หน้าแรก » ตีกลองร้องทุกข์ » กาญจนบุรี-ร้องศูนย์ดำรงธรรมกาญจน์ผู้ประกอบการดูดทรายกระทำผิดกฏหมายทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน

กาญจนบุรี-ร้องศูนย์ดำรงธรรมกาญจน์ผู้ประกอบการดูดทรายกระทำผิดกฏหมายทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน

โพสต์โดย : Puk-nation เมื่อ 12 มิ.ย. 2560 20:45:22 น. เข้าชม 211 ครั้ง แจ้งลบ

ภาพข่าว-มานพ บุตรเนียม 
ชาวบ้านร้องศูนย์ดำรงธรรมกาญจน์ผู้ประกอบการดูดทรายกระทำผิดกฏหมายทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน
        วันนี้(12 มิ.ย.60 ) เวลา 13.00 น.ผู้สื่อข่าวได้รับทราบข่าวจากศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาญจนบุรีว่า ได้มีชาวบ้านหมู่ 7 ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี ได้ทำหนังสือร้องเรียนจากชาวบ้านที่ประกอบอาชีพทำไร่และรับจ้างได้รับความเดือดร้อนมีความประสงค์ร้องขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับผู้ประกอบการบ่อทรายกระทำผิดกฎหมายทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนดังนี้ 1.ผู้ประกอบการไม่เว้นแนวเขตที่ติดต่อกัน เช่น ทางสาธารณะประโยชน์ ขุดดินมากั้นเป็นแนวเขตของบ่อทราย โดยไม่ให้ผู้อื่นเห็นการกระทำของบ่อทรายและดูดทรายติดกับถนนหรือทางสาธารณะในเวลากลางคืนทำให้ถนนเกิดทรุดตัว และพังทลายลง 2.ผู้ประกอบการบ่อทรายดูดทรายในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งจัดให้ชาวบ้านใช้ประโยชน์ 3.มีการขุดทำลายทางสาธารณะประโยชน์ดั้งเดิมและดูดทรายไปขาย และ 4.เมื่อถึงฤดูแล้งไม่เอาน้ำมาราดถนนทำให้ถนนเกิดฝุ่นละอองกระเด็นเข้าตาผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซด์จนเกิดอุบัติเหตุเป็นประจำ
       หลังจากได้รับหนังสือร้องเรียนจากชาวบ้าน หมู่ 7 ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี เจ้าหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาญจนบุรีได้แจ้งและประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาญจนบุรี, เจ้าหน้าที่อำเภอพนมทวน,  อุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรี, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พนมทวน และเจ้าหน้าที่ทหาร รส.ที่.2 ส.พัน.9 จากกองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ กาญจนบุรี เพื่อร่วมหารือแนวทางการปฏิบัติพร้อมกับเดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวตามที่ได้รับหนังสือร้องเรียนดังกล่าว
      และเมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงตำบลหนองสาหร่ายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เดินทางเข้ายังห้องประชุมเทศบาลตำบลหนองสาหร่าย อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี เสร็จแล้วคณะเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปยังบริเวณที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบว่า ทางผู้ประกอบการบ่อทรายได้นำดินมาถมยังบริเวณพื้นที่ถนนรริมตะลิ่งที่ทรุดตัวและพังเพื่อเป็นการป้องกันน้ำเซาะตะลิ่งไม่ให้ตะลิ่งพัง 
       ต่อจากนั้นหลังจากคณะเจ้าหน้าได้ลงพื้นที่เสร็จก็ได้ปรึกษาหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาข้อสรุปในอีก 7 วัน เสร็จแล้วคณะเจ้าหน้าที่ดังกล่าวจึงเดินทางกลับ