หน้าแรก » ตำรวจ-อาชญากรรม » ประจวบคีรีขันธ์-ตรวจสอบโครงการก่อสร้างของท้องถิ่น

ประจวบคีรีขันธ์-ตรวจสอบโครงการก่อสร้างของท้องถิ่น

โพสต์โดย : tin เมื่อ 3 ธ.ค. 2561 18:10:45 น. เข้าชม 72 ครั้ง แจ้งลบ

ภาพ/ข่าว พิสษฐ์ รื่นเกษม
ชุดพญาเสือเข้าตรวจสอบโครงการก่อสร้างของท้องถิ่น ไม่ได้รับอนุญาตจากกรมอุทยาน   
     เมื่อเวลา 11.30 .วันที่ 3 ธ.ค.61 นายพนัชกร โพธิบัณฑิต รักษาการหัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (พญาเสือ) กรมอุทยานแห่งชาติ พร้อมด้วย นายอรรถพงษ์ เภาอ่อน นางสาวเนตรนภา งามเนตร จนท.ชุดพญาเสือ  ร่วมกับ นายวันชัย สิงห์โต สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี  นำเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ฝ่ายปกครอง หน่วยทหารพรานที่ 1407 เดินทางเข้าตรวจสอบการก่อสร้าง ภายในพื้นที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยานเสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร ด้านทิศเหนือ ป่าไชยราช –ครองกรูด บ้านโป่งโก หมู่ที่ 6 ต.ทองมงคล อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังได้รับการร้องเรียนว่า ทำการก่อสร้างโดยไม่ได้ขออนุญาตกรมอุทยาน ฯ และกรมป่าไม้  
       ซึ่งจากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่า มีการก่อสร้างอาคารอัดน้ำคอนกรีตเสริมเหล็ก ขวางลำน้ำที่ไหลลงมาจากเทือกเขาตระนาวศรี ผ่านน้ำตกไทรคู่ ลงมาที่เขื่อนยกระดับน้ำให้สูง จำนวน 1 อาคาร และอาคารเก็บกักน้ำสะอาดขนาดใหญ่ 1 อาคาร เพื่อส่งน้ำให้ระบบน้ำประปาหมู่บ้าน ผ่านท่อส่งน้ำขนาด 5 นิ้ว   เป็นโครงการก่อสร้างองค์การบริหารส่วนตำบลทองมงคล ชื่อโครงการปรับปรุงซ่อมแซมประปาภูเขา กว้าง 25 เมตร ยาว 25 เมตร สูง 2.5 เมตร  งบประมาณ 1,799,000 บาท เริ่มทำการก่อสร้าง วันที่ 15 มกราคม 2561 สิ้นสุดโครงการตามสัญญา 14 เมษายน 2561  
       โดยชุดพญาเสือ ได้ทำการตรวจยึดพื้นที่ไว้ก่อนที่จะเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บางสะพาน เพื่อลงบันทึกประจำวัน และ แจ้งความดำเนินคดีกับผู้บริหารท้องถิ่น ในความผิดฐานเข้าไปแผ้วถางป่าตามมาตรา 38 ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ห้ามมิให้ผู้ใดยึดถือหรือครอบครองที่ดินหรือปลูก หรือก่อสร้างสิ่งหนึ่งสิ่งใด หรือตัด โค่น แผ้วถาน เผา หรือทำลายต้นไม้หรือพฤกษชาติอื่น หรือขุดหาแร่ ดิน หิน หรือสัตว์เลี้ยงหรือปล่อยสัตว์หรือสัตว์ป่า หรือเปลี่ยนแปลงทางน้ำหรือทำให้น้ำในลำน้ำ ลำห้วย หนอง บึง ท่วมท้น เหือดแห้ง เป็นพิษหรือเป็นอันตรายต่อสัตว์ป่าและมีโทษตามมาตรา 54 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 38 หรือมาตรา 42 วรรคสองต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ในกรณีที่ศาลพิพากษาว่าผู้ใดกระทำความผิดตามมาตรา 38 ถ้าปรากฏว่าผู้นั้นได้ยึดถือ ครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่ตนได้กระทำผิด ศาลมีอำนาจสั่งให้ผู้ กระทำความผิด คนงาน ผู้รับจ้าง ผู้แทน และบริวารของผู้กระทำความผิดออกไปจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่านั้นได้