หน้าแรก » รายงานพิเศษ » ประจวบคีรีขันธ์ -ถนนสู้ศึก จากประวัติศาสตร์ สู่ถนนสายท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ริมชายหาดเมืองสามอ่าว

ประจวบคีรีขันธ์ -ถนนสู้ศึก จากประวัติศาสตร์ สู่ถนนสายท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ริมชายหาดเมืองสามอ่าว

โพสต์โดย : tin เมื่อ 27 พ.ค. 2560 23:30:30 น. เข้าชม 1501 ครั้ง แจ้งลบ

รายงานพิเศษ...เจริญ อาจประดิษฐ์ - เอกภพ วงษ์ประเสริฐ
ถนนสู้ศึก จากประวัติศาสตร์ สู่ถนนสายท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ริมชายหาดเมืองสามอ่าว  
     ประเทศไทยมีมรดกทางวัฒนธรรมที่มีความหลากหลายกันไปในแต่ละภูมิภาคและถือว่าเป็นต้นทุนทางสังคมวัฒนธรรมของประเทศชาติที่มีคุณค่ายิ่ง ควรค่าแก่การส่งเสริมและการอนุรักษ์ฟื้นฟู  รวมไปถึงการพัฒนาต่อยอดให้เกิดคุณค่าทางสังคมและจิตใจและเพิ่มมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคมของชาติ  กระแสหลักและทิศทางของการพัฒนาในปัจจุบันจึงมุ่งเน้นที่จะส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนในด้านสังคมวัฒนธรรม  ให้คงคุณค่าและสอดคล้องกับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์  สร้างความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ให้แก่ชุมชน 
     เมืองประจวบคีรีขันธ์ นับว่าเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา สมัยสงครามเก้าทัพ ยุคขุนรองปลัดชู แม่ทัพที่รบจนตัวตายเป็นคนสุดท้ายที่บ้านหว้าขาว มาจนถึงสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ที่ญี่ปุ่นจำนวน 3 กองพัน ยกพลขึ้นบก ณ อ่าวมะนาว กองบิน 5 ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2484 ใช้เวลากว่า 36 ชั่วโมง ก็ยังไม่สามารถยกพลขึ้นบกได้ เนื่องจากถูกต่อสู้จากทหารอากาศและประชาชนชาวประจวบรวมทั้งเด็กนักเรียนลูกเสือ จนกระทั่งจอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศให้สงบศึก จึงทำให้ดินแดนแห่งนี้กลายเป็นดินแดนประวัติศาสตร์ 
     ถนนสายต่างๆในเขตเทศบาลเมือง จึงถูกตั้งชื่อขึ้นเพื่อเทิดเกียรติวีรชนผู้กล้า และชาวประจวบ ที่สละชีวิตเพื่อชาติ เช่นถนนสุขใจ ถนนมหาราช ถนนพิทักชาติ ถนสละชีพ และที่สำคัญถนนคู่ขนานใกล้ชายหาดเรียกว่า ถนนสู้ศึก ที่เป็นแนวต้านทัพญี่ปุ่นไม่ให้ยกพลขึ้นบก ยาวตั้งแต่ริมเขาช่องกระจกไปจรดประตูกองบิน 5 ระยะทางประมาณ 1.5 กม. 
     ปัจจุบันสภาพบ้านเรือน ยังคงมองเห็นสภาพบ้านไม้เก่าแก่ ที่ตกทอดกันมารุ่นสู่รุ่น และได้กลายเป็นสิ่งคู่บ้านคู่เมืองควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้ คนในชุมชนมีจิตสำนึกอนุรักษ์บ้านเก่าอย่างเหนียวแน่น ซึ่งบ้านพักอาศัย  ส่วนใหญ่จะมีลักษณะเรือนไม้ทรงโบราณ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ที่มีพื้นที่ติดชายทะเลเป็นมรดกของบรรพบุรุษแต่ดั้งเดิม วิถีชีวิตของประชาชน  ดำรงชีวิตแบบเรียบง่าย  ส่วนใหญ่ทำอาชีพประมง  และค้าขาย มีวัฒนธรรมการกิน  ที่มีลักษณะเฉพาะท้องถิ่น  เช่น  การปรุงอาหารจากปลาที่จับได้จากเรือเล็ก  เช่น  อาหารสำหรับกินเล่น  ชื่อ  จับหลัก (ลักษณะห่อหมกปลาทะเลที่นำมาปั้นติดกับไม้  แล้วนำไปย่าง)  แกงเหม็ง (แกงกะลามะพร้าวอ่อน)   
     นางจำลอง  พรมแดง ผู้นำชุมชนหัวบ้าน กล่าวว่า   ถนนสู้ศึกเส้นนี้ เป็นถนนสายวัฒนธรรมสร้างความภาคภูมิใจ ให้กับคนในชุมชน  สะท้อนความเป็นอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชุมชนได้อย่างชัดเจน  เป็น
      ถนนเชิงประวัติศาสตร์  มีศาลหลักเมืองดั้งเดิมของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปัจจุบันชาวประจวบฯ  และชาวบ้านในชุมชนหัวบ้านยังคงให้ความเคารพนับถือ  มีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจคือ หลวงพ่อเปี่ยม  วัดเกาะหลักที่ศักดิ์สิทธิ์ ชาวบ้านส่วใหญ่ใช้ชีวิตอยู่บนถนนสู้ศึก  ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านการออกเรือเล็ก  ได้ปลาสดไว้กินและจำหน่าย  แปรรูปปลาเค็มตากแห้ง  หมึกแดดเดียว  หมึกแห้งเป็นสินค้าของฝากที่ปลอดภัย  ราคาถูก  รสชาติอร่อย 
    ผู้นำชุมชนหัวบ้าน กล่าวอีกว่า ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมบ้านเก่าที่อยู่บนถนนสู้ศึกกันมากยิ่งขึ้น จึงเกิดการประกอบอาชีพกิจการเกี่ยวกับการท่องเที่ยว  ได้แก่  ร้านให้เช่ารถจักรยาน  รถจักรยานยนตร์  เพื่อชมวิวทิวทัศน์ของทะเลอ่าวประจวบ อ่าวมะนาว อ่าวน้อย  ซึ่งเป็นพื้นที่ยอดนิยม รวมทั้งรับประทานอาหารทะเลสด  ราคาถูก   เป็นพื้นที่ที่มีความสวยงามทางวัฒนธรรม  เช่น  มีชายทะเลและชายหาดที่เหมาะการพักผ่อนรวมทั้งมองเห็นเขาช่องกระจกที่ถือเป็น UNSEEN ของประเทศไทย  ณ   จุดบริเวณชายหาดตลอดจนเสน่ห์ของถนนสายนี้ คือ  ประชาชนดำรงชีวิตอย่างพอเพียง  สงบ  และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  และนักท่องเที่ยว 
     มีสินค้าและบริการทางวัฒนธรรม  และกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่างๆ ได้แก่นวดแผนไทยถักเสื้อด้วยมือการทำบายศรี  การทำพวงมะโหดเพื่อใช้ในประเพณีต่างๆ  ของท้องถิ่น การสานปลาตะเพียนด้วยกระดาษสินค้าลดโลกร้อน  ได้แก่  การผลิตหมวกจากวัสดุเหลือใช้  เช่น  ถุงน้ำยาซักผ้า  ถุงน้ำยาปรับผ้านุ่ม  ถุงผงซักฟอก  กล่องน้ำผลไม้  กล่องนมร้านจำหน่ายกาแฟโบราณและร้านกาแฟสด กิจกรรมรำวงมาตรฐานเพื่อสืบสานวัฒนธรรมไทยกิจกรรมกลองยาวของเยาวชนในชุมชนหัวบ้าน กอปรกับภูมิทัศน์ที่กลมกลืนกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมเนื่องด้วยถนนสู้ศึกเป็นพื้นที่ติดทะเล  ถนนสู้ศึกจึงมีความพร้อมแล้วที่จะเป็นถนนสายวัฒนธรรมแห่งแรกของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  และพี่น้องชุมชนหัวบ้านก็พร้อมแล้วที่จะเป็นเจ้าบ้านที่ดี ยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มายังถนนสู้ศึก 
     นายชาญวิทย์อุณหสุทธิยานนท์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดประจวบ ฯ กล่าวว่า ประจวบคีรีขันธ์ เป็นเมืองท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ สภาวัฒนธรรมจึงจัดงานบนถนนสายท่องเที่ยววิถีไทย ใจเป็นสุข ชื่องานมหกรรมวัฒนธรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ครั้งที่ 1ตอน  บวรสืบสานพระราชปณิธานตามรอยอัครศิลปิน“ถนนสายวัฒนธรรมสู้ศึก คึกคัก”  เพื่อการส่งเสริม  สืบสาน  ถ่ายทอด  อนุรักษ์ฟื้นฟูวัฒนธรรมและภูมิปัญญา  ด้วยการใช้มรดกทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น  เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เห็นถึงความเป็นเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ วัฒนธรรม ประเพณี  เปิดพื้นที่สาธารณะให้เยาวชนและประชาชนได้มีโอกาสแสดงสร้างสรรค์  จะก่อให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ทางมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชุมชน สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ  ซึ่งมีพิธีเปิดถนนสายวัฒนธรรมสู้ศึก คึกคัก ในวันที่ 3 มิถุนายน 2560  บนถนนสู้ศึก และ จะมีการจัดกิจกรรมทุกวันเสาร์ และอาทิตย์แรกของทุกเดือนตลอดไป   
      นายสมพร ยะโสธรรองนายกเทศมนตรี รักษาราชการแทนนายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์  กล่าวว่า เทศบาลเมืองประจวบ ฯ และชาวชุมชนหัวบ้านพยายามที่จะให้เกิดถนนสายวัฒนธรรมอยู่หลายครั้งจนมาถึงวันนี้จึงเกิดความสำเร็จ โดยจะพัฒนาถนนเส้นนี้ให้เป็นถนนที่สะท้อนถึงความเป็นวิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณีเห็นถึงความเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนหัวบ้านรวมทั้งชุมชนอื่นๆ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของเมืองประจวบคีรีขันธ์   เพื่อให้เด็ก และเยาวชน  เกิดการอนุรักษ์ หวงแหนในถิ่นฐานบ้านเกิด สร้างคุณค่าให้เกิดมูลค่าแก่ชุมชน  อันจะส่งผลต่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักเมืองประจวบคีรีขันธ์ยิ่งขึ้น  
       นายทวี นริสศิริกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดฯ  ได้เล็งเห็นว่า ถนนสู้ศึกเป็นเส้นทางประวัติศาสตร์ อีกทั้งประชาชนมีความเข็มแข็ง จึงได้สนับสนุนการจัดกิจกรรมถนนสายท่องเที่ยววิถีไทย เพื่อมุ่งเน้นการสร้างกระแสการพัฒนาชุมชนยั่งยืนด้วยมิติทางวัฒนธรรม ให้ชุมชนท้องถิ่นผู้เป็นเจ้าของพื้นที่ เกิดความตื่นตัวในการมีส่วนร่วมในการจัดทรัพยากรทางวัฒนธรรมภูมิปัญญาดั้งเดิม  และเกิดจิตสำนึกและมีความภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมในท้องถิ่นของตน   อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมรายได้และธุรกิจท้องถิ่นให้เพิ่มขึ้น  ด้วยการเปิดพื้นที่ทางวัฒนธรรม  วิถีท้องถิ่นในการดำเนินชีวิตบนบถนนสายท่องเที่ยววิถีไทย เพื่อให้เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตของชุมชน  ให้เป็นเมืองที่มีถนน “เดินได้” และพัฒนาต่อให้เป็นเมืองที่เดินดีเพื่อสุขภาพในบริบทแบบไทยๆ  ตลอดจนเป็นการส่งเสริมให้เกิดพื้นที่ทางวัฒนธรรมให้แก่ชุมชนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ  
       เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของนักท่องเที่ยว ที่ชอบชมวิถีชีวิตแบบไทยๆ สามารถเดินทางไปเที่ยวชมกันได้ตั้งแต่บัตินี้เป็นต้นไป  และเชื่อว่า ถนนสายวัฒนธรรมสู้ศึก จะคึกคักจากมรดกทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นที่บ่งถึงความเป็นเอกลักษณ์ วัฒนธรรมประเพณีของชุมชน หากไปร่วมพิธีแต่งกายย้อนยุคไปร่วม เปิดถนนสายวัฒนธรรมสู้ศึก ในวันที่ 3 มิถุนายน 2560  หากไม่ไปครั้งนี้ ทุกวันเสาร์ และอาทิตย์แรกของทุกเดือนจะมีการจัดกิจกรรมเช่นกัน  ส่วนวันธรรมดาเดินชมหรือเช่าจักรยานปั่นชมความงามบ้านเก่าและทัศนียภาพเมืองสามอ่าวได้  
        นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงเดินไปเที่ยวชมได้เช่น ศาลหลักเมืองประจวบที่สวยงาม เขาช่องกระจก สะพานสราญวิถีกลางอ่าวประจวบ อ่าวมะนาว กองบิน 5 วันเดียวก็เที่ยวได้ ส่วนที่พักริมชายหาด มีหลายแห่ง หรือในตัวเมืองมีให้เลือกหลายหลายราคาไม่แพง