หน้าแรก » ตีกลองร้องทุกข์ » เพชรบุรี-รวมตัวร้องตำรวจเร่งรัดคดี

เพชรบุรี-รวมตัวร้องตำรวจเร่งรัดคดี

โพสต์โดย : tin เมื่อ 20 พ.ย. 2560 21:50:32 น. เข้าชม 597 ครั้ง แจ้งลบ

ภาพ/ข่าว สุรพล นาคนคร
นายก อบต. กำนัน ชาวบ้าน รวมตัวร้องตำรวจเร่งรัดคดี ลูกบ้านสะแกวัลย์สร้างกำแพงบนที่สาธารณะกั้นทางเข้า-ออกวัด
     สายวันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 ชาวบ้าน ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี กว่า 20 คน นำโดย นางจำเรียง คล้ำชื่น นายก อบต.บ้านกุ่ม เดินทางมาที่ สภ.เมืองเพชรบุรี นายธรรมนูญ บุญส่ง กำนันตำบลบ้านกุ่ม เข้าพบ ร.ต.อ.วิเชียร อุปนันทน์ ร้อยเวร สภ.เมืองเพชรบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้า กรณีร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับผู้ที่ก่อสร้างกำแพงปิดเส้นทางสาธารณะที่พลเมืองมีสิทธิใช้ร่วมกัน บริเวณทางเข้าออกวัดขุนตรา และหมู่บ้านสะแกวัลย์ ต.บ้านกุ่ม
     นายชูเกียรติ ชื่นอารมณ์ อายุ 70 ปี หนึ่งในกลุ่มชาวบ้านผู้ร้องเรียน เปิดเผยว่า เดิมเส้นทางดังกล่าวเป็นเส้นทางภายในหมู่บ้านสะแกวัลย์ เฟส 1 ซึ่งต่อเชื่อมกับวัดขุนตราทางด้านทิศ ตะวันตก กว้างประมาณ 8 เมตร จากการตรวจสอบของสำนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบุรี พบว่ามีการโอนให้เป็นทางสาธารณประโยชน์พร้อมการรังวัดแบ่งแยกโฉนดที่ดิน เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2537 และวันที่ 18 กันยายน 2538 ก่อนหน้านี้เส้นทางดังกล่าวมีประตูเปิดให้คนเดินเข้าออกได้โดยมีตัวแทนของหมู่บ้านถือกุญแจ กำหนดเวลาเข้าออก ต่อมาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ได้มีการรื้อกำแพงดังกล่าวออกเพื่อสะดวกแก่การเข้าออกงานปิดทองฝังลูกนิมิตของวัดขุนตรา และประชาชนใช้เป็นพื้นที่ถนนสัญจรสาธารณะประโยชน์โดยสมบูรณ์ แต่ปรากฏว่าเมื่อเสร็จสิ้นงาน นางกรัญญา  และนายอติชาติ  ซึ่งมีบ้านพักอยู่ติดกับเขตติดต่อได้สร้างกำแพงปูนขึ้นมาปิดกั้นทางสาธารณะดังกล่าวอีกครั้งทำให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางดังกล่าว เกิดความไม่สะดวกในการสัญจรไปมาของ และเป็นการละเมิดครอบครอง และใช้พื้นที่สาธารณะประโยชน์โดยไม่ชอบ
     ที่ผ่านมาชาวบ้านได้มาร้องทุกข์ ต่อ พนักงานสอบสวน สภ. เมืองเพชรบุรี และร้องเรียนผ่าน อบต.บ้านกุ่ม ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเพชรบุรี อำเภอเมืองเพชรบุรี ให้ดำเนินการตรวจสอบ และพบว่าที่ดินดังกล่าว เป็นทางสาธารณะ และได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อผู้กระทำผิดเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2560 จนบัดนี้ยังไม่มีความคืบหน้า และพื้นที่ดังกล่าวยังมีกำแพงกั้นอยู่ จึงรวมตัวกันมาติดตามความคืบหน้า และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี โดย เร่งด่วนด้วย
     ด้านนายอติชาติ และนางกรัญญา กล่าวว่า ตนไม่ได้เป็นเจ้าของโครงการหมู่บ้าน แต่เป็นผู้อยู่อาศัยที่ซื้อบ้านดังกล่าวจากโครงการฯ มาตั้งแต่ปี 2538 และได้สร้างกำแพงดังกล่าวขึ้นมาจริง แต่ได้ เว้นพื้นที่กำแพงเป็นช่องว่างกว้างประมาณ 1 เมตร 50 เซนติเมตร เพื่อให้ประชาชนใช้เป็นเส้นทางเดินสัญจร ทั้งนี้เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนเกรงว่าหากเปิดทางดังกล่าวเป็นเส้นทางที่ทะลุต่อเชื่อมกันจะมีบุคคลอื่นผ่านทางเข้า-ออกจำนวนมาก ยากแก่การควบคุมดูแล ซึ่งอาจนำมาสู่ปัญหา ความเดือดร้อนรำคาญ และ ปัญหาการโจรกรรมที่อาจตามมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ขอความเห็นใจให้กับตนและผู้อยู่อาศัยในหมู่บ้านสะแกวัลย์ด้วย
     เบื้องต้น ร.ต.อ.วิเชียร อุปนันท์ ร้อยเวร สภ. เมืองเพชรบุรี ได้รับเรื่องดังกล่าวไว้ และจะตรวจสอบข้อเท็จจริงและจะเร่งดำเนินการตามกฎหมายต่อไป