หน้าแรก » รายงานพิเศษ » กาญจนบุรี-ร่วมรำลึกและไว้อาลัยในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์

กาญจนบุรี-ร่วมรำลึกและไว้อาลัยในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์

โพสต์โดย : tin เมื่อ 6 ก.ย. 2560 00:34:58 น. เข้าชม 297 ครั้ง แจ้งลบ

 ภาพ/ข่าว มานพ บุตรเนียม
สกู๊ปข่าวพิเศษ...ร่วมรำลึกและไว้อาลัยในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 กับการแสดง แสง สีเสียง ในงานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแคว จังหวัดกาญจนบุรี ในวันที่ 24 พ.ย.-3 ธ.ค.60
       วันนี้( 5 ก.ย.60 ) เวลา 14.00 น.นายรณชัย จิตรวิเศษ รอง ผวจ.กาญจนบุรี ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวอินทรีสยามเกี่ยวกับการจัดงานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแควและงานกาชาดจังหวัดกาญจนบุรี ประจำปี 2560 แต่ก่อนที่ท่านจะกล่าวถึงการจัดงานดังกล่าวรักษาการพ่อเมืองกาญจน์ได้เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ความสำคัญของจังหวัดกาญจนบุรีก่อนว่า จังหวัดกาญจนบุรีเราถือได้ว่าเป็นเมืองหน้าด่านด้านทิศตะวันตกของประเทศไทยที่มีความสำคัญต่อประเทศชาติมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์สมัยสมัยประวัติศาสตร์จนกระทั่งมาถึงสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ในช่วงของแต่ละสมัยในพื้นที่ของจังหวัดกาญจนบุรี ได้เกิดเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ ขึ้นมาแทบจะทุกสมัยเลยก็ว่าได้ ที่เราเห็นชัดๆก็คือเหตุการณ์ใน " สงครามเก้าทัพ " ซึ่งเป็นสงครามการสู้รบกันระหว่างไทยกับพม่า
         และหลังจากเหตุการณ์ในครั้งประวัติศาสตร์ของชาติไทยได้ผ่านพ้นไป  นายรณชัย จิตวิเศษ รก.ผวจ.กาญจนบุรีเล่าต่อว่า พวกเราเองก็นึกว่ามันจะสงบ แต่กับมาเกิดเหตุการณ์ครั้งสำคัญขึ้นมาอีกครั้งของจังหวัดกาญจนบุรี รวมถึงคนไทยซึ่งมิอาจลืมได้นั้นก็คือ “สงครามโลกครั้งที่ 2” หรือ “สงครามมหาเอเชียบูรพา”
          เช้าตรู่ของวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ.2484 ในขณะที่คนไทยเรากำลังหลับใหลกันอยู่นั้น ทหารกองทัพสมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่นได้ยกพลขึ้นบกอย่างสายฟ้าแลบตลอดชายฝั่งทะเลไทย ตั้งแต่ บางปู จ.สมุทรปราการ  ประ จวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี การรุกล้ำอธิปไตยของทหารญี่ปุ่นในตอนนั้น ทำให้คนไทยต่างต้องลุกขึ้นมาทำการต่อสู้อย่างทรหดกับทหารญี่ปุ่น
           จอมพล ป.พิบูลสงคราม  นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น จึงได้สั่งให้คนไทยที่ออกมาต่อต้านกองกำลังของสมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่น ให้หยุดและยุติการต่อต้านดังกล่าวในทันที ทำให้กองทัพญี่ปุ่นกว่า 5,000 คน เดินทัพเข้ากรุงเทพฯ พร้อมกับกระจายกำลังเข้าคุมจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของกรุงเทพไว้ทุกจุด ร่วมถึงในต่างจังหวัดด้วย
            รักษาการ ผวจ.กาญจนบุรีเล่าต่อว่า ต่อมาในวันที่ 21 ธันวาคม 2484 รัฐบาลไทยจึงได้ลงนามเป็นพันธมิตรกับทหารญี่ปุ่นที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) เมื่อเวลา 10.00 น. โดยกองทัพญี่ปุ่นได้ให้คำมั่นสัญญากับประเทศไทยว่า ทหารญี่ปุ่นจะเคารพเอกราชอธิปไตยและเกียรติยศของประเทศไทย
        การเดินทัพครั้งนี้ของทหารญี่ปุ่นจำเป็นต้องดำเนินการก่อสร้างเส้นทางรถไฟเพื่อใช้ลำเลียงสัมภาระเพื่อมุ่งไปยังประเทศพม่าต่อไปยังอินเดีย โดยกองทัพญี่ปุ่นเริ่มดำเนินการก่อสร้างทางรถไฟตั้งแตเ่ส้นทางหนองปลาดุก อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี การก่อสร้างเส้นทางดังกล่าวจะต้องผ่านจังหวัดกาญจนบุรี
         นายรณชัย จิตรวิเศษ รอง ผวจ.กาญจนบุรีเล่าต่ออีกว่า การก่อสร้างทางรถไฟสายมรณะสายน ี้จึงได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม 2485 มีขนาดรางกว้าง 1 เมตร ยาว 400กิโลเมตร การก่อสร้างทางรถไฟสายมรณะสายนี้ถือได้ว่า เป็นการก่อสร้างทางรถไฟที่ลำบากที่สุดเของกองทัพญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้เพราะต้องผ่านลำน้ำแควใหญ่ ที่ ต.ท่ามะขาม จ.กาญจนบุรี แล้วตัดผ่านลำน้ำแควน้อยย้อนทวนกระแสน้ำข้ามหุบเหวและหน้าผาอันสูงชันผ่านภูเขาสูงในป่าดงดิบที่รกชัฏบริเวณเขตแดนไทยพม่าที่ด่านเจดีย์สามองค์ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เพื่อไปบรรจบกับทางรถไฟในประเทศพม่าที่ญี่ปุ่นได้ สร้างเอาไว้แล้ว. การก่อสร้างสะพานสายมรณะสายนี้วิศวกรญี่ปุ่นคาดว่าจะแล้วเสร็จจะต้องใช้เวลานาน 5-6 ปี ดังนั้นทางกองทัพญี่ปุ่นสั่งให้เสร็จภายใน 1 ปี ทหารญี่ปุ่นจึงต้องเกณฑ์เอาไพร่พลเชลยศึกจากมลายู สิงคโปร์ ชวา และแถบแปซิฟิก ประมาณ 61,700 คน มาทำงานในจำนวนดังกล่าวนี้มีชาวอังกฤษ 30,000 คน ออสเตรเลีย 13,000 คน ชาวฮอลันดา 18,000 คน และชาวอเมริกาอีก 700 คน ยังมีการเกณฑ์แรงงานจากชาติอื่นๆ อีก เช่น ฮ่องกง ไทย อินเดีย อีกประมาณ 1 แสนคน
           การก่อสร้างสะพานสายมรณะเหล่าเชลยศึกต้องสร้างสะพานไม้ระดับต่ำไปทางท้ายน้ำ 100 เมตร การก่อสร้างสะพานแล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ.2486 แต่กระแสน้ำได้พัดสะพานไม้หักล้มพังพินาศ ญี่ปุ่นจึงเปลี่ยนแผนนำชิ้นส่วนสะพานแบบสำเร็จรูปบรรทุกทางเรือมาจากชวา 11 ช่วง วางต่อกันบนตอม่อจนแล้วเสร็จเมื่อเดือนกันยายน 2486 โดยใช้เวลาการก่อสร้างกว่า 7 เดือน ทำให้เหล่าเชลยศึกต้องเสียชีวิตไปอย่างน่าอนาถนับหมื่นคน
           หลังจากที่ญี่ปุ่นได้สร้างสะพานเสร็จก็ถูกกองทัพฝ่ายพันธมิตรได้นำเครื่องบินแบบบี 24 และบี 29 โจมตีอย่างหนักตามเส้นทางรถไฟ ทำให้สะพานช่วงที่ 4-6 ขาดจากกัน 3 ช่วงหลังจากนั้นทหารฝ่ายพันธมิตรได้ทิ้งระเบิดค่ายทหารญี่ปุ่นที่จังหวัดกาญจนบุรี ทำให้บ้านเรือนเกิดเพลิงไหม้ ทำให้เสียหายมาก จุดจบของสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้จบลงเมื่อทหารฝ่ายพันธมิตรได้ใช้เครื่องบินเอโนลาเกของสหรัฐอเมริกาจากฐานทัพทิเนียนบรรทุกระเบิดปรมาณูบินด้วยความสูง 9,600 เมตร ไปทิ้งที่กลางเมืองฮิโรชิมาทำให้บ้านเรือนกว่า 50,000 หลังคาเรือนพังพินาศในพริบตาเดียว มีผู้เสียชีวิตกว่า 1 แสนราย ต่อมาก็นำเอาระเบิดปรมาณูลูกที่ 2 ไปทิ้งที่เมืองนางาซากิราบเป็นแห่งที่สอง ทำให้สมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่นประกาศยอมจำนนแก่ฝ่ายพันธมิตรโดยไม่มีเงื่อนไขต่อรองใดๆ ทั้งสิ้น 
          ด้วยเหตุนี้เองสะพานข้ามแม่น้ำแควหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "สะพานสายมรณะ " สายนี้ของ จ.กาญจนบุรี จึงเป็นสะพานสายประวัติศาสตร์ของโลก  นายรณชัย จิตรวิเศษ รอง ผวจ.กาญจนบุรี รักษาการ ผวจ.กาญจนบุรี กล่าวท้ายสุดว่า เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้นทางจังหวัดกาญจนบุรีจึงได้จัดให้มีการแสดง แสง สี เสียงขึ้นเพื่อ จำลองเหตุการณ์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้น ณ บริเวณในการจัดงาน"สัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแควและงานกาชาดจังหวัดกาญจนบุรี ประจำปี 2560 ณ บริเวณสะพานข้ามแม่น่ำแคว ต.ท่ามะขาม อ.เมือง   จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 24 พ.ย. ถึง 3 ธ.ค.60 และเพื่อเป็นการรำลึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น ทางจังหวัดกาญจนบุรีจึงใคร่ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติทุกท่านร่วมกันไว้อาลัยให้แก่ดวงวิญญาณผู้ที่มาเสียชีวิตกับ" การก่อสร้างเส้นทางรถไฟและสะพานสายมรณะ"สายนี้ ในวันดังกล่าวข้างต้น..