หน้าแรก » รายงานพิเศษ » นครปฐม-ไปไม่รอดโจรรองเท้าแตะหลัง ตร.ภ.7เปิดปฏิบัติการไล่ล่า

นครปฐม-ไปไม่รอดโจรรองเท้าแตะหลัง ตร.ภ.7เปิดปฏิบัติการไล่ล่า

โพสต์โดย : tin เมื่อ 26 ธ.ค. 2559 12:51:44 น. เข้าชม 726 ครั้ง แจ้งลบ

รายงานพิเศษ...พิราบ 5
      ไปไม่รอดโจรรองเท้าแตะหลัง ตร.ภ.7เปิดปฏิบัติการไล่ล่า
         คำว่าโจรไม่มีหมดไปจากแผ่นดินไทย ไม่ว่ายุคสมัยไหน ตำรวจจะเก๋งไฮเทคเพียงใด “โจร”ก็ยังคงอยู่ยั้งยืนยงมีตัวตายตัวแทนให้ตำรวจไล่ล่าตามจับแบบ “แมวไล่หนู หนูหนีแมว” 
         จากที่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อบ่ายสามโมงครึ่งวันที่ 8 ธ.ค.59 ศูนย์สั่งการ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ได้รับแจ้งเหตุร้าย คนร้ายบุกเดียวใช้มีดเป็นอาวุธบุกเข้าจี้ชิงเงินสดในร้านเอ็มซี 2000 (MC2000)รับจำนำเล่มทะเบียนรถ ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษมขาออก เยื้องๆห้างบิ๊กซีสาขาเมือง นครปฐม ได้เงินสดไปจำนวน 40,000 บาท ลักษณะคนร้ายเป็นชาย 1 คน สูงประมาณ 170-175 ซม.สวมกางเกงยีนส์ ขายาว สวมเสื้อคลุมแขนยาว สีออกน้ำเงินหรือกรมท่า สวมหมวกนิรภัยสีดำ เต็มใบ ใช้ผ้าอนามัยสีขาว ปิดจมูก ขณะลงมือคนร้ายเปิดกระจกหน้าหมวก ใช้อาวุธมีดเป็นอาวุธ ยานพาหนะที่ใช้เป็นรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นสปาร์ค หรือยามาฮ่านาโนสีเทาแดง ที่สังเกตโจรรายนี้สวมรองเท้าแตะแบบสวมหลังเท้า ผิดจากโจรมืออาชีพทั่วไป แถมรถที่ใช้ก็เป็นรถบ้านๆอุปกรณ์ครบไม่เหมือนโจรทั่วไปที่หากใช้ รถ.จยย.จะต้องเป็นรถซิ่งแต่งไม่ติดกระจกมองหลัง 
         หลังก่อเหตุคนร้ายขับรถ จยย.มุ่งหน้าไปทาง จ.ราชบุรี หลังเกิดเหตุ ตำรวจท้องที่ สภ.เมืองนครปฐมรับแจ้ง ส่วนเกี่ยวข้องก็รุดไปรวมตรวจที่เกิดเหตุพร้อมประสานเจ้าหน้าที่ ศพฐ.7 ร่วมตรวจเก็บลายนิ้วมือแฝง ประตูกระจกทางเข้า-ออกร้าน
        หลังรับรายงาน พล.ต.ต.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.ภ.7 วันที่ 9 ธ.ค.59 พล.ต.ต.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.ภ.7 บิ๊กตำรวจภูธรภาค 7 ก็เรียกนักสืบมือปราบคู่บารมีประกอบด้วย พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช รรท.รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.สมชาย รักเสนาะ ผบก.สส.ภ.7 พร้อมรอง ผบก.ภ.7 ผกก.สส.รอง ผกก.สส.ฯ สว.สส.ฯ ของ กก.สส.ภ.7 ส่วนรับผิดชอบพื้นที่ และตำรวจสืบสวนทั้ง จังหวัดราชบุรี เมืองราชบุรี โพธาราม และนครปฐมมาประชุมทราบความคืบหน้าซึ่งจากรายงานพบว่า บริษัท เอ็ม ซี 2000 สำนักงานใหญ่ ตั้งอยู่ที่ 39/11-14 ถนนเทศบาล 2 ต.โพธาราม อ.โพธาราม จ.ราชบุรี 
        กรรมการที่มีอำนาจ ประกอบด้วย 1.นายสมชาย กมลพันธ์ทิพย์  2. นายธเนศ กมลพันธ์ทิพย์  3.น.ส.ขวัญใจ กมลพันธ์ทิพย์  และ 4. นายสามารถ ทำนา หลังประชุม ฟังรายงาน และประมวลเหตุ ข้อมูลคนร้ายจากรายงานและการสืบสวนจากภาคกล้องวงจรปิดทั้ง 3 ท้องที่เกิดเหตุ และเป็นที่สังเกตุพบว่า คนร้ายจะลงมือช่วงเวลาประมาณ 15.00-15.30 น.ซึ่งเป็นช่วงหลังบริษัทปิดบัญชี
        ในร้านจะมีเงินสดเก็บจำนวนมากพอประมาณจากที่ลูกค้ามาส่งดอกเบี้ยและเบี้ยผ่อนค่างวดเงินกู้จำนำทะเบียนรถ คนร้ายเป็นชายก่อเหตุเพียงลำพัง  คนเดียว สวมหมวกนิรภัยเต็มใบ ใช้ผ้าปิดจมูก  สวมกางเกงยีนส์ ขายาว สวมเสื้อคลุมแขนยาว  ใช้อาวุธมีด เป็นอาวุธ ใช้รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นสปาร์ค หรือยามาฮ่านาโน สีดำลายสติ๊กเกอร์สีม่วง และจากการไล่กล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายมุ่งหน้าหลบหนีหลังก่อเหตุพบว่า จุดสุดท้ายแต่ละแห่ง คนร้ายจะหายไปจากกล้องทิศทางที่มุ่งหน้าทาง อ.บางแพ บ้านล้ำน้ำ บ้านตาลเตี้ย บ้านตากแดด บ้านดอนยายหอม คือพิกัดจากเมืองนครปฐมไปด้านทิศตะใต้เฉียงตะวันตก จากเมืองราชบุรี โพธาราม คนร้ายจะหายไปด้านทิศใต้เช่นกันคือด้าน อ.บางแพ โพหัก 
       ในที่สุดโจรรองเท้าแตะบุกเดียวเข้าจี้ชิงเงินทั้ง 3 แห่งใน 2 จังหวัด คือ บริษัท เอ็ม ซี 2000 เจ้าของก็คือตระกูล กมลพันธ์ทิพย์ ก็ถูกปิดเกมส์ ถูกรวบตัวได้ พร้อมของกลางรถ จยย.อาวุธมีด โจรรองเท้าแตะรายนี้ก็คือ นายธเนตร วรสหวัฒน์ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 355 ม.1 ต.ท่าชุมพล อ.โพธาราม จ.ราชบุรี  คำสารภาพก็เปิดจากปากโจรรองเท้าแตะ ว่า ตนเองเคยทำงานอยู่ในบริษัท ลิสซิ่งแห่งหนึ่ง รู้ขั้นตอนเส้นทางการเงินของลิสซิ่งทุกแห่งจะคล้ายกัน จึงออกลงมือ ก่อนลงมือจะออกดูลาดเลา สำรวจเส้นทางหลบหนี ทั้ง3แห่งที่เข้าลงมือ 2แห่งแรกได้เงินไปไม่กี่ตังกับโทรศัพท์มือถือ แต่แห่งที่ 3 คือในเมืองนครปฐมได้เงินสด 4 หมื่นบาท
       คนร้ายถูกจับได้ ด้วยมีบิ๊กตำรวจภาค 7 ชื่อ พล.ต.ต.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น หรือบิ๊กบัว รรท.ผบช.ภ.7 นำทัพ เจ้าของผู้บริหารบริษัท เอ็ม ซี 2000 ก็มีน้ำใจเข้ามอบกระเช้าให้คณะทีมงานมือสืบ มือปราบทุกชุด พร้อมรางวัลน้ำใจเป็นเงินสดเพื่อขวัญกำลังใจการทำงานแก่ชุดทำงาน ยอดเท่าไหร่นั้นไม่ได้เปิดเปิดเผย รู้เพียงแค่ว่า ทรัพย์ที่โจรรองเท้าแตะได้ไปจาก บริษัท เอ็ม ซี 2000 ทั้ง 3 แห่งราว 5 หมื่นบาท แต่รางวัลที่ทาง บริษัท เอ็ม ซี 2000 มอบให้ตำรวจมากกว่ายอดทรัพย์ที่สูญเสียราว 4 เท่าเอง