หน้าแรก » ตีกลองร้องทุกข์ » กาญจนบุรี-ร้องถูกผู้ต้องหาเมายาใช้กระเบื้องแทงตาบอด

กาญจนบุรี-ร้องถูกผู้ต้องหาเมายาใช้กระเบื้องแทงตาบอด

โพสต์โดย : tin เมื่อ 27 พ.ย. 2561 22:27:29 น. เข้าชม 121 ครั้ง แจ้งลบ

ภาพ/ข่าว มานพ บุตรเนียม
หนุ่มใหญ่ร้องถูกผู้ต้องหาเมายาใช้กระเบื้องแทงตาบอดคาห้องขังโรงพัก ตำรวจไม่เหลียวแล 
            วันนี้(27 พฤศจิกายน 2561) ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องขอความเป็นธรรมภายหลังถูกผู้ต้องหาเมายาได้ใช้กระเบื้องแทงตาของตน จนทำให้ตาบอดกลางห้องขังในโรงพักนครปฐม หลังเกิดเหตุกว่า 6 เดือนตำรวจไม่เหลียวแลไร้ความช่วยเหลือใดๆทราบชื่อคือ นายวันชัย เพิ่มชม อายุ54 ปี ซึ่งปัจจุบันเป็นพ่อค้าขนมถ้วยอยู่ที่ตลาดด้านหลังสวนหลวง ร.9 เขตเทศบาลเมืองท่าเรือพระแท่น ตำบลท่าเรือ อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ได้เปิดผ้าพันแผลให้ผู้สื่อข่าวได้ดูบาดแผลที่ดวงตาข้างซ้าย ซึ่งเกิดขึ้นจากการถูกผู้ต้องหาคดียาเสพติดชาวลาว ใช้กระเบื้องที่แตกในห้องคุมขังของสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม แทงดวงตาข้างซ้ายของตนจนบอด เหตุเกิดเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2561 ระหว่างที่นายวันชัยถูกควบคุมตัวในคดีทำร้ายร่างกายอดีตภรรยา ซึ่งเป็นคดีค้างเก่าเมื่อสิบกว่าปีก่อน
             โดยนายวันชัย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ไม่เคยรู้จักหรือมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกับผู้ต้องหาชาวลาวคนดังกล่าวมาก่อน แต่ผู้ต้องหาชาวลาวมีอาการคล้ายคนเมายาและถูกตำรวจพาตัวเข้ามาในห้องคุมขังเดียวกับห้องของตน จากนั้น ผู้ต้องหาคนดังกล่าวเกิดอาการคลุ้มคลั่งและหยิบเอากระเบื้องที่แตกอยู่กลางห้องมาแทงเข้าที่ดวงตาของตนจนลูกตาไหลออกมาจากเบ้า ตนจึงใช้มือรองตาที่หลุดออกมาไว้ พร้อมตะโกนร้องเรียกให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ควบคุมห้องขัง เข้ามาให้ความช่วยเหลือ แต่ปรากฏว่าในช่วงเวลาดังกล่าวไม่มีตำรวจอยู่หน้าห้องควบคุมแต่อย่างใด กว่าจะมีตำรวจมาดูเวลาก็ผ่านไปกว่า 10 นาที เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงแทนที่จะเปิดประตูเพื่อช่วยเหลือตนออกจากห้อง กลับต้องรอเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้ามาปฐมพยาบาลเบื้องต้นและนำตนส่งโรงพยาบาล ซึ่งกินเวลามากกว่า 30 นาที อีกทั้งเมื่อไปถึงโรงพยาบาลก็ไม่ได้รับการผ่าตัดอย่างทันท่วงทีกลับต้องรอจนถึงช่วงเช้า เวลาประมาณ 9:00 นาฬิกา ถึงได้เข้าห้องผ่าตัด ทำให้ดวงตาของตนที่ถูกแทงบอดสนิท หลังเสร็จสิ้นเรื่องคดีความตนต้องใช้ชีวิตกลายเป็นผู้พิการตาบอดไม่สามารถประกอบอาชีพค้าขายรถมือสองและรับจ้างขับรถเหมือนเดิมได้ทำให้สูญเสียรายได้ในการดูแลครอบครัว ต้องหันมาประกอบอาชีพขายขนมมีรายได้วันละเพียง 300 บาท ไม่เพียงพอที่จะดูแลครอบครัว ซึ่งมีลูกเล็กถึง3คน อีกทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ปัดความรับผิดชอบ บอกเพียงว่าเป็นเหตุสุดวิสัย หลังเกิดเหตุจนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 6 เดือนแล้ว กลับไม่มีผู้มาดูแลช่วยเหลือตนแต่อย่างใด ตนจึงตัดสินใจ นำเรื่องราวดังกล่าวมาโพสต์ลง Facebook และร้องขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชนเพื่อขอให้ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้ามาดูแลช่วยเหลือตน เพราะทุกวันนี้ตนได้รับความลำบากจากการสูญเสียดวงตาและไม่สามารถทำงานเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวได้ตามปกติ.