หน้าแรก » รู้กฏหมายกับทนายหรรษา » ความผิดเรื่องการหมิ่นประมาท

ความผิดเรื่องการหมิ่นประมาท

โพสต์โดย : Admin เมื่อ 4 ก.ย. 2559 00:54:54 น. เข้าชม 870 ครั้ง แจ้งลบ

โดย หรรษา สีแดง                                

หมิ่นประมาท

           ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326  ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม  โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง  ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง  ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

                     คำว่าใส่ความเป็นถ้อยคำในกฎหมาย  หมายถึง การยืนยันข้อเท็จจริงซึ่งอาจเป็นความจริงก็ได้หรือเป็นความเท็จก็ได้  แม้แต่การเล่าเรื่องที่ได้ยินมาให้กับบุคคลอื่นฟังก็อยู่ในความหมายของคำว่า  ใส่ความ  ดังนั้น  การใส่ความจึงไม่จำกัดวิธี  อาจเป็นคำพูด  ให้ความหมายหรือแสดงกิริยาอาการอย่างหนึ่งอย่างใดหรือใช้ภาษาใบ้  สัญญลักษณ์ต่างๆ  มีปัญหาว่าการแอบถ่ายภาพคนร่วมประเวณีกันแล้วนำภาพเหล่านั้นไปให้ผู้อื่นดู  เช่นนี้เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทหรือไม่  เห็นว่าการใส่ความไม่จำเป็นต้องเป็นการใช้คำพูด การเอาภาพการร่วมประเวณีของผู้อื่นไปแสดงให้บุคคลอื่นดูย่อมเป็นการใส่ความและน่าจะทำให้เสียชื่อเสียงย่อมเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทได้

                      ประมวลกฎหมายแพ่งและพานิชย์ มาตรา 423 ระบุไว้ว่า  “ผู้ใดกล่าวหรือให้ข่าวโดยแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง เป็นที่เสียหายแก่ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของบุคคลอื่นก็ดี  หรือเป็นที่เสียหายแก่ทางทำมาหาได้  หรือทางเจริญของเขาโดยประการอื่นก็ดี  ท่านว่าผู้นั้นจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่เขาเพื่อชดเชยความเสียหายอย่างใดๆ อันเกิดแต่การนั้น แม้เมื่อตนมิได้รู้ว่าข้อความนั้นไม่จริง แต่หากควรรู้ได้

                     ผู้ใดส่งข่าวสารอันตนมิได้รู้ว่าเป็นความจริงไม่  หากว่าตนเองหรือผู้รับข่าวสารนั้นมีทางได้เสียโดยชอบในการนั้นด้วยแล้ว  ท่านว่าเพียงที่ส่งข่าวสารเช่นนั้นหาทำให้ผู้นั้นต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่

                       ข้อแตกต่างระหว่างหมิ่นประมาททางแพ่งกับอาญา

                      1.หมิ่นประมาทในทางแพ่งจะต้องฝ่าฝืนต่อความจริง  จึงจะเรียกว่าทำให้เขาเสียหาย  ถ้าเป็นความจริงก็ไม่เสียหาย   แต่ทางอาญาจริงหรือไม่จริงก็หมิ่นประมาททั้งนั้น  ความจริงไม่เป็นข้อแก้ตัว

                       2. ในทางแพ่งจะต้องรับผิดต่อเมื่อได้กระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ  แต่ในทางอาญามีแต่เจตนาอย่างเดียว  หมิ่นประมาทด้วยความประมาทไม่มีในทางอาญา

                       3.หมิ่นประมาททางแพ่ง  นอกจากจะทำให้บุคคลอื่นได้รับความเสียหายแก่ชื่อเสียงเกียรติคุณแล้ว  ยังรวมถึงทางทำมาหาได้และทางเจริญด้วย  แต่ในทางอาญานั้นจำกัดเฉพาะเสียหายแก่ชื่อเสียง หรือถูกดูหมิ่นเกลียดชัง  แต่ในเรื่องความเสียหายในทางทำมาหาได้ในทางอาญาถือว่าไม่มี