น่าสนใจ.. “พิพัฒน์”คิดอะไรอยู่ ตั้ง “สุนทร รักษ์รงค์“ เป็นคณะทำงาน..!!

น่าสนใจ.. “พิพัฒน์”คิดอะไรอยู่ ตั้ง “สุนทร รักษ์รงค์“ เป็นคณะทำงาน..!!

ภาพ-ข่าว:นายหัวไทร

          เป็นประเด็นที่น่าสนใจกับการที่ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แต่งตั้ง สุนทร รักษ์รงค์ อดีตผู้สมัคร สส. เขต 8 จ.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งปัจจุบันสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยแล้ว ให้เป็นคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป สุนทร ก็โพสต์ว่า “ผมจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และเอาผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง” แม้สุนทร รักษ์รงค์ จะยังไม่เปิดตัวชัดเจนว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม เขต 8 หากศาลฎีกาตัดสินให้ใบแดงและเพิกถอนสิทธิ์การเลือกตั้ง”มุกดาวรรณ เลื่องสีนิล“ สส. เขต 8 พรรคภูมิใจไทย ในวันที่ 26 มีนาคมนี้ ก็ตาม

           แต่สำหรับ #นายหัวไทร เชื่อว่า เป็นการแต่งตั้งอย่างมีนัยยะสำคัญ แต่งตั้งในช่วงที่อีก 10 วันศาลอุทธรณ์ นัดอ่านคำพิพากษา สส.มุกดาวรรณ กรณีถูกคณะกรรมการการเลือกตั้งกล่าวหาว่า ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งถ้าศาลเชื่อตามพยานหลักฐานของ กกต. มุกดาวรรณก็จะโดนใบแดง เพิกถอนสิทธิ์การเลือกตั้ง และน่าจะต้องชดใช้ค่าจัดการเลือกตั้งใหม่ด้วย ซึ่งจะต้องจัดเลือกตั้งใหม่ การแต่งตั้งสุนทรเป็นคณะทำงานของแกนนำภาคใต้ของพรรคภูมิใจไทย จึงมีความหมายยิ่งต่อการเลือกตั้งซ่อม เขต 8 นครศรีฯมีความหมายในแง่ของการคัดสรรตัวแทนพรรคลงสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งการแต่งตั้งสุนทรเป็นคณะทำงานมีหลายนัยยะให้พิจารณา

            นัยยะหนึ่งอาจจะเป็นการเสริมทีมทำงานในระดับพื้นที่ให้แข็งแกร่งขึ้น กับเป้าหมายการสู้รบในอนาคต แน่นอนว่า ในการเลือกตั้งครั้งหน้าภูมิใจไทย จะต้องเปิดหน้าชกแบบเต็มพื้นที่ไม่มีถอยให้ใครในสนามเลือกตั้งภาคใต้ กล่าวสำหรับนครศรีฯ การเลือกตั้งปี 2566 ปักธงเมืองคอนได้ถึงสองที่นั่ง เป้าหมายปี 2570 จึงน่าจะไม่น้อยกว่า 5-6 ที่นั่ง
             แม้จะเป็นเป้าหมายที่ยากกับ 10 ที่นั่งของเมืองคอน และเป็นสนามที่ประชาธิปัตย์จะต้องยืนหยัดรักษาเมืองหลวงไว้ให้ได้ จะเห็นได้ว่า ทำไมพลังเมืองนคร ของเจ้ต้อย -กนกพร เดชเดโช ที่มีแทน-ชัยชนะ เดชเดโช ลูกชายอยู่เบื้องหลังถึงไม่สู้ศึกชิงประธานสภา อบจ.นครศรีฯ เพราะเขาต้องการเปิดทางให้ ”น้ำ-วาริน ชิณวงศ์“ นายกฯอบจ.ได้ทำงานเต็มที่ ไม่มีใครขัดใครขวาง ถ้าสำเร็จก็โชคดีไป แต่พลังเมืองนครประเมินว่า นโยบายที่แถลงไว้ ยากจะทำได้ เช่น ปัญหาขยะล้นเมือง ปัญหาน้ำท่วมเมือง เป็นต้น ไม่ใช่เรื่องง่าย เป้าหมายของการเมืองกลุ่มนี้จึงมุ่งไปที่การเลือกตั้งใหญ่ สส.มากกว่า แล้วอนาคตค่อยมาหยิบเอาแบบง่ายๆในสนาม อบจ.บนความล้มเหลวในการจัดการของ ”น้ำ-วาริณ“

             เมื่อภูมิใจไทย มีเป้าหมายใหญ่ จึงต้องมีคณะทำงานที่เข้มแข็ง แข็งแกร่ง ”พิพัฒน์“ก็คงจะมองเห็นศักยภาพของสุนทร จึงหยิบมาใช้งาน น่าจะใช้งานในเชิงการร่างนโยบายด้านการเกษตรของภาคใต้ เช่น นโยบายยางพารา นโยบายปาล์มน้ำมัน เป็นต้น
             โดยพิพัฒน์น่าจะเล็งไปสู่สนามเลือกตั้งใหญ่มากกว่า แค่เลือกซ่อมให้เป็นเรื่องของคนในพื้นที่จัดการกันไป ตัวเลือกสำหรับภูมิใจไทยก็มีอยู่ไม่น้อย กลั่น และกรองออกมาได้ สจ.กระวี หวานแก้ว ผู้มีผลงานเป็นที่ประจักษ์มากมาย เช่น การผลักดันเขาศูนย์เป็นแหล่งท่องเที่ยวเที่ยว การผลักดันแก้ไขปัญหาภัยแล้งด้วยการนำน้ำจากเขื่อนกระทูน มาใช้งานช่วยเหลือเกษตรกร แม้เวลานี้เป็นผู้เชี่ยวชาญปรจำตัว สว.ณัฐกิตติ์ หนูรอด ก็ทำหน้าที่ชงข้อมูลให้ สว.ณัฐกิตติ์ แก้ปัญหาขาดแคล้นน้ำ (แล้ง) ในโซน อ.ฉวาง อย่างเป็นเนื้อเป็นหนัง

             สุนทรเองก็มีความเหมาะสมยิ่งกับการลงสมัคร สส.จะในนามพรรคไหนก็แล้วแต่ เขตไหนก็ได้ หรือลงบัญชีรายชื่อก็ไม่แปลก เพราะเป็นคนมีความรู้ความสามารถ มีเครือข่ายมากสุนทร จากนักศึกษากิจกรรม มาสู่นักเคลื่อนไหวทางการเมือง กับบทบาทหน้าที่ในการดูแลชาวสวนยาง ชาวสวนปาล์ม แต่สนามเลือกตั้งซ่อมเขต 8 นครศรีฯสำหรับพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าจะส่งใครลงสมัครเป้าหมายคือต้องชนะ รักษาฐานเดิมไว้ให้ได้ โดยสรุปว่า สำหรับพรรคภูมิใจไทยแล้ว มีสองคนนี้เหมาะสมที่สุดในการได้รับโอกาสลงสมัครรับเลือกตั้งรับเลือกตั้งซ่อม เขต 8 นครศรีฯ คนที่คลุกคลีกับชาวบ้าน ลุยอยู่กับพื้นที่ควรได้รับโอกาสนั้น ความมุ่งมั่น ตั้งใจ อยู่กับมัน ทำให้มันเกิด คือเป้าหมายการต่อสู้ในสนามการเมืองที่ดุเดือด เข้มข้น

CATEGORIES
Share This
error: Content is protected !!