หน้าแรก » ตีกลองร้องทุกข์ » ลพบุรี-ชาวนาสุดทนร้องสื่อหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบ

ลพบุรี-ชาวนาสุดทนร้องสื่อหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบ

โพสต์โดย : tin เมื่อ 1 ธ.ค. 2560 13:33:03 น. เข้าชม 194 ครั้ง แจ้งลบ

ภาพ/ข่าว กฤษณ์ สนใจ 
ชาวนาสุดทนร้องสื่อหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบปล่อยตามยถากรรม
        ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 บ้านเนินยาว ต.หนองทรายขาว อ.บ้านหมี่ ลพบุรี ว่ามีชาวบ้านร่วม 100 ครัวเรือนที่เดือดร้อนจากการใช้เส้นทางในการสัญจร และกังวลถึงเรื่องจะไม่มีน้ำที่จะทำนาในช่วงฤดู เนื่องจากถนนที่ใช้ในการเดินทาง และเป็นที่เก็บกักน้ำขาดความกว้างกว่า 15 เมตร ลึก 4-5 เมตรจากน้ำกัดเซาะเมื่อคราวน้ำท่วมหนักที่ บ้านเนินยาว ชาวบ้านรวมตัวเข้าร้องขอให้ทางสำนักงานชลประทานเข้าช่วยเหลือด่วนแต่ก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหว จนชาวบ้านสุดทนร้องสื่อขอให้ช่วยชาวนาด้วย
         ที่คลองลำโพนทอง คลองที่ชาวบ้าน ต.หนองทรายขาว อ.บ้านหมี่ ต.หลุมข้าว อ.โคกสำโรง ใน 11 หมู่บ้าน 5 กลุ่มผู้ที่ใช้น้ำในการอุปโภค บริโภค และทำการเกษตร พื้นที่กว่า 70,000 ไร่ โดยเฉพาะที่หมู่ที่ 6 บ้านเนินยาวกว่า 2,000 ไร่ ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอย่างหนักเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 60 ที่ผ่านมา และน้ำได้ลดระดับลงจนเป็นปกติเมื่อต้นเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา ส่งผลให้ถนนเลียบคลองลำโพนทองถูกน้ำกัดเซาะเป็นบริเวณกว้างกว่า 15 เมตร และมีความลึกถึง 4-5 เมตร ตะกอนดินที่ถูกน้ำพัดพาเข้าไปในนาชาวบ้านจนเป็นสันดอนไกลสุดตา ซึ่งชาวนาจะต้องมีการปรับหน้าดินเพื่อได้ทำนาดังเดิม แต่ต้องมาเสียโอกาสที่จะได้ทำนาในคราวนี้ เนื่องจากไม่สามารถเดินทางนำรถเพื่อการเกษตร อุปกรณ์การเกษตรต่างๆ ลงพื้นที่ได้
          ตัวแทนชาวนาหมู่ที่ 6 บ้านเนินยาว กล่าวกับผู้สื่อข่าวด้วยความคับแค้นใจว่า ตนเองและชาวบ้านได้รวมตัวกันไปสำนักงานชลประทานที่ 10 หน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องโดยตรง ขอให้เร่งช่วยเหลือชาวนาด้วย เนื่องจากถึงฤดูกาลที่จะต้องทำนาแล้ว เส้นทางเดียวที่ชาวนาใช้ในการสัญจร น้ำเหนือที่ยังพอมีไหลมาก็ย้อนเข้านา ท่วมเช่นเดิม จะผันน้ำจากคลองชัยนาท-ป่าสักมาก็สูญเปล่าเพราะเก็บกักน้ำไม่ได้ โดยมีเจ้าหน้าที่เข้ามาสำรวจเมื่อต้นเดือนที่แล้วบอกว่าไม่มีดินที่จะนำมาถมให้ ชาวนาบอกจะจัดหาเอง ขอเครื่องไม้เครื่องมือมาผู้นำท้องถิ่น และชาวบ้านจะร่วมช่วยด้วย แต่ก็กลับนิ่งเฉยดูดายปล่อยชาวบ้านตามยถากรรม ทั้งที่หมู่บ้านนี้ ตำบลนี้ต้องทนทุกข์ทรมานจากอุทกภัยมานานกว่า 3 เดือน แต่ต้องกลับมาทุกข์หนักกว่าเดิมเพราะหมดหนทางที่จะได้ทำนาอาชีพเดียวที่ชาวบ้านย่านนี้มีกินมีใช้