หน้าแรก » คำสารภาพสุดท้ายนักโทษประหาร » เก้า ปั้นหยัด ฆ่าข่มขืนเด็กหญิง 13 ปี

เก้า ปั้นหยัด ฆ่าข่มขืนเด็กหญิง 13 ปี

โพสต์โดย : Admin เมื่อ 10 ก.ย. 2559 19:30:41 น. เข้าชม 1603 ครั้ง แจ้งลบ

โดย : ยุทธ บางขวาง

เก้า ปั้นหยัด

ฆ่าข่มขืนเด็กหญิง 13 ปี ที่นครปฐม

                  .ช.เก้า ปั้นหยัด อายุ 29 ปี หมายเลขประจำตัว 667/39 คดีพรากผู้เยาว์ ข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกินสิบสามปี ฆ่าผู้อื่นโดยกระทำทารุณโหดร้ายหรือเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน ซ้อนเร้นศพ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 199, 277 วรรค 2, 277 ทวิ(2), 289(6), 317 วรรค 3, 91, 90, 78 หมายเลขคดีดำที่ 2045/39 หมายเลขคดีแดงที่ 3459/39 ศาลจังหวัดนครปฐม เหตุเกิดพื้นที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม
                    วันที่ 18 เมษายน พ.ศ.2539 เวลาประมาณ 15.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ.เมืองนครปฐม ได้รับแจ้งจากนางทองแดง บุญส่ง อยู่บ้านไม่มีเลขที่  ริมคลองชลประทาน หมู่ที่ 9 ตำบลบางแขม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ว่าลูกสาวตนชื่อด.ญ.วนิตา บุญส่ง อายุ 10 ขวบ ได้หายออกจากบ้านไป สงสัยว่าจะจมน้ำในคลองชลประทาน ขอให้ช่วยค้นหาให้ด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรีบไปตรวจสอบที่คลองดังกล่าว พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยของมูลนิธิสุขศาลาเพื่อค้นหาศพ
                     เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันลงงมค้นหาภายในคลองชลประทานทันที และได้พบรองเท้าของด.ญ.วนิตา ลอยอยู่ในคลองดังกล่าว จึงเชื่อว่า ด.ญ.วนิตา จะต้องจมน้ำอยู่ภายในคลองดังกล่าวอย่างแน่นอน แต่เมื่อใช้เวลาดำน้ำค้นหาเป็นเวลาถึง 2 ชั่วโมงกว่า ปรากฏว่าพบเพียงเสื้อผ้าของด.ญ.วนิตา จมอยู่ในคลองเท่านั้น แต่ไม่พบศพแต่อย่างใด คาดว่าอาจลอยห่างออกไปไกลจากจุดเกิดเหตุแล้ว จึงต้องรอให้ศพลอยขึ้นมาเองต่อไป
                     จากการสอบสวนนางทองแดงมารดาของ ด.ญ.วนิตา ทราบว่า ก่อนที่ ด.ญ.วนิตา จะหายตัวไป ได้ใช้ให้ออกไปชื้อไข่เพื่อนำมาทำกับข้าวมื้อเย็น ซึ่งร้านค้าที่ขายกับข้าวนั้น จะต้องเดินข้ามสะพานไม้เพื่อข้ามคลองชลประทานดังกล่าว ระหว่างที่เดินข้ามเด็กอาจจะพลัดตกลงไปในคลองแล้วจมน้ำก็เป็นได้ 
                    วันที่ 19 เมษายน พ.ศ.2539 เวลา 01.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ.เมืองนครปฐมได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า เห็นชายท่าทางน่าสงสัยเดินเข้าออกบริเวณบ้านร้าง ห่างจากจุดที่คาดว่า ด.ญ.วนิตา จมน้ำเสียชีวิตประมาณ 300 เมตร ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวมีคนแอบเข้าไปเสพยาเสพติดกันเป็นประจำ  เนื่องจากเป็นที่เปลี่ยวห่างจากบ้านคนอื่นอีกด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจสายสืบ สภ.อ.เมืองนครปฐมจึงรีบไปตรวจสอบที่บ้านหลังดังกล่าวทันที 
                     เมื่อไปถึงพบว่าที่ห้องน้ำซึ่งแยกออกจากตัวบ้านประมาณ 2 เมตร และอยู่ใกล้กับคลองชลประทาน มีเสียงคนอาบน้ำอยู่ภายใน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเคาะประตูเรียกให้ออกมาเพื่อตรวจสอบ เมื่อประตูห้องน้ำเปิดออกมา พบว่าคนที่อยู่ภายในเป็นชายหนุ่มนุ่งผ้าขาวม้าเพียงผืนเดียวเท่านั้น พอเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้นได้พยายามวิ่งหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ได้ตามจับตัวไว้ได้ เมื่อเข้าไปตรวจสอบภายในห้องน้ำ ปรากฏว่าพบศพเด็กผู้หญิงนอนเปลือยกายอยู่ภายในห้องน้ำ มีร่องรอยข่มขืนที่บริเวณอวัยวะเพศจนฉีกขาด คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 4-5 ชั่วโมง  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตามตัวมารดาของ ด.ญ.วนิตา มาดูศพเด็กคนดังกล่าว เมื่อนางทองแดงเห็นศพได้ปล่อยโฮออกมาทันที พร้อมกับยืนยันว่าศพดังกล่าวคือด.ญ.วนิตา ลูกสาวตนเอง
                       จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบภายในตัวบ้านร้างหลังนั้น พบว่าบนเตียงนอนมีรอยคราบเลือดและมีขนเพชรตกอยู่จำนวน 2 เส้น คาดว่าชายคนดังกล่าวน่าจะข่มขืน ด.ญ.วนิตา บนเตียงก่อน เสร็จแล้วจึงอุ้มร่างไร้วิญญาณไปที่ห้องน้ำเพื่อชำระตัว และเตรียมที่จะอำพรางศพ โดยอาจจะโยนศพลงคลองเพื่อให้ดูว่าเป็นการจมน้ำตายเอง หรือหาที่ซุกซ่อนศพในที่รกเพื่อป้องกันคนพบเห็น แต่เผอิญมีชาวบ้านสงสัยแล้วแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบจนพบเหตุการณ์ดังกล่าว
                         จากการสอบปากคำชายคนดังกล่าวซึ่งยังอยู่ในอาการมึนเมายาเสพติด ทราบชื่อว่า นายเก้า ปั้นหยัด อาศัยอยู่ที่ ตำบลพังตรุ อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี โดยนายเก้าให้การว่า มีอาชีพเป็นช่างเชื่อม ได้เดินทางมาหาญาติซึ่งอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ ก่อนถูกจับกุมได้แอบเข้ามาเสพยาเสพติดภายในบ้านร้างจนเมาเคลิ้มได้ที่ และได้อ่านหนังสือโป๊จนเกิดอารมณ์ทางเพศ เมื่อเดินเข้าไปที่ห้องน้ำเพื่อสำเร็จความใคร่ให้ตนเอง ได้พบศพเด็กนอนตายเปลือยกายอยู่ก่อนแล้ว เมื่อตนเห็นดังนั้นจึงได้ลงมือชำเราศพเด็กคนนั้นจนสำเร็จความใคร่ 1 ครั้ง แล้วอาบน้ำชำระตัวเตรียมที่จะหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจมาเรียกตรวจสอบและจับกุมตนไว้ได้เสียก่อน โดยตนไม่ได้เป็นผู้ฆ่าเด็กแต่อย่างใด
                         จากการสอบปากคำพยานใกล้ที่เกิดเหตุจำนวนหลายรายให้การตรงกันว่า ในช่วงเย็นที่ผ่านมา เห็นนายเก้าเล่นน้ำอยู่ในคลองชลประทานเป็นเวลานาน โดยเล่นอยู่ใกล้กับสะพานไม้ข้ามคลองจุดที่คาดว่า ด.ญ.วนิตา ตกน้ำเสียชีวิต แต่ชาวบ้านไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร เนื่องจากคลองดังกล่าวเป็นคลองสาธารณะใครจะลงไปอาบก็ได้ และช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่ช่วยกันงมหา ด.ญ.วนิตา นายเก้าก็ได้หายตัวไปจากบริเวณดังกล่าวแล้ว เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ แล้วชาวบ้านได้แห่กันออกมาดูตัว ทุกคนต่างยืนยันว่าใช่คนเดียวกันที่ลงไปเล่นน้ำในคลอง ก่อนที่ ด.ญ.วนิตาจะหายตัวไป
                         เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่า ขณะที่ ด.ญ.วนิตา กำลังเดินข้ามคลองเพื่อไปซื้อของให้แม่อยู่นั้น นายเก้าซึ่งเล่นน้ำอยู่คนเดียว คงจะเห็นด.ญ.วนิตา เดินมาตามลำพัง จึงแอบเข้าไปข้างสะพานไม้แห่งนั้น แล้วดึงร่างเด็กให้ตกน้ำลงมา พร้อมกับจับกดน้ำไว้เพื่อป้องกันคนเห็นจนเด็กขาดใจตาย แล้วจึงถอดเสื้อผ้าเด็กออกทิ้งไว้ในน้ำ ก่อนลากร่างไร้วิญญาณไปขึ้นที่บ้านร้างหลังดังกล่าวแล้วจึงลงมือข่มขืนศพ เมื่อเสร็จกิจแล้วได้อุ้มร่างของเด็กไปที่ห้องน้ำเพื่อชำระร่างกาย และคงเตรียมที่จะทำการซ่อนเร้นศพเพื่อปกปิดความผิดของตัวเอง เนื่องจากกลัวว่าจะมีคนเข้ามาเห็นการกระทำของตนเอง แต่ว่าตำรวจได้เข้ามาพบเสียก่อนทำให้ซุกซ่อนศพไม่ทัน ชาวบ้านที่มามุงดูเหตุการณ์ได้ฮือเข้าประชาทัณฑ์นายเก้าจนสะบักสะบอม เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องช่วยป้องกันและรีบนำตัวไปทำการสอบสวนที่ สภ.อ.เมืองนครปฐมต่อไป 
                        เมื่อนำตัวมาถึง สภ.อเมืองนครปฐมแล้ว ได้ทำการสอบปากคำนายเก้าอีกครั้งทันที ซึ่งนายเก้ายังคงยืนยันว่าตนได้ข่มขืนศพเด็กจริง แต่ข่มขืนภายในห้องน้ำเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ไม่ได้เข้าไปข่มขืนบนเตียงนอนซึ่งอยู่ในบ้านแต่อย่างใด และขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้ฆ่าเด็กคนดังกล่าว ส่วนคนที่ฆ่าเด็กนั้นอาจจะเป็นพวกที่เข้ามาเสพยาก่อนตนที่อยู่ในละแวกนั้นก็ได้ หลังจากที่คนฆ่าได้หลบหนีไปแล้วตนถึงได้เข้าไปพบศพเด็กทีหลัง ซึ่งเด็กได้นอนตายอยู่ในห้องน้ำก่อนแล้ว ตนเมายาเสพติดไปหน่อย จึงหน้ามืดข่มขืนศพเด็กไปดังกล่าว 
                       เพื่อความแน่ชัดเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดตามจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยอีก 2 คน ซึ่งชาวบ้านแจ้งว่าทั้งสองชอบแอบเข้าไปเสพยาเสพติดที่บ้านร้างหลังนั้นเช่นกัน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ถอนขนเพชรของผู้ต้องสงสัยทั้งหมด ส่งไปตรวจสอบเปรียบเทียบกับขนเพชรที่เก็บได้บนเตียงนอน และตรวจสอบคราบเลือดที่พบบนเตียงว่าใช่ของด.ญ.วนิตา หรือไม่ เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันหาตัวคนร้ายตัวจริงอีกครั้งหนึ่ง
                        ผลการตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ได้ออกมาว่า สาเหตุการเสียชีวิตของด.ญ.วนิตา เนื่องมาจากการจมน้ำ ส่วนคราบเลือดที่ตรวจพบบนเตียงนอนนั้น เป็นคราบเลือดของด.ญ.วนิตา อย่างแน่นอน ขนเพชรของผู้ต้องสงสัยทั้งสามที่ส่งไปตรวจสอบเปรียบเทียบกับของคนร้ายที่ตกอยู่บนเตียงนอนนั้น ปรากฏว่าตรงกับของนายเก้าเพียงคนเดียวเท่านั้น โดยอีกสองคนไม่มีส่วนใกล้เคียงแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหาพรากผู้เยาว์ ข่มขืนกระทำชำเรา ฆ่าและซ่อนเร้นศพต่อนายเก้า และได้ขออำนาจศาลฝ
ากขังนายเก้าไว้ที่เรือนจำจังหวัดนครปฐม พร้อมกับรวบรวมสำนวนการสอบสวนและพยานหลักฐานต่างๆ ส่งมอบให้อัยการเพื่อฟ้องร้องดำเนินคดีนายเก้า ต่อศาลจังหวัดนครปฐม

                        ผลการพิจารณาของศาลชั้นต้น เชื่อว่านายเก้ากระทำผิดจริงตามฟ้อง เนื่องจากเป็นไปไม่ได้ที่คนที่มีสติดีโดยทั่วไป เมื่อไปพบศพคนนอนตายอยู่ในสภาพเช่นนั้น ยังจะมีอารมณ์ใคร่และสามารถชำเราศพได้อีก ทั้งที่รู้ว่าเป็นศพที่ถูกฆ่าตายมาก่อนแล้ว นอกจากตนเองจะเป็นผู้ลงมือฆ่าเองเท่านั้น จึงพิพากษาให้ลงโทษขั้นสูงสุดคือประหารชีวิต และได้ส่งตัว ข.ช.เก้ามาคุมขังที่เรือนจำกลางบางขวาง


                        ข.ช.เก้าได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลเพื่อขอลดหย่อนโทษ ผลการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ได้ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้น  ข.ช.เก้าได้ยื่นฎีกาต่อศาลเพื่อขอลดหย่อนโทษอีก ผลการพิจารณาของศาลฎีกาได้ตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์และฎีกา เป็นนักโทษเด็ดขาดรอการประหารชีวิต น.ช.เก้าได้ทำหนังสือถวายฎีกาทูลเกล้าฯขอพระราชทานอภัยโทษตามสิทธิ์ และรอผลการพิจารณาอยู่ที่หมวดควบคุมนักโทษประหารแดน 1
                       วันจันทร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ.2542 หลังจากที่ข้าพเจ้าได้รับแจ้งอย่างเป็นความลับว่า จะมีการประหารชีวิตนักโทษเด็ดขาดจำนวน 3 ราย ข้าพเจ้าจึงไปจัดเตรียมสิ่งของที่จะต้องใช้ในการดำเนินการประหารชีวิต ทำการสวดมนต์ไหว้พระ บูชาท้าวเวชสุวรรณตามความเชื่อของข้าพเจ้า พร้อมกับทำจิตใจให้สงบ รอเวลาเบิกตัวนักโทษประหารทั้งสามมาดำเนินการต่อไป
                        เวลา 16.10 น. ข้าพเจ้าได้รับแจ้งรายชื่อนักโทษทั้ง 3 ราย ที่จะต้องไปเบิกตัวมาเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนการประหารชีวิต และได้จัดแบ่งหน้าที่ในการดูแลนักโทษประหารทั้งสาม โดยข้าพเจ้ารับหน้าที่ดูแล น.ช.เก้า พร้อมกับพี่เลี้ยงอีก 1 นาย แล้วทั้งหมดได้เข้าไปทำการเบิกตัวนักโทษทั้งสามที่หมวดควบคุมนักโทษประหารแดน 1
                       เมื่อเจ้าหน้าที่ประจำตึกขังไขกุญแจเปิดประตู นักโทษประหารที่อยู่ตามห้องขังต่างเงียบเสียงลงทันที ข้าพเจ้าและพี่เลี้ยงทั้งหมดเดินเข้าไปภายใน มีนักโทษรายหนึ่งถามว่า หัวหน้าครับ วันนี้ประหารหลายคนหรือครับ เห็นมากันเยอะไปหมดข้าพเจ้าตอบว่า สามคน แต่รับรองว่าไม่มีห้องนี้แน่นอนนักโทษรายนั้นจึงถอนหายใจโล่งอก ข้าพเจ้าไปหยุดยืนที่หน้าห้องขัง น.ช.เก้า  เห็นน.ช.เก้า นั่งอยู่ในวงหมากรุกซึ่งเล่นกันอย่างซังกะตาย โดยคนทั้งหมดพยายามไม่เหลือบมองมาที่ข้าพเจ้า แต่รู้แน่แล้วว่าคนใดคนหนึ่งภายในห้องนี้ จะต้องถูกเรียกชื่อให้ออกไปอย่างไม่มีวันได้กลับมาที่ห้องนี้อีกเลย 
เมื่อเจ้าหน้าที่ประจำตึกไขกุญแจห้องขัง ข้าพเจ้าได้ขานชื่อขึ้นทันที เก้า ปั้นหยัด ใส่เสื้อแล้วออกมานี่เดี๋ยวนี้ข้าพเจ้าเห็นน.ช.เก้าสะดุ้งเฮือกขึ้นมาทันที พร้อมกับส่ายหัวไปมา วงหมากรุกได้ล้มกระดานลง เพื่อนนักโทษด้วยกันยกมือขึ้นตบไหล่ น.ช.เก้า ไปที่ชอบโว้ยเพื่อนพร้อมกับมีคนส่งเสื้อให้น.ช.เก้า สวม น.ช.เก้าลุกขึ้นยืนพร้อมกับยกมือไหว้ไปรอบห้อง ลาก่อนทุกคนมีเสียงตอบมาว่า นึกถึงพระไว้เพื่อน แล้วจะตามไปทีหลังฯลฯ 
                      เมื่อออกมาพ้นประตูห้อง ข้าพเจ้าได้สวมกุญแจมือน.ช.เก้า และทำการตรวจค้นตัว แล้วนำตัวออกจากตึกขังไปที่หมวดผู้ช่วยเหลือฯทันที น.ช.เก้าได้พูดกับข้าพเจ้า ผมนึกไว้แล้วว่าจะต้องถึงคิวผมจนได้ ไม่น่าหาเรื่องใส่ตัวเลยผม เพราะยาม้าแท้ๆเลย” (สมัยที่น.ช.เก้าถูกจับยังไม่เปลี่ยนชื่อเป็นยาบ้า) ข้าพเจ้าถามไปว่า เกี่ยวข้องกับยาม้าตรงไหน ของเก้าเป็นคดีข่มขืนฆ่าไม่ใช่หรือน.ช.เก้า ใช่ครับคดีข่มขืน แต่ก่อนเกิดเหตุผมเสพยาม้าเข้าไปจนเมา แล้วผมจึงไปก่อเรื่องขึ้นมา มีหลายคนครับที่ติดคุกเพราะต้นเหตุมาจากยาเสพติดพร้อมกับร้องขอบุหรี่สูบหนึ่งมวน 
                        ที่หมวดผู้ช่วยเหลือฯ เจ้าหน้าที่จากกองทะเบียนประวัติอาชญากร และฝ่ายทะเบียนประวัติผู้ต้องขังได้มารออยู่ก่อนแล้ว เมื่อนำนักโทษประหารทั้งหมดไปถึง เจ้าหน้าที่ได้แยกย้ายกันพิมพ์ลายนิ้วมือนักโทษทั้งสาม ผู้อำนวยการส่วนควบคุมได้สั่งให้ข้าพเจ้าไขกุญแจมือให้นักโทษทั้งหมด แต่ปรากฏว่ากุญแจมือที่ข้าพเจ้าสวมใส่ให้ น.ช.เก้า สามารถไขออกได้เพียงข้างเดียวเท่านั้น ส่วนอีกข้างนั้นได้ช่วยกันไขอย่างไรก็ไขไม่ออก จึงต้องปล่อยห้อยไว้อย่างนั้น ซึ่งกุญแจมือดังกล่าวเป็นกุญแจมือส่วนตัวของข้าพเจ้า และเป็นกุญแจมือคู่เดียวกับที่ใช้ใส่ น.ช.พันธุ์ขณะที่ทำการประหารชีวิต
                      ขณะที่สารวัตรโกมลกำลังพิมพ์ลายนิ้วมือให้น.ช.เก้า ได้ถาม น.ช.เก้าว่า คุณเก้าคุณข่มขืนแล้วฆ่าหรือฆ่าแล้วข่มขืนน.ช.เก้าตอบว่า ผมฆ่าก่อนครับแล้วข่มขืนทีหลังข้าพเจ้าถามว่า แล้วทำได้ลงหรือ ในเมื่อเห็นอยู่ชัดๆว่าได้ฆ่าตายไปแล้วน.ช.เก้าตอบว่า ตอนนั้นผมเมาไปหน่อยครับ เล่นยาม้าเข้าไปจนลืมตัว ยาเสพติดเป็นต้นเหตุของความชั่วทุกเรื่อง ยามเมาทำอะไรไปก็ได้ทั้งนั้น แต่พอหายเมาแล้วมารู้ตัวว่าได้ทำผิดไป มันก็สายเกินไปซะแล้ว
                      หลังจากพิมพ์ลายนิ้วมือนักโทษประหารทั้งหมดเสร็จ เวรผู้ใหญ่ได้เข้ามาอ่านคำสั่งจากสำนักนายกรัฐมนตรีให้ฟังทีละคน เนื่องจากเป็นคนละคดีกัน แล้วได้ให้ทำพินัยกรรมและเขียนจดหมายถึงญาติตามสะดวก ซึ่งน.ช.เก้าได้เขียนถึงพ่อและแม่มีใจความว่า เมื่อพ่อและแม่ได้รับจดหมายฉบับนี้ ลูกคงได้จากโลกนี้ไปแล้ว ลูกก่อกรรมกับเขาไว้ก่อน จึงต้องมาชดใช้กรรมคืนให้เขา พ่อแม่ไม่ต้องเสียใจ เมื่อลูกเป็นคนไม่ดีก็ต้องมาตายอย่างนี้ ขอให้พ่อแม่โชคดีมีความสุข และช่วยเตือนคนอื่นด้วย อย่าให้ทำผิดแบบลูกและให้ดูลูกเป็นตัวอย่างไว้เสร็จแล้วจึงช่วยกันยกอาหารมื้อสุดท้ายมาให้นักโทษทั้งสามกิน แต่น.ช.เก้า ขอดื่มน้ำอัดลมและสูบบุหรี่เท่านั้น ข้าพเจ้าถามว่า เก้าอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมน.ช.เก้าตอบว่า หัวหน้าช่วยทำบุญให้ผมบ้างนะครับ เอาแกงอะไรก็ได้ที่เป็นไทยๆหน่อยผมชอบเผ็ดๆ” 
                       จากนั้นได้นำทั้งหมดไปฟังเทศนาธรรมจากพระสงฆ์ที่ได้นิมนต์มา ซึ่งทุกคนต่างตั้งใจฟังอย่างสงบ เสร็จแล้วได้ให้น.ช.เก้าและน.ช.อุทัยนั่งรออยู่ที่หมวดผู้ช่วยเหลือฯ ส่วนข้าพเจ้านำ น.ช.วาดไปทำการประหารชีวิตก่อน เสร็จแล้วได้แจ้งให้พี่เลี้ยงที่มาเสริมกำลัง นำ น.ช.เก้าไปส่งที่ศาลาเย็นใจ โดยข้าพเจ้ารอรับตัวอยู่ที่ศาลาแห่งนี้
                       เมื่อมาถึงได้ให้น.ช.เก้านั่งที่เก้าอี้ขาว ข้าพเจ้าส่งดอกไม้ธูปเทียนให้ พี่เลี้ยงอีกนายทำการผูกตา แล้วจึงช่วยกันประคองตัวเข้าสู่ห้องประหาร โดยนำ น.ช.เก้าเข้าทำการประหารที่หลักที่สอง เมื่อผูกมัดตัวเสร็จ ทำการตั้งเป้าตาวัว เอาทรายแห้งโรยรอบหลักแล้ว ข้าพเจ้าได้ทำการขอ อโหสิกรรมต่อน.ช.เก้าอีกครั้ง แล้วจึงแจ้งให้หัวหน้าชุดประหารทราบ
                      พลเล็งปืนได้ทำการบรรจุกระสุน และทำการตั้งศูนย์ปืนให้ตรงกับเป้าตาวัว เพชฌฆาตมือสองได้เข้าตรวจดูศูนย์ปืนอีกครั้ง เมื่อพร้อมแล้วธงแดงได้สะบัดลง ปัง ปังๆๆๆๆๆๆเสียงปืนได้ดังออกมาเป็นชุด โดยใช้กระสุนสำหรับ น.ช.เก้า 8 นัด ทำการประหารเมื่อเวลา 18.05 น. เพชฌฆาตมือสองเป็นผู้ทำการประหาร 
                      เมื่อเสียงปืนสงบ ข้าพเจ้าได้ยินเสียงร้องโอดโอยมาจากหลักประหาร โอยเจ็บเหลือเกิน โอย ครืดครอกครืด โอยข้าพเจ้าเข้าไปตรวจดูที่หลักประหารทันที ปรากฏว่า น.ช.เก้าสะบัดหัวไปมาพร้อมกับส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด โอย เจ็บ โอย โอย ครืดครอก ข้าพเจ้าจึงแจ้งให้หัวหน้าชุดประหารทราบ เพชฌฆาตมือสองเข้าประจำตำแหน่ง ธงแดงได้สะบัดลงอีกครั้ง ปัง ปังๆๆๆเสียงปืนดังขึ้นอีก 5 นัด รวมกระสุนที่ใช้ในการประหารน.ช.เก้าทั้งสิ้น 13 นัด หลังเสียงปืนสงบเสียงน.ช.เก้าได้เงียบหายไป 
                          เมื่อครบ 3 นาที ข้าพเจ้าและแพทย์ได้เข้าไปตรวจดูที่หลักประหารอีกครั้ง พบว่าน.ช.เก้าได้สิ้นใจไปแล้ว จึงแจ้งให้หัวหน้าชุดประหารทราบ พร้อมกับนำร่าง น.ช.เก้าลงจากหลักประหาร แล้วนำร่าง น.ช.เก้าไปเก็บไว้ในห้องเล็ก เสร็จแล้วได้แจ้งให้พี่เลี้ยงที่มาเสริมกำลังนำ น.ช.อุทัยเข้ามาทำการประหารเป็นรายต่อไป
                         หลังจากได้ทำการประหารชีวิตนักโทษทั้ง 3 รายเสร็จเรียบร้อยแล้ว ข้าพเจ้าได้ทดลองไขกุญแจมือข้างที่ไขไม่ออกอีกครั้ง ปรากฏว่าสามารถไขออกได้อย่างง่ายดายในทันที จนกระทั่งบัดนี้ข้าพเจ้าก็ยังไม่ทราบว่า เพราะเหตุใดถึงไม่สามารถไขกุญแจมือออกได้ในช่วงเวลาก่อนการประหาร 
                        ขอให้ด.ญ.วนิตา บุญส่ง จงสู่สุคติ และสิ้นเวรกรรมต่อนายเก้า ปั้นหยัด ซึ่งได้ชดใช้กรรมให้ไปแล้ว 
                        ขออโหสิกรรมต่อนายเก้า ปั้นหยัด ซึ่งข้าพเจ้าและเจ้าหน้าที่ทุกนาย ได้กระทำตามหน้าที่
                       ขอชมเชยพลเมืองดีที่ช่วยแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ จนพบตัวคนร้ายในที่เกิดเหตุ ก่อนที่จะหลบหนีไปได้
                       ขอชมเชยมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์ ที่มีความเสียสละต่อส่วนรวม โดยช่วยกันงมหาร่างของด.ญ.วนิตา บุญส่ง แม้จะไม่พบก็ตาม 
                       ขอชมเชยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ.เมืองนครปฐม ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจัง เมื่อได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านแล้ว ก็ได้รีบไปตรวจสอบจุดต้องสงสัยทันที จนสามารถจับกุมคนร้ายได้อย่างทันท่วงที มา ณ ที่นี้