หน้าแรก » รายงานพิเศษ » เชียงใหม่-ฟ้องหนุ่มเมืองเหนือแจ้งความเท็จ

เชียงใหม่-ฟ้องหนุ่มเมืองเหนือแจ้งความเท็จ

โพสต์โดย : ice เมื่อ 27 ม.ค. 2560 22:56:11 น. เข้าชม 718 ครั้ง แจ้งลบ

ทีมข่าวเฉพาะกิจ / รายงาน
ฟ้องหนุ่มเมืองเหนือแจ้งความเท็จ
            เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (27 ม.ค.60) ที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ นายสันติ ดารอด อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13 หมู่ 2 ตำบลเจริญผล อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ ได้เดินทางพร้อมด้วยทนายความ เข้ายื่นคำฟ้องนายเอกพงษ์ ใจกว้าง อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/9 หมู่ 8 ตำบลป่าแดด อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ในข้อหา แจ้งความเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา โดยรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น
            เหตุการณ์ดังกล่าวนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2560 เวลาประมาณ 00.00 น.เศษ นายเอกพงษ์ ใจกว้าง ได้เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.บวร สมยศ ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ โดยแจ้งว่า เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2560 ขณะที่อยู่บ้านได้มีบุคคลทราบชื่อต่อมาคือนายสันติ ดารอด มาแอบอ้างว่าเป็นตำรวจ เพื่อมาจำหน่ายบัตรชมรมเพื่อนช่วยเพื่อนตำรวจแห่งชาติ ดำเนินกิจกรรม แด่แผ่นดินด้วยใจภักดิ์ โดยนายเอกพงษ์ ระบุว่า นายสันติ ได้อ้างว่ามีนายสั่งให้มาช่วยจำหน่ายบัตร จึงได้เกิดความเกรงใจว่าเป็นตำรวจชั้นผู้ใหญ่ จึงได้ช่วยซื้อบัตรดังกล่าวไว้ 1 ใบในราคา 2,000 บาท ซึ่งข้อความทั้งหมดเป็นความเท็จทั้งสิ้น
            ทนายความของนายสันติ ดารอด สมาชิกจิตอาสาชมรมเพื่อนช่วยเพื่อนตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำหรับข้อเท็จจริงคือ เมื่อวันเวลาดังกล่าว นายสันติ ดารอด ได้เข้าเสนอขายบัตรของชมรมเพื่อนช่วยเพื่อนตำรวจแห่งชาติ ให้กับนายเอกพงษ์ ใจกว้าง จำนวน 1 ใบ ที่อู่ซ่อมรถของนายเอกพงษ์ พร้อมกับแสดงบัตรประจำตัวสมาชิกของชมรมฯและนำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับชมรมฯและเอกสารการจัดกิจกรรมแสะสถานที่จัดงานให้กับนายเอกพงษ์ ดูและรับทราบเป็นอย่างดี ซึ่งนายเอกพงษ์ ได้ตกลงซื้อบัตรไปจำนวน 1 ใบ ด้วยความสมัครใจ พร้อมกันนั้นยังได้บันทึกภาพขณะซื้อขายบัตรกับนายสันติ ไว้ด้วย และในขณะที่ขายบัตรนั้น นายสันติไม่ได้แอบอ้างหรือแสดงตัวว่าเป็นตำรวจแต่อย่างใดและไม่ได้มีการข่มขู่บังคับหรือหลอกลวง 
            การแจ้งความเท็จของนายเอกพงษ์ ใจกว้าง เป็นเหตุให้นายสันติ ดารอด ได้รับความเสียหาย หรือเพื่อกลั่นแกล้งให้นายสันติ ดารอด ได้รับโทษทางอาญา ในข้อหา ฉ้อโกง โดยแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทางตนซึ่งเป็นทนายความซึ่งได้รับมอบหมายจากนายสันติ ดารอด ให้ยื่นเรื่องฟ้องต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีกับนาเอกพงษ์ ใจกว้าง ให้ถึงที่สุด 
            ต่อมาวันเดียวกัน ทางชมรมเพื่อนช่วยเพื่อนตำรวจแห่งชาติ ได้ส่งตัวแทนยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยแนบเอกสารประกอบการดำเนินกิจกรรม และเป็นแนวทางตอบข้อหารือ กรณีตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่สอบถาม ตามเอกสารลงรับศาลกลางจังหวัดเชียงใหม่เลขที่ 2954 วันที่ 27 ม.ค.60  โดยระบุว่า ตามที่ชมรมเพื่อนช่วยเพื่อนตำรวจแห่งชาติ ได้มีหนังสือขอความร่วมมือประชาสัมพันธ์การจำหน่ายบัตร การดำเนินกิจกรรมเผยแพร่บทเพลงแสดงความจงรักภักดีต่อ สถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมเชิญชวน ข้าราชการเข้าชมกิจกรรมฟรี ณ โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ ในวันเสาร์ที่ 18  ก.พ.2560 แล้วนั้น หากมีกรณีตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่หรือหน่วยงานผ่ายตำรวจ มีข้อสงสัยสอบถามฝ่ายปกครอง ว่าการดำเนินกิจกรรมของชมรมฯเป็นการเรี่ยไรหรือไม่ ชมรมฯจึงขอส่งเอกสารมาเพื่อพิจารณาแนวทางการตอบข้อหารือ ซึ่งคำสั่งอธิบดีอัยการภาค 2  นายทะเบียนท้องที่ควบคุมการเรี่ยไร ในต่างจังหวัดคือนายอำเภอท้องที่ ได้มีความเห็นยืนยันโดยผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เห็นชอบว่าการจำหน่ายบัตรของชมรมเพื่อนช่วยเพื่อนตำรวจแห่งชาติมิใช่การเรี่ยไร มาเพื่อพิจารณาต่อไป
            จากเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ เป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องเรื่องเดียว กับที่ หนังสือพิมพ์อินทรีสยาม ได้เคยนำเสนอข่าวการตรวจสอบการดำเนินกิจกรรมของชมรมเพื่อนช่วยเพื่อนตำรวจแห่งชาติไปแล้ว ว่าเป็นชมรมฯที่มีตัวตนจริง และมีการเตรียมจัดงานกิจกรรมฯที่โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ ในวันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์2560 จริง ซึ่งตามข่าวที่ได้เสนอไปก่อนหน้านี้ เป็นไปได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อาจจะมีมือที่สามมาสร้างสถานการณ์ ให้เกิดความเข้าใจผิดกัน
            โดยข้อมูลเชิงลึกจากแหล่งข่าวล่าสุด  ทราบมาว่า นอกจากนายเอกพงษ์ ใจกว้างที่ถูกฟ้องในข้อหาแจ้งความเท็จแล้ว อาจจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจบางนาย ในสังกัด สถานีตำรวจภูธร ของจังหวัดเชียงใหม่ อาจถูกแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาหน่วงเหนี่ยวกักขังอีกหลายนาย ซึ่งเท็จจริงอย่างไร ทางทีมข่าว อินทรีสยาม จะติดตามมานำเสนอต่อไป