หน้าแรก » ภูมิภาค » ประจวบคีรีขันธ์-ครอบครัวสิทธิกิจภูมิใจพ่อเคยรับราชการดูแลเครื่องบินพระที่นั่งหลายพระองค์ตลอดระยะเวลา 16 ปี

ประจวบคีรีขันธ์-ครอบครัวสิทธิกิจภูมิใจพ่อเคยรับราชการดูแลเครื่องบินพระที่นั่งหลายพระองค์ตลอดระยะเวลา 16 ปี

โพสต์โดย : tin เมื่อ 12 ต.ค. 2560 20:37:59 น. เข้าชม 37 ครั้ง แจ้งลบ

ภาพ/ข่าว: เอกภพ วงษ์ประเสริฐ
ครอบครัวสิทธิกิจภูมิใจพ่อเคยรับราชการดูแลเครื่องบินพระที่นั่งหลายพระองค์ตลอดระยะเวลา 16 ปี
         วันที่ 12 ต.ค.60 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่พบปะพูดคุยสอบถามประวัติและความเป็นมาของคุณลุงท่านหนึ่งวัย 83 ปี ที่ร้านกาแฟโอแล่ม ตั้งอยู่เลขที่ 513/4 ม.6 ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นร้านของ พันจ่าอากาศเอก ประสิทธิ์ สิทธิกิจ หรือคุณลุงประสิทธิ์ อดีตหัวหน้านายช่างประจำเครื่องบินพระที่นั่งในทุกๆพระองค์สมัยรับราชการทหารอากาศ
          คุณลุงประสิทธิ์ หรือ พันจ่าอากาศเอก ประสิทธิ์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ในสมัยที่รับราชการทหารอากาศใหม่ๆได้มาบรรจุประจำอยู่ที่กองบิน 5 ต่อมาได้ย้ายไปปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ กองบิน 6 ฝูงบิน 602 จนได้รับความไว้วางใจและคัดเลือกให้ไปปฏิบัติหน้าที่เป็นหัวหน้านายช่างประจำเครื่องบินพระที่นั่ง คอยดูแลทุกอย่างเกี่ยวกับเครื่องบิน ตั้งแต่ล้อถึงเครื่องยนต์ ให้พร้อมใช้งานอยู่ตลอดเวลา ซึ่งตอนปฏิบัติหน้าที่ถ้ามีรายการรับเสด็จจะต้องตื่นตี 4 แล้วนำเครื่องไปจอดรอตี 5 และพอถึงเวลา 06.00 น.พระองค์ท่านจะเสด็จขึ้นเครื่อง ซึ่งผมก็จะมีหน้าที่นำเครื่องไปจอด และคอยเปิดประตู พร้อมรับพระมาลา(หมวก) ไปเก็บ โดยช่วงแรกก่อนจะได้ไปปฏิบัติหน้าที่ประจำเครื่องบินพระที่นั่ง ได้ทำหน้าที่เกี่ยวกับเครื่องบินลำเลียง และทำฝนเทียม รวมถึงการกระโดดร่มมิตรภาพ ดิ่งพสุธา เป็นต้น จากนั้นอีก 2 ปี ก็ไปปฏิบัติภารกิจอยู่ที่ประเทศเวียดนาม พอกลับมาถึงได้ไปปฏิบัติหน้าที่เป็นหัวหน้านายช่างประจำเครื่องบินพระที่นั่งซึ่งคอยรับใช้ทุกๆพระองค์ เพราะผู้บังคับบัญชาเห็นว่าเป็นคนขยันและซื่อสัตย์ โดยในขณะปฏิบัติงานรับใช้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้รับความไว้วางใจจากพระองค์ท่าน ซึ่งทำให้เกิดความภาคภูมิใจเป็นอย่างมากที่พระองค์ท่านเชื่อใจฝากชีวิตไว้ โดยส่วนใหญ่พระองค์ท่านจะเสด็จโดยเครื่องบินไปตามพระราชวังต่างๆทุกๆ 3 เดือน เช่น พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ ซึ่งผมมีชั่วโมงบินรวมทั้งหมด 5000 ชม.รวม 16 ปี 
            นอกจากนี้ยังได้เคยรับใช้พระองค์ท่านด้วยการนำของเสวยไปถวายในระยะ 3 เมตร ซึ่งขณะนั้นพระองค์ท่านทรงงานอยู่ตลอดเวลา ดูแผนที่แล้วใช้วิทยุสื่อสารติดต่อสั่งการ ไม่ค่อยได้สนทนากัน ซึ่งช่วงแรกๆก็รู้สึกตื่นเต้น แต่ช่วงหลังก็ชินเพราะต้องปฏิบัติหน้าที่เป็นประจำ ซึ่งบางครั้งที่พระองค์ต้องการเสวยกาแฟ ก็ได้มีโอกาสนำไปถวายจึงได้แรงบัลดาลใจมาเปิดร้านขายกาแฟใช้ชีวิตหลังเกษียณที่จังหวัดประจวบฯแห่งนี้ โดยการดำเนินชีวิตอย่างพอเพียงตามหลักปรัชญาของพระองค์ท่าน เช่น การประหยัดและซื่อสัตย์ เป็นต้น
            น.ส.รจน์พรรณน์ สิทธิกิจ อายุ 58 ปี ลูกสาวคนโตคุณลุงประสิทธิ์ กล่าวด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจว่า ในสมัยที่พ่อตนรับราชการปฏิบัติหน้าที่ดูแลประจำเครื่องบินพระที่นั่ง ขณะนั้นตนยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้น พอถึงช่วงเย็นเวลาประมาณ 1 ทุ่มจะมีข่าวพระราชสำนัก ก็จะนั่งคอยอยู่หน้าทีวีคอยดูข่าวพ่อออกทีวีทำหน้าที่คอยรับพระมาลาจากพระองค์ท่านที่บริเวณท้ายเครื่อง ซึ่งทุกครั้งที่ดูจะรู้สึกภูมิใจมากที่คุณพ่อได้ทำงานรับใช้พระองค์ท่าน เพราะในครอบครัวมีคุณพ่อเพียงคนเดียวที่ได้ทำหน้าที่นี้ ครั้นเมื่อถึงเวลาที่พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย รู้สึกเสียใจมาก ร้องไห้ทุกครั้งที่นั่งดูข่าวพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน ส่วนในเรื่องของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ก็ได้น้อมนำเอามาใช้ในชีวิตประจำวันโดยการอยู่อย่างประหยัด พอเพียง ไม่ฟุ่มเฟือย และจะเลือกใช้เฉพาะในสิ่งที่จำเป็นเท่านั้น
             น.ส.เปี่ยมลาภ สิทธิกิจ อายุ 53 ปี ลูกสาวคนรองคุณลุงประสิทธิ์ เล่าว่า ในสมัยที่คุณพ่อทำงานตอนนั้นตนยังเป็นเด็กนักเรียน ก็เห็นคุณพ่อทำงานแทบไม่มีวันหยุด และออกจากบ้านแต่เช้ากลับดึกเกือบทุกวัน และมีความซื่อสัตย์ ซื่อตรงต่อหน้าที่ ซึ่งเห็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก ตนมีความรู้สึกว่ามันยิ่งใหญ่มากและภูมิใจ ในใจก็คิดว่าจะมีใครสักกี่คนที่ได้ทำหน้าที่รับใช้พระองค์ท่าน และคิดว่าคุณพ่อคงมีบุญมากๆที่ได้ทำหน้าที่แบบนี้ และรับใช้ทุกๆพระองค์ ตนก็มีความใฝ่ฝันอยากได้เข้าไปรับใช้พระองค์ท่านบ้างเหมือนคุณพ่อแต่ไม่มีโอกาสและเข้าไม่ถึง ส่วนในหลักคำสอนของพระองค์ท่านหรือการปฏิบัติของพระองค์ท่านก็ส่งผลมาทางคุณพ่อจนถึงลูกๆได้ใช้ชีวิตอย่างพอเพียงไม่ฟุ้งเฟ้อ มีความพอดี พอกิน และมีความซื่อสัตย์ แค่นี้ชีวิตก็มีความสุขแล้วไม่ต้องการอะไร เพราะนี่คือความสุขที่แท้จริง