หน้าแรก » คำสารภาพสุดท้ายนักโทษประหาร » สมคิด วรรณโชติ หนี 10 ปี ยังไม่พ้น

สมคิด วรรณโชติ หนี 10 ปี ยังไม่พ้น

โพสต์โดย : Admin เมื่อ 22 ม.ค. 2560 10:51:27 น. เข้าชม 1450 ครั้ง แจ้งลบ

คำสารภาพสุดท้ายนักโทษประหาร

เรื่องโดย..ยุทธ บางขวาง

สมคิด วรรณโชติ

หนี 10 ปี ยังไม่พ้น

                      น.ช.(จ.ส.ต.)สมคิด วรรณโชติ อายุ 52 ปี หมายเลขประจำตัว 514/39 คดีฆ่าเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289(2)(4) หมายเลขคดีดำที่ 1665/36 หมายเลขคดีแดงที่ 1991/39 ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี เหตุเกิดพื้นที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเคียนซา จังหวัดสุราษฎร์ธานี
                      วันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2526 เวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ.เคียนซา นำกำลังเข้าจับกุมบ่อนการพนันชนไก่ที่ตำบลเขาตอก และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 18 คน ซึ่งบ่อนดังกล่าวทราบว่าเป็นของจ.ส.ต.สมคิด  วรรณโชติ  เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำ สภ.อ.เคียนซา นั่นเอง โดยก่อนที่จะเข้าทำการจับกุม ทางผู้บังคับบัญชาของ จ.ส.ต.สมคิด ได้เรียกตัวมาว่ากล่าวตักเตือนขอให้เลิกเปิดบ่อนดังกล่าว เพราะจะทำให้ชาวบ้านมองภาพพจน์ของตำรวจในแง่ไม่ดี เนื่องจากช่วงนั้นในเขตอำเภอเคียนซาเป็นพื้นที่สีแดง มีผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์เข้ามาปลุกระดมมวลชนอยู่ แต่ จ.ส.ต.สมคิด ดื้อรั้นแอบเปิดบ่อนการพนันชนไก่จนได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าทำการจับกุมบ่อนดังกล่าว
                       หลังจากได้มีการจับกุมผู้ต้องหาเล่นการพนันชนไก่มาแล้ว จ.ส.ต.สมคิดได้พยายามติดต่อขอให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้งหมดแต่ไม่เป็นผลสำเร็จ จึงได้กล่าวคำอาฆาตไว้ว่า ถ้าพบตำรวจชุดที่เข้าจับกุมบ่อนไก่ชนเมื่อไร จะฆ่าให้ตายหมดทุกคนแล้วได้ออกจากโรงพักไป
                       เวลา 16.00 น. ขณะที่ ส.ต.อ.สมพร ยูงทอง ชาวจังหวัดพัทลุงซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่เข้าจับกุมบ่อนการพนันชนไก่ กำลังขับขี่รถจักรยานยนต์กลับโรงพัก ปรากฏว่าได้พบกับ จ.ส.ต.สมคิดในระหว่างทาง จ.ส.ต.สมคิดได้เรียกให้หยุดรถแล้วใช้อาวุธปืนคาร์บินยิงเข้าใส่จำนวน 3 นัด จน ส.ต.อ.สมพรถึงแก่ความตายในทันทีแล้ว จ.ส.ต.สมคิดได้หลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายจับและพยายามติดตามจับกุมตัว เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายของบ้านเมืองต่อไป
                       วันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2536 หลังเกิดเหตุเป็นระยะเวลา 10 ปีกับอีก 10 วัน ขณะที่อดีตผู้บังคับบัญชาของ จ.ส.ต.สมคิด ซึ่งได้ย้ายมาประจำอยู่ที่สถานีตำรวจแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ กำลังออกตรวจที่บริเวณท้องสนามหลวง พบ จ.ส.ต.สมคิด กำลังซื้ออาหารให้นกพิราบอยู่ จึงเข้าทำการจับกุมตัวแล้วนำตัวไปส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ.เคียนซาดำเนินคดี ซึ่ง จ.ส.ต.สมคิดได้ให้การปฏิเสธข้อหาทั้งหมด
                      ต่อมา จ.ส.ต.สมคิดได้รับการประกันตัวออกไปเพื่อต่อสู้คดี และไปอาศัยอยู่ที่จังหวัดเชียงราย ภายหลังนายประกันซึ่งเป็นพี่สาวของ จ.ส.ต.สมคิด เกรงว่า จ.ส.ต.สมคิด จะหนีประกันและทำให้ต้องสูญเงินประกัน จึงได้ขอถอนประกันและนำตัว จ.ส.ต.สมคิด ส่งมอบให้ สภ.อ.เคียนซา เพื่อดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ส่งมอบสำนวนการสอบสวนให้อัยการ เพื่อฟ้องร้องดำเนินคดี จ.ส.ต.สมคิดต่อศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี  ผลการพิจารณาของศาลชั้นต้น ได้ตัดสินให้ประหารชีวิต และได้ส่ง ข.ช.สมคิด มาควบคุมไว้ที่เรือนจำกลางบางขวาง 
                      ข.ช.สมคิดได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาล ผลการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ได้ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้น ข.ช.สมคิดได้ยื่นฎีกาต่อศาล ผลการพิจารณาของศาลฎีกา ได้ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ น.ช.สมคิดได้ทำหนังสือถวายฎีกาทูลเกล้าฯขอพระราชทานอภัยโทษตามสิทธิ์ และรอผลการพิจารณาอยู่ที่หมวดควบคุมนักโทษประหารแดน
                     วันศุกร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ.2542 เวลา 10.00 น. ข้าพเจ้าได้รับแจ้งอย่างเป็นความลับว่า ในวันนี้จะมีการประหารชีวิตนักโทษเด็ดขาดจำนวนทั้งสิ้น 5 ราย ขอให้เตรียมตัวและสิ่งของที่จะต้องใช้ให้พร้อม ในครั้งแรกที่ข้าพเจ้าได้รับแจ้ง ข้าพเจ้าเข้าใจว่าเป็นการล้อเล่นในระหว่างเพื่อนเจ้าหน้าที่ด้วยกัน เนื่องจากในช่วงนั้นอยู่ระหว่างกลางพรรษา ปกติแล้วจะไม่ทำการประหารชีวิตนักโทษในช่วงนี้ แต่เมื่อสอบถามกลับไปที่ฝ่ายทะเบียนประวัติผู้ต้องขัง ก็ได้รับคำยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง ข้าพเจ้าจึงไปจัดเตรียมสิ่งของที่จะต้องใช้ในการดำเนินการประหารชีวิตในส่วนของข้าพเจ้า แล้วไปทำการสวดมนต์ไหว้พระ บูชาท้าวเวชสุวรรณ ตามความเชื่อของข้าพเจ้า พร้อมกับทำจิตใจให้สงบ รอเวลาที่จะเบิกตัวนักโทษทั้งหมดมาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
                       เวลา 16.10 น. หลังจากได้รับทราบรายชื่อนักโทษที่จะต้องเข้าไปเบิกตัวคือ น.ช.สมคิด วรรณโชติ น.ช.อนันต์ โคตรสมบัติ น.ช.สุรศักดิ์ ยิตซัง น.ช.อำนาจ เอกพจน์ และน.ช.สมพร เชยชื่นจิตร จึงได้ทำการจัดแบ่งหน้าที่ในการเบิกตัวและดูแลนักโทษทั้งหมด โดยข้าพเจ้ารับหน้าที่ในการดูแล น.ช.สมคิด เมื่อพี่เลี้ยงทั้งหมดเข้าไปถึงหมวดควบคุมนักโทษประหารแดน 1 เจ้าหน้าที่ประจำตึกขังได้ไขกุญแจเปิดประตูตึก เสียงต่างๆภายในตึกขังได้เงียบลงทันที 
                        เมื่อข้าพเจ้าเดินเข้าไปภายใน มีเสียงของนักโทษถามมาว่า ประหารกลางพรรษาเลยหรือครับ จะไม่ให้พวกผมเหลือถึงอภัยเลยหรือยังไงครับ” ข้าพเจ้าตอบว่า ผมเองก็ไม่คิดว่าจะมีการประหาร แต่เมื่อมีคำสั่งมาให้ดำเนินการ พวกผมก็จำเป็นเหลือเกินที่จะต้องทำตามหน้าที่ ผมรู้ว่าทุกคนรู้สึกยังไง ผมและเจ้าหน้าที่ทุกคนไม่มีใครอยากให้เป็นอย่างนี้หรอก” พี่เลี้ยงทั้งหมดต่างแยกย้ายไปยืนหน้าห้องของนักโทษที่ตนต้องดูแลรับผิดชอบ ซึ่งข้าพเจ้าไปหยุดอยู่ที่ห้องของ น.ช.สมคิด ข้าพเจ้าส่งเสียงเรียกออกไป สมคิด  วรรณโชติ ออกมารอที่ประตูห้องด้วย” น.ช.สมคิดได้ลุกยืนขึ้นพร้อมกับพูดว่า ลาก่อนทุกคนเสียงตอบรับว่า ไปสู่ที่ชอบนะจ่า” “ลาก่อนจ่า” “จ่าหมดกรรมแล้ว” “เข้มแข็งไว้นะจ่าฯลฯ 


                         เมื่อนำนักโทษทั้งหมดออกมาจากห้องขังแล้วมีเสียงร้องขึ้น โอ้โห ! ทำไมถึงประหารมากมายขนาดนั้นครับ ทีเดียวตั้ง 5 คน อย่างนี้ถ้าไม่ตายกันหมดก็คงเหลือน้อยละครับพี่เลี้ยงรีบนำนักโทษประหารทั้งหมดมาที่หมวดผู้ช่วยเหลือฯทันที  เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร และเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนประวัติผู้ต้องขัง ได้แยกย้ายกันพิมพ์ลายนิ้วมือนักโทษทั้งหมด โดยเริ่มที่ น.ช.สมคิดก่อน 
                         สารวัตรโกมลแสดงความเคารพ สวัสดีครับจ่า ในฐานะที่จ่าเคยเป็นตำรวจมาก่อน ผมขอแสดงความเสียใจด้วย” น.ช.สมคิด ยกมือไหว้ตอบ ขอบคุณครับสารวัตร คดีผมไม่น่าจะถึงประหารเลยนะครับ เรื่องมันผ่านมาตั้งนานแล้ว” 
ข้าพเจ้าถามว่า เรื่องเป็นมายังไงเกิดมานานแค่ไหน” 

                        น.ช.สมคิดตอบว่า เป็นสิบปีแล้วครับ ผมหนีไปได้ตั้งนานผมไม่น่าถูกจับหรอกครับ แต่ก่อนผมเป็นตำรวจอยู่ที่ สภ.อ.เคียนซา ตอนหลังผมมาเปิดบ่อนชนไก่ ผู้ใหญ่ในโรงพักที่ไม่ชอบหน้าผม แกล้งส่งคนไปจับกุมบ่อนของผม ผมมาขอร้องเขาดีๆแล้วไม่ให้เอาเรื่อง แต่เขาไม่ยอมยังบอกผมอีกว่าเขาทำตามหน้าที่ ทั้งที่จริงแล้วเจตนาจะแกล้งผมมากกว่า 
เย็นวันนั้นผมมาเจอตำรวจคนที่ตายขี่รถมาพอดี และเป็นหนึ่งในพวกที่เข้าจับบ่อนไก่ของผม ผมจึงเรียกให้หยุดพร้อมกับต่อว่า แต่ตำรวจคนนั้นบอกว่าทำตามคำสั่ง ผมโมโหขึ้นมาเลยยิงใส่เข้าไปจนตาย เสร็จแล้วผมหนีรอดมาได้ ผมต้องออกจากตำรวจหนีคดีมาเป็น 10 ปี จนเรื่องเงียบไปตั้งนานแล้ว มาตอนหลังผมไปธุระที่สนามหลวง เผอิญไปเจอกับนายตำรวจซึ่งเคยอยู่โรงพักเดียวกับผมเข้า และไม่ชอบหน้าผมมาก่อน จึงจับตัวผมส่งไปดำเนินคดี
                          หัวหน้าลองคิดดูก็แล้วกัน พยานที่เห็นเหตุการณ์ไปอยู่ไหนกันหมดแล้วก็ไม่รู้ แต่ตำรวจพวกนั้นปั้นพยานขึ้นมาเอาเรื่องกับผมจนได้ ผมถามหน่อยเถอะนะหัวหน้า คดีเกิดมาตั้ง 10 ปี ใครจะมาจำเหตุการณ์ทั้งหมดได้ แต่นี่ให้การซัดผมเหมือนเพิ่งเกิดเหตุใหม่ๆ ผมคิดว่าน่าจะสู้คดีได้ ผมจึงปฏิเสธข้อหาไป แต่พวกเขาแน่กว่าผม ไม่รู้ไปขุดพยานหลักฐานที่ไหนมาเล่นงานผมจนเป็นยังงี้ อีกแค่ไม่ถึง 10 ปีเท่านั้น คดีก็จะหมดอายุความแล้ว ถ้าไม่แกล้งจับบ่อนของผมก่อน ไม่เกิดเรื่องหรอกครับ
” 
                          หลังจากพิมพ์ลายนิ้วมือเสร็จ เวรผู้ใหญ่ได้เข้ามาอ่านคำสั่งจากสำนักนายกรัฐมนตรี ให้นักโทษทั้งหมดฟังทีละราย และให้เซ็นทราบในคำสั่งนั้น เสร็จแล้วได้ให้ทำพินัยกรรมและเขียนจดหมายตามสะดวก ซึ่งน.ช.สมคิดได้เขียนจดหมายถึงครอบครัว 1 ฉบับ จากนั้นได้ช่วยกันยกอาหารมื้อสุดท้ายมาให้นักโทษทั้งหมดกิน แต่น.ช.สมคิดปฏิเสธที่จะกินอาหาร ขอเพียงกาแฟ 1 แก้วเท่านั้น 
                           น.ช.สมคิดพูดว่า ถ้าหัวหน้าจะกรุณาผมละก็ ช่วยทำบุญส่งไปให้ผมบ้างนะครับ ขอเป็นอาหารปักษ์ใต้นะครับ แล้วช่วยโทรบอกที่บ้านให้ผมด้วย บอกว่าผมสั่งให้สวดศพแค่ 3 วันพอแล้วเผาเลย ผมขอแค่นี้แหละครับข้าพเจ้ารับปากที่จะจัดการให้ หลังอาหารมื้อสุดท้าย ข้าพเจ้าและพี่เลี้ยงทั้งหมดนำนักโทษประหารทั้ง 5 ราย ไปฟังเทศนาธรรมจากพระสงฆ์ที่ได้นิมนต์มา ซึ่งทั้งหมดต่างตั้งใจฟังกันอย่างสงบ เสร็จแล้วข้าพเจ้าได้นำ น.ช.สมคิดไปทำการประหารเป็นรายแรก โดยให้นักโทษอีก 4 รายนั่งรอที่หมวดผู้ช่วยเหลือฯ
                          ระหว่างทางที่เดินไปห้องประหารน.ช.สมคิดได้พูดกับข้าพเจ้าว่า ระบบราชการของไทยนะครับหัวหน้า ถ้าไม่เล่นพักเล่นพวกไม่ประจบเจ้านาย อย่าหวังที่จะก้าวหน้าเลยครับ ผมเป็นตำรวจเก่ารู้เห็นอะไรมาเยอะ บ่อนซ่องถ้าไม่เคลียร์ผู้ใหญ่ก่อนอย่าหวังว่าจะไปรอด อย่างบ่อนไก่ชนของผมไม่ได้ไปเคลียร์ผู้ใหญ่ก่อนเลยต้องโดนจับ หัวหน้าเห็นไหมครับ บ่อนใหญ่ๆทำไมถึงเปิดมาได้จนทุกวันนี้ ไม่เห็นมีใครเข้าไปจับ ผมกล้าเอาหัวเป็นประกันเลยว่า มีผู้ใหญ่บางคนรับเงินจากบ่อนพวกนี้ บางครั้งเข้าไปเล่นเองด้วยซ้ำไป แล้วคอยจ้องจับบ่อนเล็กบ่อนน้อยเพื่อเอาผลงาน แล้วบ่อนไก่เล็กๆอย่างของผม จะเอาเงินที่ไหนไปประเคนให้ได้