หน้าแรก » ภูมิภาค » ประจวบคีรีขันธ์-หลายฝ่ายร่วมตรวจสอบ ซากกระทิงตายในป่ากุยบุรีสัตวแพทย์ชี้ ตายเพราะเจ็บจากการต่อสู้และอายุมาก

ประจวบคีรีขันธ์-หลายฝ่ายร่วมตรวจสอบ ซากกระทิงตายในป่ากุยบุรีสัตวแพทย์ชี้ ตายเพราะเจ็บจากการต่อสู้และอายุมาก

โพสต์โดย : ice เมื่อ 15 ก.ค. 2560 22:43:53 น. เข้าชม 81 ครั้ง แจ้งลบ

ภาพ/ข่าว พันธุ์พงษ์ โพธิ์จินดา / ศิริชัย จับใจ
หลายฝ่ายร่วมตรวจสอบ ซากกระทิงตายในป่ากุยบุรีสัตวแพทย์ชี้ ตายเพราะเจ็บจากการต่อสู้และอายุมาก
            เมื่อเวลา 17.00 น.วันนี้ (15 กรกฎาคม 2560) นายกาญจนพันธ์ คำแหง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ได้รับแจ้งจากชุดสายตรวจร่วมอุทยานและเจ้าหน้าที่ทหาร พบซากวัวกระทิงตัวใหญ่ นอนตายอยู่ในป่า  หมู่ที่ 7 บ้านรวมไทย ตำบลหาดขาม อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงพร้อมด้วย นายทัศนะ ศรีวิลาศ หัวหน้าโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่า บริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (โครงการกุญชร) ร้อยโทเสน่ห์ เมืองถาวร หัวหน้าชุดประสานงานโครงการพระราชดำริบ้านรวมไทย นายจามร ศักดินันท์ นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสมยศ ปราณอุดมรัตน์ ปศุสัตว์อำเภอกุยบุรี  นายภาณุ ชาญประโคน ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง อำเภอกุยบุรี พันตำรวจโทหญิง สุชาดา กัวหา รองผู้กำกับการศูนย์พิสูจน์หลักฐาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พันตำรวจโทสมบูรณ์ มั่นคง รองผู้กำกับปราบปราม สภ.บ้านยางชุม ร้อยตำรวจเอก สมบัติ สำเรียนรัมย์ พนักงานสอบสวน สภ.ยางชุม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมเดินทางไปตรวจสอบ 
            ที่เกิดเหตุอยู่ในเขตรอยต่อระหว่างอุทยานแห่งชาติป่ากุยบุรี กับ พื้นที่โครงการกุญชร โดยห่างจากที่ทำการโครงการกุญชร 300 เมตร พบซากกระทิงขนาดใหญ่ เพศผู้ น้ำหนักตัวประมาณ 1,000 กิโลกรัม นอนเสียชีวิตลักษณะตะแคงด้านขวา เริ่มส่งกลิ่นเหม็น คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 5-7 วัน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้ใช้เครื่องสแกนตรวจหาวัตถุ ตามลำตัวศีรษะ ลำตัว ขา และรอบๆบริเวณที่เกิดเหตุ แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติหรือวัตถุ จึงได้เก็บตัวอย่างดิน หญ้า และ น้ำบริเวณที่เกิดเหตุเพื่อนำกลับไปตรวจสอบอย่างระเอียดอีกครั้ง
            โดยนายสัตวแพทย์ จามร  ได้ทำการตรวจสอบตามร่างกายอย่างละเอียด คาดว่ากระทิงตัวดังกล่าวมีอายุประมาณ 18-20 ปี  ที่บริเวณมีผิวหนังใต้รักแร้ด้านซ้าย มีรอยแผลฉีกขาด มีลักษณะเป็นแผลตื้นอยู่แค่บริเวณผิวหนังไม่ทะลุเข้าภายใน และไม่มีสิ่งผิดปกติ กลีบเท้าหลังด้านขวาหลุดไป น่าจะเกิดจากการต่อสู้แล้วบาดเจ็บ และบวกกับอายุมาก จึงเสียชีวิตลง สำหรับขั้นตอนต่อไป ได้มอบน้ำยาฆ่าเชื้อให้กับอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ทำการฆ่าเชื้อและฝังกลบกระทิงเพื่อป้องกันเชื้อโรคในบริเวณดังกล่าว