัวที่โดนรถชนก็ลุกขึ้นได้  แต่ไม่สามารถเดินเหมือนเดิมได้ เพราะว่าขาหน้าหักด้านซ้าย เจ้าของวัว จึงได้ให้หลานชาย ต้อนวัวกลับบ้าน พร้อมไปหาวัวอีก 2 ตัว ที่ยังหลงเหลืออยู่ในป่าอีก นาย สุพจน์ จึงบอกอีกว่า วัวที่ถูกรถชน ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้นานอีกเท่าไหร่ เพราะไม่สามารถลุกยืนหรือออกไปหาหญ้ากินได้ อีกอย่างหนึ่งในท้องหน้าจะบอบช้ำ ที่โดนรถชนในครั้งนี้ จะไปขายให้โรงเชือดก็น่าสงสารวัว ที่ตนเองเลี้ยงวัวตัวนี้มาตั้งแต่เล็ก  จึงได้ตัดสินใจว่า จะเลี้ยงวัวจนกว่ามันจะตายเองดีกว่า