หน้าแรก » คำสารภาพสุดท้ายนักโทษประหาร » นพดล แขกเต้า ผู้ถูกทนายทิ้งคดี

นพดล แขกเต้า ผู้ถูกทนายทิ้งคดี

โพสต์โดย : tin เมื่อ 3 ต.ค. 2559 22:59:05 น. เข้าชม 620 ครั้ง แจ้งลบ

โดย ยุทธ บางขวาง

นพดล แขกเต้า ผู้ถูกทนายทิ้งคดี

                       น.ช.นพดล,เจ้าดล แขกเต้า อายุ 30 ปี หมายเลขประจำตัว 923/41 คดีอาวุธปืน ปล้นทรัพย์ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289(4), 91 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรค 1, 72 วรรค 3 หมายเลขคดีดำที่ 1709/40 หมายเลขคดีแดงที่ 3699/40 ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี เหตุเกิดพื้นที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอพูนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
                        ในช่วงปีพ.ศ.2536-2537 ได้เกิดคดีปล้นฆ่าเจ้าทรัพย์หลายคดีติดต่อกัน ในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งทุกคดีคนร้ายจะก่อเหตุในลักษณะคล้ายคลึงกัน จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกันที่ก่อเหตุทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่จะปล้นร้านขายยางพารา เมื่อปล้นแล้วจะต้องมีการฆ่าเจ้าทรัพย์ทุกครั้ง 
                        การปล้นที่อุกอาจที่สุดคือ การเข้าปล้นที่ร้านไพศาลอีเล็คทรอนิคและฆ่าคนในร้านตาย โดยร้านดังกล่าวตั้งอยู่กลางตัวเมือง ซึ่งคนร้ายไม่มีความยำเกรงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแม้แต่น้อย เจ้าหน้าที่จึงพยายามสืบหาตัวคนร้ายกลุ่มนี้มาดำเนินคดีตามกฏหมายอย่างเร่งด่วน 
                        ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสืบทราบว่า คนร้ายกลุ่มนี้มีด้วยกันทั้งหมด 10 กว่าคน จึงออกทำการกวาดล้างจับกุมมาดำเนินคดีได้เกือบหมด มีหลบหนีไปได้ 2-3 คน และถูกฆ่าทิ้งเหวที่เขาต่อ ริมถนนสายสุราษฎร์ธานี-ตะกั่วป่า 1 ศพ สำหรับหัวหน้าแก๊งนี้ทราบชื่อว่า นายนพดล แขกเต้า ซึ่งได้ก่อคดีปล้นฆ่าไว้ทั้งสิ้นกว่า 10 คดีและสามารถหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงออกหมายจับและพยายามติดตามจับกุมตัว เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
                        วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2538 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุฆ่ากันตายที่ถนนสายพุนพิน-คีรีรัฐนิคม เมื่อไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบผู้ตายเป็นทหารถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่ร่างกายหลายนัด โดยภรรยาที่นั่งมาด้วยได้รับบาดเจ็บ จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลเพื่อช่วยเหลือเป็นการด่วน
                        จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่ผู้ตายและภรรยากำลังขับรถไปตามถนน ได้มีคนร้ายจำนวน 2 คนขับขี่รถจักรยานยนต์เข้าประกบ คนที่นั่งซ้อนท้ายได้ชักอาวุธปืนจ่อยิงไปที่คนตายซึ่งเป็นผู้ขับ จนรถเสียหลักพุ่งเข้าชนเสาไฟฟ้า จากนั้นคนร้ายยังได้แสดงความโหดเหี้ยมจอดรถเดินเข้าไปยิงซ้ำจนแน่ใจว่าตายสนิท แล้วคนร้ายยังได้ปลดทรัพย์สินในตัวผู้ตายก่อนหลบหนีไปอีกด้วย
                        จากการสอบปากคำพยานถึงรูปพรรณคนร้ายทั้ง 2 คน ทราบว่าคนที่เป็นผู้ลงมือยิงผู้ตายมีรูปร่างลักษณะใกล้เคียงกับนายนพดลมาก เจ้าหน้าที่จึงพยายามติดตามหาตัวมาเพื่อคลี่คลายคดีนี้ให้ได้ และสามารถจับกุมตัวนายนพดลและพวกได้เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ.2538 ซึ่งนายนพดลได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด ส่วนพรรคพวกอีกคนยอมรับสารภาพ
                         เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดส่งมอบให้อัยการ เพื่อฟ้องร้องดำเนินคดีนายนพดลและพวกต่อศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี และได้ขออำนาจศาลฝากขังนายนพดลและพวกไว้ที่เรือนจำจังหวัดสุราษฏร์ธานี 
                         ผลการพิจารณาของศาลชั้นต้น ได้ตัดสินให้ยกฟ้องนายนพดลและให้จำคุกพวกของนายนพดลตลอดชีวิต อัยการได้ยื่นอุทธรณ์เพื่อดำเนินคดีนายนพดลและพวกต่อศาล โดยฝากขังนายนพดลไว้ในระหว่างอุทธรณ์ 
                         ผลการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ได้ตัดสินให้ประหารชีวิตนายนพดลและให้จำคุกตลอดชีวิตพวกของนายนพดลตามศาลชั้นต้น 
                         นายนพดลไม่ได้ใช้สิทธิ์ในการยื่นฎีกาต่อศาลตามกำหนด จึงเป็นนักโทษเด็ดขาดประหารชีวิต และได้ส่งตัวมาคุมขังที่เรือนจำกลางบางขวาง ซึ่งน.ช.นพดลไม่ได้ใช้สิทธิ์ในการทำหนังสือถวายฎีกาทูลเกล้าฯขอพระราชทานอภัยโทษในระยะเวลาที่กำหนดเช่นเดิม 
                         เมื่อครบกำหนดการยื่นหนังสือถวายฎีกาทูลเกล้าฯแล้ว จะต้องบังคับคดีให้เป็นไปตามคำตัดสินของศาลอุทธรณ์ แต่เพื่อให้เป็นที่แน่ชัดเนื่องจากเป็นโทษขั้นสูงสุด ทางกรมราชทัณฑ์ได้ทำหนังสือตรวจสอบไปที่สำนักนายกรัฐมนตรี และสำนักราชเลขาธิการ ปรากฏว่าไม่ได้มีการยื่นหนังสือถวายฎีกาทูลเกล้าฯแต่อย่างใด จึงจำเป็นต้องบังคับคดีให้ประหารชีวิตตามคำตัดสินของศาลอุทธรณ์ นับเป็นนักโทษประหารรายแรกที่ถูกบังคับคดีให้ประหารชีวิตโดยกรมราชทัณฑ์
                         วันพฤหัสบดีที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ.2542 ขณะที่ข้าพเจ้านำผู้ต้องขังป่วย ส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลกลางกรมราชทัณฑ์ ซึ่งตั้งอยู่ภายในเรือนกลางคลองเปรม ข้าพเจ้าได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ประจำโรงพยาบาล ให้ติดต่อกลับไปที่ฝ่ายทะเบียนประวัติผู้ต้องขัง เรือนจำกลางบางขวางด้วย เมื่อสามารถติดต่อได้แล้ว ข้าพเจ้าได้รับแจ้งว่าในวันนี้จะมีการประหารชีวิตนักโทษจำนวน 1 ราย เมื่อเสร็จธุระที่โรงพยาบาลกลางฯแล้ว ขอให้กลับมาจัดเตรียมสิ่งของที่จะต้องใช้ให้พร้อมด้วย
                        เมื่อกลับมาถึงเรือนจำ ข้าพเจ้าได้สอบถามว่าเหตุใดถึงมีการประหารชีวิตติดต่อกัน โดยห่างกันเพียงแค่ 3 วันเท่านั้น ก็ได้รับคำตอบว่า ในการประหารชีวิตนักโทษรายนี้ เป็นคำสั่งจากกรมราชทัณฑ์ ซึ่งเป็นการบังคับคดีเนื่องจากไม่ได้ยื่นฎีกาต่อศาลตามกำหนด และเมื่อพ้นกำหนดยื่นฎีกาเป็นนักโทษเด็ดขาดแล้ว นักโทษคนดังกล่าวยังคงไม่ได้ทำหนังสือถวายฎีกาทูลเกล้าฯขอพระราชทานอภัยโทษตามกำหนดอีก จำเป็นที่จะต้องบังคับคดี 
                        ข้าพเจ้าได้ไปทำการจัดเตรียมกุญแจมือและมีดตัดด้ายดิบ ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน แล้วไปทำการสวดมนต์ไหว้พระ บูชาท้าวเวชสุวรรณ พร้อมทั้งทำจิตใจให้สงบ รอเวลาที่จะเบิกตัวนักโทษมาดำเนินการตามขั้นตอนการประหารชีวิต
                        เวลา 16.00 น. ข้าพเจ้าได้รับชื่อนักโทษที่จะต้องเข้าไปเบิกตัวคือ น.ช.นพดล แขกเต้า ข้าพเจ้าและพี่เลี้ยงอีกนายจึงเข้าไปที่หมวดควบคุมนักโทษประหารแดน 1 พร้อมด้วยหัวหน้าฝ่ายควบคุมกลาง และรปภ.อีกจำนวนหนึ่ง เมื่อเจ้าหน้าที่ประจำตึกขังไขกุญแจเปิดประตูตึก นักโทษประหารที่ถูกขังอยู่ห้องนอกสุดได้ถามว่า หัวหน้าครับ อาทิตย์นี้มีประหารถึง 2 วันเลยหรือครับข้าพเจ้าตอบไปว่า ใช่ แต่ครั้งนี้เป็นการบังคับคดีเพราะเจ้าตัวไม่ได้ทำหนังสือทูลเกล้าฯไปนักโทษที่ได้ยินเสียงข้าพเจ้าต่างพูดว่า เฮ้ยเจ้าดลแน่เลย มีมันคนเดียวที่ไม่ได้ทำหนังสือฯ ไม่น่าประมาทไปไว้ใจคนอื่นเลย อีกไม่นานก็จะมีอภัยมาแล้ว มันต้องได้ลงตู้แน่ๆเลย” (คำว่าตู้ในที่นี้หมายถึงห้องขังนักโทษประหาร ขึ้นตู้หมายถึงถูกตัดสินให้ประหารชีวิต ลงตู้หมายถึงได้รับการลดโทษจากประหารชีวิตเหลือตลอดชีวิต)
                       เมื่อข้าพเจ้าไปหยุดยืนที่หน้าห้องขังน.ช.นพดล เห็นน.ช.นพดลกำลังใส่เสื้ออยู่ เสร็จแล้วเดินออกมาที่ประตูห้อง รอให้เจ้าหน้าที่ไขกุญแจเปิดประตู เพื่อนนักโทษในห้องและห้องใกล้เคียงต่างส่งเสียง ไปที่ชอบนะเจ้าดล” “ไม่น่าไปไว้ใจทนายเลย” “เอ็งมันดวงซวยว่ะ ไม่น่าโดนประหารเลย” “เสียใจด้วยเพื่อนซึ่งน.ช.นพดลยืนตาแดงกล่ำพยายามกลั้นน้ำตาไว้ เมื่อนำตัวออกมาจากห้องแล้ว ข้าพเจ้าได้สวมกุญแจมือและตรวจค้นตัวตามระเบียบ เสร็จแล้วนำตัวออกจากตึกขังไปที่หมวดผู้ช่วยเหลือฯทันที 
                       ระหว่างทางข้าพเจ้าถามว่า ดลรู้ตัวว่าจะถูกประหารหรือเปล่าน.ช.นพดลตอบว่า ผมรอวันนี้มาหลายครั้งแล้วครับ เวลาหัวหน้าเข้ามาเบิกตัวเพื่อนๆผมไปประหาร ผมคิดว่าต้องมีชื่อผมอยู่ด้วยทุกครั้ง ผมไม่ได้ยื่นฎีกาและทูลเกล้าฯ ผมรู้ตัวครับว่าต้องตายแน่ เมื่อกี้นี้ผมได้ยินเสียงพูดถึงชื่อผม ผมรู้เลยว่าเวลาของผมมาถึงแล้วข้าพเจ้าถามว่า แล้วทำไมถึงไม่ยื่นฎีกาน.ช.นพดลตอบว่า ผมถูกทนายทิ้งคดีครับ
                       เมื่อเข้ามาถึงหมวดผู้ช่วยเหลือฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร และฝ่ายทะเบียนประวัติผู้ต้องขัง ได้เข้ามาทำการพิมพ์ลายนิ้วมือและตรวจสอบประวัติบุคคล ข้าพเจ้ายังสงสัยไม่หายจึงถามว่า ที่บอกว่าถูกทนายทิ้งคดี เรื่องมันเป็นมายังไง ความจริงดลสามารถยื่นฎีกาผ่านเรือนจำไปได้ ไม่ต้องให้ทนายจัดการให้ก็ได้ไม่ใช่หรือ
                        น.ช.นพดลพูดว่า เรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับ ผมกับเพื่อนรักของผมรับงานมายิงจ่าทหาร แล้วสร้างเหตุการณ์ให้เหมือนกับปล้นทรัพย์แล้วฆ่าเจ้าทรัพย์ มาตอนหลังผมทั้งคู่ถูกจับตัวได้ ผมปฏิเสธข้อกล่าวหาโดยเพื่อนผมยอมรับว่าทำงานคนเดียว และให้การไปว่าผมไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย แต่ตำรวจได้อายัดตัวผมในคดีอื่นอีก และไม่เชื่อเพื่อนผมว่าผมไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย ส่งตัวผมฟ้องศาลเพื่อเอาผิดผม พอดีผมมีเพื่อนเป็นทนายมาช่วยว่าความให้ ผลออกมาปรากฏว่าผมชนะคดี ศาลชั้นต้นยกฟ้องผม ส่วนเพื่อนผมติดคุกตลอดชีวิต 
                        อัยการได้ยื่นอุทธรณ์เอาผิดผมอีก เพื่อนผมที่เป็นทนายไปติดงานอื่นมาว่าความให้ไม่ได้ จึงต้องเปลี่ยนทนายใหม่ มาครั้งนี้ผมถูกตัดสินให้ประหารชีวิต ทนายคนใหม่นี้รับปากผมว่าจะทำหนังสือยื่นฎีกาต่อศาลให้ผม โดยบอกให้ผมอยู่เฉยๆไม่ต้องทำอะไรจะจัดการให้ เมื่อครบกำหนดยื่นฎีกาทางเรือนจำสุราษฎร์ธานีได้แจ้งให้ผมรู้ว่า ผมเป็นนักโทษเด็ดขาดรอการประหารชีวิตแล้ว และเตรียมที่จะส่งตัวผมมาที่บางขวาง ทนายคนนั้นมาขอโทษผมและรับปากว่าจะทำหนังสือถวายฎีกาทูลเกล้าให้ผมอีก ผมหลงเชื่ออีก อย่างว่าแหละครับผมทำอะไรไม่ถูกในตอนนั้น จึงยอมให้ทนายจัดการให้
                        เมื่อผมถูกส่งตัวมาที่บางขวาง เจ้าหน้าที่ทะเบียนฯและเพื่อนๆในห้องประหาร ถามผมถึงหนังสือทูลเกล้าฯ ผมได้บอกไปว่าทนายทำให้เรียบร้อยแล้ว ตอนหลังผมถึงมารู้ว่าทนายไม่ได้ทำอะไรให้ผมแม้แต่อย่างเดียว กว่าผมจะรู้ตัวทุกอย่างมันก็สายไปแล้ว ผมหมดสิทธิ์ที่จะถวายฎีกาทูลเกล้าฯ และต้องโดนยิงเป้า 100 เปอร์เซ็นต์ ปาฏิหารย์เท่านั้นที่จะช่วยผมได้ แต่ผมทำใจรอไว้แล้วครับ แล้วก็มาถึงวันของผมจนได้ หัวหน้าจำไว้นะครับ ดูผมไว้เป็นบทเรียน เวลามีเรื่องขึ้นศาลถ้าจะหาทนาย ขอให้ดูประวัติและผลงานของทนายคนนั้นให้ดี บางรายอาจจะแพงไปซักหน่อย แต่ยังดีกว่ามาสูญสิ้นทุกอย่างเหมือนผม ผมขอแช่งให้ไอ้ทนายคนนั้นอย่าได้ตายดีเลย ในเมื่อมันไม่มีความรับผิดชอบในตัวลูกความเช่นผม สำหรับหัวหน้าทุกคนผมอโหสิกรรมครับ ผมรู้ว่าทุกคนต้องทำตามหน้าที่
                        หลังจากพิมพ์ลายนิ้วมือเสร็จ เวรผู้ใหญ่ได้เข้ามาอ่านคำสั่งจากกรมราชทัณฑ์ ให้น.ช.นพดลฟังและเซ็นทราบในคำสั่งนั้น เสร็จแล้วได้ให้ทำพินัยกรรมและเขียนจดหมายฉบับสุดท้าย ซึ่งน.ช.นพดลเขียนจดหมายจำนวน 2 ฉบับ ฉบับแรกเขียนถึงแม่และน้องสาวมีใจความว่า จดหมายฉบับนี้เป็นจดหมายฉบับสุดท้าย ขอให้แม่และน้องจงมีแต่ความสุข ลูกได้จากแม่และน้องไปแล้ว ไม่มีโอกาสได้ทดแทนพระคุณของแม่อีกแล้ว ลูกเป็นคนมีกรรม ลูกขอลาก่อน ถ้าชาติหน้ามีจริง ลูกขอกลับมาเกิดเป็นลูกของแม่อีกครั้ง และขอให้น้องดูแลแม่ให้ดีด้วย ต่อไปนี้ไม่มีพี่คอยดูแลอีกแล้ว และบอกแฟนของพี่ด้วย ว่าพี่รักและคิดถึงเสมอ” 
                         จดหมายฉบับที่สองเขียนถึงคนรัก สุดที่รักของพี่ เราสองคนไม่มีโอกาสที่จะอยู่ร่วมกันแล้ว ฝากดูแลแม่และน้องของพี่ด้วย แม้เราจะไม่มีโอกาสได้อยู่ร่วมกัน แต่น้องจะอยู่ในดวงใจของพี่ตลอดไป ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหนๆ ถ้าชาติหน้ามีจริงขอให้เราสองกลับมาพบกันและได้อยู่เป็นคู่กัน พี่ขอลาก่อน ช่วยทำศพให้พี่ด้วย
                         เมื่อเขียนจดหมายเสร็จได้หันมาพูดกับข้าพเจ้า หัวหน้าครับผมขอรบกวนหัวหน้าสักหน่อยได้ไหมครับข้าพเจ้าถามว่า มีอะไรจะให้ผมช่วยบอกมาเถอะ ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงแล้วละก็ ผมรับปากจะจัดการให้น.ช.นพดลบอกว่า เดี๋ยวพอประหารผมเสร็จแล้ว หัวหน้าช่วยโทรไปที่เบอร์นี้ทีนะครับ ขอสายกับน้องสาวผมชื่อแต่อย่าเพิ่งให้แม่ผมรู้นะครับ แกเป็นโรคหัวใจผมสงสารแก บอกให้น้องสาวผมชวนแฟนผมมารับศพผมในวันพรุ่งนี้ด้วย แล้วค่อยบอกให้แม่รู้ทีหลัง ผมขอร้องนะครับ ช่วยโทรไปวันนี้เลยนะครับ พรุ่งนี้จะได้เดินทางมาถึงแต่เช้า ผมขอบคุณหัวหน้ามากครับ
                         เสร็จแล้วได้ยกอาหารมื้อสุดท้ายมาให้ แต่น.ช.นพดลไม่แตะต้องอาหารแต่อย่างใด ขอเพียงน้ำอัดลมหนึ่งกระป๋อง จากนั้นข้าพเจ้าจึงได้นำตัวไปฟังเทศนาธรรมจากพระสงฆ์ ซึ่งน.ช.นพดลตั้งใจฟังอย่างสงบ 
                         หลังฟังเทศน์จบ ข้าพเจ้าได้นำตัวเดินไปสู่ห้องประหารทันที และได้แวะกราบไหว้ที่หน้าศาลเจ้าพ่อเจตคุปต์ เมื่อนำตัวมาถึงศาลาเย็นใจ ขณะนั้นเป็นเวลาประมาณ 17.15 น. ปรากฏว่ามีคำสั่งให้ระงับการประหารชั่วครู่ เนื่องจากกรรมการสักขีพยานยังมากันไม่ถึง จึงต้องให้น.ช.นพดลนั่งรออยู่ที่ศาลาเย็นใจซึ่งตั้งอยู่หน้าห้องประหารนั่นเอง
                          น.ช.นพดลถามข้าพเจ้า ในห้องที่เห็นนั่นใช่ไหมที่ผมจะต้องเข้าไปตาย แล้วคนไหนคือเพชฌฆาตที่จะเป็นคนยิงผมครับข้าพเจ้าบอกว่า ดลอย่าไปสนใจเลยดีกว่า ผมว่าเรามาพูดถึงเรื่องของดลดีกว่า ตอนเขียนจดหมายถึงแฟน ผมเห็นดลทั้งยิ้มทั้งเศร้าให้จดหมาย สงสัยคงจะสวยน่าดูน.ช.นพดลพูดว่า ครับแฟนผมสวยมาก ผมตั้งใจว่าจะแต่งงานกับแฟนผมอยู่แล้ว แต่ผมมาถูกจับเสียก่อน ผมรักแฟนคนนี้มาก ผมคิดถึงบ้านคิดถึงแม่คิดถึงน้องรวมทั้งแฟนผมจังเลยครับหัวหน้า เพื่อนผมพยายามกันผมออกจากคดีนี้แล้ว แต่สุดท้ายผมก็ไปไม่รอด ฝากลาเพื่อนผมซึ่งติดอยู่แดน 2 ด้วยนะครับ บอกมันว่าผมรักมันมาก มันคือเพื่อนแท้ของผม ขอบใจมันมากที่ช่วยเหลือผมมาตลอด
                          ข้าพเจ้าถามว่า แล้วดลเคยก่อคดีมากี่ครั้งน.ช.นพดลตอบว่า นับไม่ถ้วนครับ ผมเริ่มเกเรครั้งแรกสมัยที่ผมมาเรียนอยู่ที่กรุงเทพฯพร้อมกับเพื่อน ผมเคยจี้เคยปล้นมาตั้งแต่สมัยยังเรียนอยู่ แม่ผมไม่เคยรู้ คิดว่าผมเป็นเด็กดีเสมอมา พอเรียนจบผมกลับไปอยู่ที่บ้าน เมื่อมีโอกาสผมและเพื่อนจะออกหาเหยื่อเป็นประจำ บางครั้งผมรับงานยิงคนอีกด้วย ในสายตาของแม่และน้องรวมทั้งแฟนผม เห็นผมเป็นคนดีมาตลอด แม้แต่คดีที่ผมถูกประหารนี้ ทุกคนต่างก็เชื่อว่าผมไม่ได้เป็นคนทำ นี่ถ้าแม่ผมรู้ว่าผมทำคดีนี้จริง แม่คงเสียใจในตัวผมอย่างมาก ผมมันเป็นลูกไม่รักดีครับหัวหน้า ผมไม่กล้าที่จะบอกแม่ว่าผมเป็นโจร 
                          คดีนี้ผมรับงานมากับเพื่อนให้ไปยิงทหาร ที่อำเภอพูนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผมไปดักรอที่ถนนสายพูนพิน-คีรีรัฐนิคม พอเป้าหมายขับรถมาถึงพร้อมกับเมีย เพื่อนผมขี่รถไล่ตามเข้าประกบ ผมเป็นคนยิงเข้าใส่ตรงคนขับ รถคนตายแฉลบเข้าข้างทางชนเสาไฟฟ้า เพื่อนผมจอดรถให้ผมตามลงไปยิงซ้ำจนแน่ใจว่าตายสนิท ก่อนหนีผมได้เข้าไปปลดของในตัวคนตายและที่เมียซึ่งบาดเจ็บอยู่เป็นของแถม และทำให้เห็นว่าเป็นการปล้นทรัพย์ธรรมดา ผมและเพื่อนหนีรอดมาได้ ต่อมาเพื่อนผมมาถูกจับได้ก่อน แต่ว่าไม่เคยให้การซัดทอดถึงผม ตำรวจรู้ว่าผมมีส่วนร่วมด้วย จึงมาจับผมไป ผมปฏิเสธมาตลอด แม่ผมก็ช่วยวิ่งเต้นสู้คดีให้ ผมไม่น่าทำกับแม่อย่างนี้เลย
                          ข้าพเจ้าปลอบใจว่า ในเมื่อดลสำนึกผิดได้ก็ถือว่าเป็นคนที่ใช้ได้แล้ว ทำไมดลไม่เขียนสารภาพกับแม่ไปตามความจริง ผมว่าแม่ของดลจะต้องให้อภัยอย่างแน่นอนน.ช.นพดลตอบว่า ผมไม่กล้าจริงๆครับ ปล่อยให้แม่คิดว่าผมเป็นคนดีต่อไปดีกว่า ภายหน้าเมื่อผมตายไปนานแล้ว และแกมารู้ทีหลังว่าผมเป็นคนไม่ดี แกยังจะทำใจได้มากกว่า เฮ้อ! เมื่อไรกรรมการจะมาสักทีนะ มานั่งรออยู่หน้าห้องประหารมันรู้สึกยังไงก็ไม่รู้ ความจริงบรรยากาศที่นี่ก็น่านั่งอยู่หรอก แต่ผมมานั่งรอความตายอยู่อย่างนี้ ให้บรรยากาศดีแค่ไหนมันก็ไม่มีความสุขหรอกครับ หัวหน้าช่วยเร่งให้เขายิงให้สิ้นเรื่องสิ้นราวทีเถอะครับ มันทรมานใจอย่างไรไม่รู้
                           ข้าพเจ้ายอมรับว่าไม่ว่าใครก็ตาม ถ้ารู้ตัวว่าจะต้องตายอย่างแน่นอน แต่แล้วกลับต้องมานั่งรอความตายอยู่ที่ข้างหน้าสถานที่ที่ตัวเองจะต้องเข้าไปจบชีวิต จะต้องมีความทรมานจิตใจเป็นอย่างมาก แม้จะมีผู้ชวนพูดคุยในเรื่องอื่นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจก็ตาม แต่ใครเล่าครับจะทำใจได้ 
                           เวลา 17.50 น. ข้าพเจ้าได้รับแจ้งว่ากรรมการได้มากันพร้อมแล้ว จึงนำน.ช.นพดลไปนั่งที่เก้าอี้ขาว ส่งดอกไม้ธูปเทียนให้ พี่เลี้ยงอีกนายเป็นผู้ผูกตา แล้วช่วยกันประคองตัวเข้าสู่ห้องประหาร โดยนำตัวเข้าสู่หลักประหารหลักที่หนึ่ง ระหว่างที่ข้าพเจ้ากำลังผูกมัดตัวอยู่นั้น น.ช.นพดลได้พูดกับข้าพเจ้าเป็นครั้งสุดท้ายว่า หัวหน้าต้องโทรให้ได้ภายในวันนี้นะครับ บอกด้วยว่าผมคิดถึงบ้านคิดถึงทุกคนผมอยากกลับบ้าน อย่าลืมมารับผมกลับบ้านด้วยข้าพเจ้าตอบไปว่า รับรองผมจะจัดการให้ นึกถึงพระไว้นะดล ท่องพุทโธไว้จะได้ไปดี
                            เมื่อข้าพเจ้าและพี่เลี้ยงอีกสองนาย ช่วยกันผูกมัดตัวน.ช.นพดลให้ติดกับหลักประหารเสร็จ ได้ทำการตั้งเป้าตาวัว เอาทรายแห้งโรยรอบหลักประหารเพื่อให้ซับเลือดที่จะไหลเจิ่งนองลงมา เสร็จแล้วได้ทำการขออโหสิกรรมอีกครั้ง แล้วจึงแจ้งให้หัวหน้าชุดประหารทราบ
                            พลเล็งปืนได้เข้าทำหน้าที่บรรจุกระสุนและตั้งศูนย์ปืน เพชฌฆาตมือหนึ่งเข้ามาตรวจสอบศูนย์ปืนอีกครั้ง เมื่อพร้อมแล้วหัวหน้าชุดประหารได้โบกธงแดงลงทันที ปัง ปัง ๆๆๆๆๆรวมทั้งสิ้น 7 นัด ทำการประหารเมื่อเวลา 16.00 น. เมื่อเสียงปืนสงบ ได้ยินเสียงร้องครางดังออกมาจากหลักประหาร โอยยย โอยยย ครอก โอยยยและมีเสียงตรวนดังโคร้งเคร้ง ข้าพเจ้าเข้าไปตรวจดู เห็นน.ช.นพดลมีอาการเกร็งไปทั้งตัว สะบัดขาไปมา และส่งเสียงร้องครางออกมาตลอด จึงแจ้งให้หัวหน้าชุดประหารทราบ
                             เพชฌฆาตมือหนึ่งได้เข้าทำหน้าที่อีกครั้ง ธงแดงได้สะบัดเป็นครั้งที่สอง ปัง ปังๆๆๆๆเสียงปืนดังขึ้นอีก 6 นัด รวมกระสุนที่ใช้ในการประหารทั้งสิ้น 13 นัด เมื่อครบ 3 นาที ได้เข้าไปตรวจดูที่หลักประหารอีกครั้ง ปรากฏว่าน.ช.นพดลได้สิ้นใจไปแล้ว หัวหน้าชุดประหารจึงสั่งให้นำร่างน.ช.นพดลลงจากหลักประหาร จับให้นอนคว่ำหน้าไว้ เสร็จแล้วเจ้าหน้าที่พิมพ์ลายนิ้วมือได้เข้ามาทำหน้าที่ต่อไป
                             หลังการประหารเสร็จสิ้น ข้าพเจ้ารีบโทรแจ้งให้น้องสาวของน.ช.นพดลได้รับรู้ ปรากฏว่าเมื่อน้องสาวของน.ช.นพดลรับสาย ข้าพเจ้าได้ยินเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้น แต่ข้าพเจ้ายังคงพูดไปว่า ขอโทษนะครับ นพดลขอให้ผมโทรมาหาน้องสาวเขามีเสียงตอบมาว่า กำลังพูดอยู่ค่ะ เรื่องพี่ดลทางบ้านรู้แล้วค่ะมีคนโทรมาบอกแล้วขอบคุณมากข้าพเจ้าบอกไปว่า นพดลให้บอกว่าอย่าเพิ่งให้แม่รู้เรื่องนะครับเสียงตอบมาว่า สายไปแล้วค่ะแม่เป็นคนรับสายคนแรก ตอนนี้แกกำลังร้องไห้อยู่ พรุ่งนี้เช้าหนูจะไปรับพี่เขากลับบ้านนะคะเสียงโทรศัพท์ได้วางไป ไม่ทราบว่าใครคือผู้หวังดี แต่ว่าใช้ความหวังดีผิดจังหวะไปซะแล้ว

                               ขออภัยต่อครอบครัวนายนพดล แขกเต้า ซึ่งข้าพเจ้าได้นำเรื่องราวและคำพูดทั้งหมดของนายนพดลมาเขียนตามความจริง 
                                ขออโหสิกรรมต่อนายนพดล แขกเต้า และต้องขอโทษที่แจ้งให้น้องสาวได้รับรู้ช้าไปหน่อย ซึ่งข้าพเจ้าได้พยายามทำตามคำสั่งเสียแล้ว

ขออภัยต่อผู้ประกอบอาชีพทนายความทุกท่านมา ณ ที่นี้ด้วย ข้าพเจ้าได้เขียนตามคำบอกเล่าที่ได้รับฟังมาเท่านั้น ไม่มีเจตนาจะกล่าวหาผู้ใดทั้งสิ้น